ประเภทของนาฏศิลป์ไทย


ประเภทของโขน


๒.   โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว
               โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว    เป็นการแสดงบนโรงมีหลังคา ไม่มีเตียงสำหรับตัวโขนนั่ง แต่มีราวพาดตามส่วนยาวของโรงตรงหน้าฉาก (ม่าน)   ตรงหน้าฉาก มีช่องทางให้ผู้แสดงเดินได้รอบราวแทนเตียง มีการพากย์และเจรจา แต่ไม่มีการร้อง   ปี่พาทย์บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ มีปี่พาทย์ ๒ วง เพราะต้องบรรเลงมาก ตั้งหัวโรงท้ายโรง จึงเรียกว่าวงหัวและวงท้าย หรือวงซ้ายและวงขวา  
              วันก่อนแสดงโขนนั่งราวจะมีการโหมโรง และให้พวกโขนออกมากระทุ้งเส้าตามจังหวะเพลง   พอจบโหมโรงก็แสดงตอนพิราพออกเที่ยวป่า จับสัตว์กินเป็นอาหาร พระรามหลงเข้าสวนพวาทองของพราพ แล้วก็หยุดแสดง พักนอนค้างคืนที่โรงโขน รุ่งขึ้นจึงแสดงตามเรื่องที่เตรียมไว้ จึงเรียกว่า " โขนนอนโรง"
               จากจดหมายเหตุของ เดอ ลาลูแบร์ ที่กล่าวถึงการละเล่นบนเวทีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีอยู่ ๓ อย่าง คือ โขน ละคร ระบำ ทำให้สันนิฐานได้ว่าโขนในสมัยนั้นดีมีการปลูกโรงให้เล่นแล้ว และน่าจะเป็นลักษณะของโขนโรงนอกหรือโขนนั่งราวนี้เอง
ประวัติของโขน

ประเภทของโขน แบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ

               ๑.   โขนกลางแปลง
               ๒.   โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว
               ๓.   โขนหน้าจอ
               ๔.   โขนโรงใน
               ๕.   โขนฉาก
               ๖.   โขนชักรอก