...ผักพื้นบ้าน...




อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพเฉลิมพระเกียรติบึงฉวาก เป็นสถานที่เป็นที่รวบรวมพืชพันธุ์ผักพื้นบ้านที่เดิมมีอยู่ 500 ชนิด แต่ในปัจจุบันมีถึง 541 ชนิด โดยมีการแบ่งผักพื้นบ้านเป็น 7 ประเภท คือ
ไม้ยืนต้น
ไม้พุ่ม
ไม้ล้มลุก
ไม้น้ำ
ไม้ชื้นแฉะ
ไม้หัวเหง้า
ไม้เถาเลื้อย
ผักพื้นบ้านนั้นจะมีประโยชน์ทั้งทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาที่ประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ หลายคนได้พึ่งพิงประโยชน์จากผักพื้นบ้านและพืชแปลกๆ ที่อยู่ตามธรรมชาตินำมาใช้ประโยชน์ ทั้งเป็นอาหารและสมุนไพรรักษาโรค

...ผักพื้นบ้าน หายาก...



"ต้นเรียกจิ้งจก"


ใบจะมีเว้า 2 แฉกและ 3 แฉก ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูเอาใจใส่ มีดอกเล็กที่มีคุณสมบัติพิเศษใบและลำต้นของต้นจิ้งจก มีฟีร์โมนพิเศษที่สามารถเรียกจิ้งจกมาได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย หากนำใบของต้นจิ้งจกมาขยี้และทาตามฝาบ้าน มุมบ้าน หรือในมุมที่ต้องการเรียก เมื่อนำใบมาตีๆ ขยี้ตามที่ต้องการทิ้งไว้ ประมาณ 2-5 นาที จิ้งจกที่อยู่ตามซอกตามมุมต่างๆ จะออกมารวมตรงบริเวณที่ทาหรือขยี้ใบต้นจิ้งจก เพราะใบต้นจิ้งจกทำให้ออกมาจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า "ต้นเรียกจิ้งจก"

"พริกขี้หนูหวาน"



พริกขี้หนูหวานเหมือนพริกขี้หนูทั่วๆ ไป แต่เมื่อนำมารับประทานจะรู้สึกเฉยๆ และหวานที่ปลายลิ้น สามารถนำมาเป็นน้ำเพื่อสุขภาพโดยการนำมาทำน้ำปั่น และสามารถนำมาให้ผู้สูงอายุที่ชอบกลิ่นเผ็ดแต่ไม่ต้องการรสเผ็ดก็ได้เช่นกัน

"ผักซาดิสต์"



มีใบยาวแหลม ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่ในภาคใต้ วิธีทำผักชนิดนี้ให้อร่อยต้องใช้มือดึงใบล่างของต้น จากนั้นใช้มือเด็ดเป็นท่อนๆ ขยำขยี้ให้เต็มแรงที่มีให้น้ำจากผักออกมาแล้วใส่ลงไปกระทะที่น้ำมันร้อนๆ ให้เกิดเสียงซ่าๆ เมื่อลงกระทะแล้วใช้โลหะตักใส่จานรับประทาน ผักชนิดนี้ชอบความรุนแรง ทุกกระบวนการต้องทำด้วยมือ เสร็จแล้วจะได้ความกรอบของผัก

"ผักพ่อค้าตีเมีย"


เป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ในภาคเหนือของประเทศ มีคุณสมบัติพิเศษตรงที่ว่าต้มแกงผัดอย่างไรเมื่อกินเข้าไปจะลักษณะเหมือนไม่สุก แต่มีรสชาติมันจนติดใจเมื่อใครได้ลิ้มลองเคี้ยวเพลิน
ชื่อที่เรียก มีเรื่องเล่าว่า พ่อค้าคนหนึ่งเดินทางกลับจากการค้าขาย รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและหิวมากในช่วงใกล้ค่ำ เมียพ่อค้าที่มีหน้าตาสะสวยได้จัดทำผักชนิดนี้ไว้ให้ เมื่อพ่อค้าเดินทางกลับมาถึงบ้านได้ลิ้มลองแกงผักเข้าเต็มที่ เมื่อกินไปก็อารมณ์ไม่ดีเพราะเกิดหึงหวงเมียสาวที่หลายคนมาชอบ บวกกับกัดกินผักที่เหนียวเหมือนไม่สุก จึงใช้ไม้ขัดหม้อตีเมีย จนได้ชื่อว่า "ผักพ่อค้าตีเมีย"

"มะเขือกินใบ"

