งานทัศนศิลป์ของชนชาวอียิปต์สร้างสรรค์ด้วยสาเหตุคติความคิดความเชื่อ จึงสร้างผลงานได้ใหญ่โตเกี่ยวกับการจัดภาพแบบประจำชาติ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะทั้ง 3 แขนง คือ

               1. จิตรกรรม เขียนภาพไว้ตามฝาผนังปิรามิด สุสาน หีบศพ แสดงถึงชีวิตประจำวันและความเป็นอยู่ในสมัยนั้น เช่น ภาพคนที่จะแสดงว่าเป็นกษัตริย์หรือคนสำคัญ จะมีขนาดใหญ่กว่าบริวารและส่วนประกอบจะลดขนาดลงตามส่วน คล้ายจิตรกรรมไทยมีลักษณะระบายสีแบบ ๆ ไม่มีแสงเงา ลักษณะ 2 มิติ ภาพคนทั่ง ๆ ไป ตอนหน้าและศรีษะแสดงท่าทาง ด้านข้าง แต่เขียนตามองด้านหน้า ลำตัวเป็นลำตัวทางด้านหน้า เท้ากลับเป็นทางด้านหลัง เนื้อหาจะเป็นความเชื่อในสิ่งลี้ลับที่ยังหาคำตอบไม่ได้ วัสดุใช้สีฝุ่นผสมกาวยางไม้จากธรรมชาติ     
                                

  


               2.ประติมากรรม มีทั้งรูปประเภทลอยตัว นูนสูง นูนต่ำ และภาพแกะลายร่องลึกลงบนพื้นหิน จะมีลักษณะเหมือนจริงทั้งขนาดและรูปทรง เน้นลักษณะทางกายวิภาคผสมกับลักษณะตามอุดมคติประติมากรรมบางชิ้นจะทาสัผิงเนื้อ ปาก และเขียนคิ้วให้เหมืนจริง และบางชิ้นก็มีขนาดใหญ่โตมาก จนอาจจัดเข้าไว้ในพวกก่อสร้า เช่น รูปสฟิงค์ ( Sphinx ) แห่งกิเซห์ ที่มีหัวเป็นคน ลำตัวเป็นสิงโตหมอบอยู่ข้างมหาปิรามิด และวิหารอะบูซิมเบล ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงทีเบส ไปทางตอนใต้ 480 กิโมเมตรฟาโรห์รามเมสเซสที่ 2 ทรงสร้างรูปปั้นใหญ่โตโอ่อ่าด้วยหินทรายแท่งขนาดใหญ่ต่อนกันสูง 55 เมตร ( ปิรามิด 99,2526,18 ) อยู่เหนือเขื่อน อัสจาน และถูกน้ำท่วมตลอด ปัจจุบันยูเนสโก ( Unesco ) กับอีก 10 องค์กรช่วยกันเคลื่อนย้ายให้พ้นระดับน้ำท่วมแล้ว พอสรุปได้ว่า งานประติมากรรมของอิยิปต์ ส่วนใหญ่จะนิยมสลักภาพบุคคลสำคัญ เทพเจ้าและภาพตกแต่งตามวิหาร และห้องเก็บศพ ถ้าเป็นงานภายนอกจะมีขนาดใหญ่มากอีกอย่างที่ชนชาวอียิปย์นำมาใช้ในงานประติมากรรม คือ โลหะต่าง ๆ เช่น ทองคำแท้ ซึ่งเป็นหน้ากากพระศพของฟาฌรห์ตุตันคาเมนที่มีอายุประมาณ 3,000 ปี ซึ่งนักโบราณคดีชื่อ โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ชาวอังกฤษ เป็นผู้ขุดค้นพบในปี ค.ศ. 1922 ทำให้ประวัติศาสตร์ตื่นตัวค้นคว้าหาหลักฐานด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น

ประติมากรรมอียิปต์

 

               3. สถาปัตยกรรม มีความเชื่อเรื่องของอำนาจลี้ลับและเทพเจ้าที่คอยช่วยเหลือ ทำให้ชาวอียิปต์สร้าสิ่งที่ใหญ่โต เช่น
                    (1) มาสตาบา ( Mastaba ) ที่เก็บศพชนชาวอียิปต์ในระยะแรก ๆ สร้าด้วยหินสูงใหญ่คล้ายที่นั่ง
                    (2) ปิรามิดระยะแรกเป็นขั้นบันได ต่อมาได้สร้างปิรามิดลักษณะทรงสูงเหลี่ยมมียอดอยู่ตรงกลาง ปิรามาดที่ใหญ่ที่สุดคือ กิเซห์ ( Gizah ) เก็บศพฟาโรห์คูฟู หรือคีออฟส์
                    (3) หุบผา หรือ หุบเขา ขุดเจาะทำเป็นที่ฝังศพของฟาโรห็ มเหสีที่ฝังศพแบบใต้ดินนี้เรียกว่าไฮร์โอเจียม ( Hyprogeum )
                    (4) การสร้างวิหาร ( Temples ) ได้สร้างวิหารไว้มากมาย วิหารที่มีชื่อ ได้แก่ วิหารลักซอร์ วิหารคาร์นัคถือว่าเป็นวิหารเทพเจ้าสุริยะเทพ ( Amonra )



สถาปัตยกรรม


หน้าก่อน หน้าถัดไป


ทัศนศิลป์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ทัศนศิลป์ยุคประวัติศาสตร์
สมัยอียิปต์
สมัยเมโสโปเตเมีย
สมัยกรีก
สมัยโรมัน
สมัยโกธิค
สมัยฟื้นฟู
ทัศนศิลป์สมัยใหม่
ลัทธิโอคลาสสิค
โรแมนติค
ลัทธิเรียลิสม์
อิมเพรชชั่นนิสม์
ลัทธิคิวบิสม์
แอบสแตรก
เชอเรียลิสม์