กลองชนะ

 
          กลองชนะ ตามรูปร่างที่ปรากฏในบัดนี้เหมือนกลองมลายูแต่ตัวกลองสั้นกว่าและอ้วนกว่า หน้าด้านใหญ่กว้างประมาณ ๒๖ ซม. หน้าด้านเล็กกว้างประมาณ ๒๔ ซม. ตัวกลองยาว ๕๒ ซม. สายโยงเร่งเสียงใช้หวายผ่าซีกเหมือนกลองแขก แต่ใช้ไม้งอโค้งตีเหมือนกลองมลายู ตัวกลองทาสีปิดทองเขียนลาย หน้ากลองก็เขียนหรือปิดด้วยทองหรือเงินทำเป็นลวดลายเช่นกัน ซึ่งมีกำหนดในการทาสีปิดทองและเขียนลวดลายวางไว้เป็นระเบียบ กลองชนะที่กล่าวนี้เคยมีผู้เขียนเป็น กลองฉณะ คงจะหมายความว่ากลองมหรสพ (ฉณะ แปลว่า มหรสพ) แต่ปรากฏในกฎหมายศักดินาเจ้ากรมกลองชนะมีบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงราชมาณู นา ๑๐๐๐" บางทีแต่เดิมกลองชนิดนี้จะได้เคยนำไปใช้ในกระบวนทัพ หรือใช้ในกิจการเพื่อเตรียมพร้อมไว้สำหรับการสงคราม เช่น ใช้ตีเป็นจังหวะสำหรับฝึกหัดเพลงอาวุธ เป็นต้น จึงเรียกชื่อไว้เช่นนั้นเพื่อเป็นมงคลนิมิต ตัวเจ้ากรมกลองชนะอาจมีหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลฝึกหัดซึ่งเท่ากับเป็นครูใหญ่และเจ้ากรมคงจะต้องเป็นคนมีฝีมือเช่น ปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า ในรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา มีทหารเอกฝีมือยอดเยี่ยมผู้หนึ่งชื่อพระราชมณู คงจะเป็นเจ้ากรมกลองชนะ แต่การใช้กลองชนะในสมัยต่อมา คงใช้เป็นเครื่องประโคมในกระบวนเสด็จพระยุหยาตราและใช้ประโคมพระบรมศพและศพเจ้านาย โดยใช้กลองชนะหลายลูกแต่มีกฎเกณฑ์กำหนดจำนวนและชนิดของกลองไว้ตามฐานันดรศักดิ์ของศพและของงาน จำนวนกลองชนะที่ใช้บรรเลงตั้งแต่ ๑ คู่ คือ ๒ ลูก ถึง ๒๐๐ ก็มี