สามารถกินได้ทั้งใบและผล ขึ้นอยู่ในภาคใต้ของประเทศ ไม่มีหนามและขนเหมือนมะเขือทั่วไป สำหรับใบมะเขือจะเด็ดจากใบล่างขึ้นมาด้านบน มะเขือกินใบสามารถนำมากินแทนผักได้แต่ต้องทำให้สุกก่อนเท่านั้น

"มะเขือต้นยักษ์"

นิยมปลูกประดับบ้านเรือนเพราะความสวยของดอก ผล และยังมีต้นที่มีความสูงสวยและอายุยืนยาว

"ผักลืมผัว"

ไม้ที่มีอายุสั้น พบอยู่ทั่วไปตามท้องนา ลำต้นจะลักษณะเหมือนไม้เลื้อยทอดยอด ใบจะเป็นรูปไข่ ทุกส่วนของลำต้นจะกรอบอวบน้ำ ออกดอกสีม่วง เมื่อแก่จะมีผลเล็กๆ ผักลืมผัวจะชอบอยู่ในน้ำมากกว่าอยู่บนที่แห้ง แต่ต้องเป็นน้ำตื้นๆ เท่านั้น




ส่วนที่มาของชื่อ เกิดขึ้นที่ภาคอีสาน ขณะที่เมียกำลังนั่งกินลาบ ก้อย ปลาร้าและข้าวเหนียว พร้อมผักลืมผัวที่บรรจงเก็บมาจากท้องนาอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่ผัวยังทำงานอยู่กลางนาที่แสงแดดแผดเผา จนกระทั่งหมดลืมเก็บไว้ให้ผัวกิน เมื่อผัวกลับมาไม่เห็นอาหารจึงได้ชื่อว่าผักลืมผัว

"ส้มสันดาน"


ผักชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยขึ้นตามป่า นิยมนำมารับประทานสด ใส่ต้ม-แกง ที่ต้องการให้รสเปรี้ยว เมื่อรับประทานสด ผักชนิดนี้เมื่อเคี้ยวจะกรอบๆ และรสเปรี้ยว เมื่อใส่ต้มหรือแกงที่ต้องการรสเปรี้ยว เมื่อเราใส่ผักชนิดนี้ในปริมาณที่พอดีแล้ว หากเราใส่เพิ่มลงไปอีกความเปรี้ยวจะอยู่เท่าเดิม จึงได้มีคนเรียกว่า ส้มสันดาน (สันดานเปรี้ยว)

"ผักลืมชู้"



เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 5-10 เมตร ใบมีลักษณะมนรีปลายใบแหลมๆ ผักลืมชู้จะออกดอกเกือบตลอดทั้งปีสามารถเพาะเมล็ดได้ในฤดูแล้ง หรือปักชำก็ได้ ผักชนิดนี้สามารถเป็นผักแกล้มกินกับลาบ พร่า ป่น แกงอ่อม แกงส้ม หรือแล้วแต่ใช้ปรุงตามความเหมาะสม
ส่วนเรื่องเล่าเกี่ยวกับผักลืมชู้ เล่ากันต่อๆ มาว่า มีพ่อบ้านท่านหนึ่งได้นัดหญิงสาวที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเองไว้ ก่อนจะถึงเวลานัดเกิดหิวขึ้นมาจึงรับประทานแกงผักนี้เข้าไปเพราะความหิว ด้วยอร่อยด้วยจึงกินมากกินเพลินจนอิ่ม แต่กินเท่าไรก็ยังไม่ถึงเวลานัดเสียทีจนกินไปเรื่อยๆ ก็เลยเวลานัดกับชู้ เพราะความอร่อยของผักลืมชู้ที่เมื่อได้เคี้ยวแล้วจะมีความมัน จึงเป็นที่มาของชื่อ "ผักลืมชู้"

"ผักเฮือดใบอ่อน"



ที่มาข้อมูล : เว็บไซต์อักษรเจริญทัศน์
ที่มารูป : อุทยานผักพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ



[หน้าแรก]

[ตำนานบึงฉวาก] [อุทยานผักพื้นบ้าน]

[เทคโนโลยีการปลูกผักพื้นบ้านเพื่อเพิ่มคุณภาพ] [น้ำเต้า (bottle gourd)] [ผักพื้นบ้าน] [ผักพื้นบ้าน ที่น่าสนใจ]

[ไม้ผล ที่น่าสนใจ] [ไม้ดอก ที่น่าสนใจ] [กล้วยไม้ในอุทยานผักพื้นบ้าน]