ยาอันตราย

    

                  ยาอันตราย
             

                        เป็นยาสำเร็จรูปที่ใช้ในการบำบัดรักษาความเจ็บป่วยมีตัวยาหลายชนิด แต่ละชนิดมีทั้งคุณและโทษ การใช้ต้อง
                ระมัดระวังรอบคอบ เพราะจะทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้เสมอ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดให้เป็นยาอันตราย เช่น
               ยาปฏิชีวนะยาอันตรายที่ควรทราบ คือ “ยาปฏิชีวนะ” ซึ่งเป็นยาที่ได้จากเชื้อราหรือแบคทีเรียบางชนิด ที่สามารถหยุดยั้ง
               การเจริญและทำลายแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์อื่น ๆ โดยทั่วไปรู้จักกันในชื่อของยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบหรือยาแก้หนอง ยาปฏิชีวนะ
               เป็นยาที่เพิ่งจะเริ่มใช้กันอย่างกว้างขวางเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2
                       
                       ปัจจุบันยาประเภทนี้ได้ทวีความสำคัญขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และนิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากยาปฏิชีวนะสามารถรักษาโรค
               ที่เกิดขึ้นกับแบคทีเรียได้มากมายและมีประสิทธิภาพ บางขนานยังใช้รักษาโรคที่เกิดขึ้นกับเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ อีก เช่น เชื้อบิด
               เชื้อรา และไวรัสและยังใช้รักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้ด้วย การใช้ยาปฏิชีวนะจำเป็นต้องศึกษาชนิดของเชื้อโรคให้แน่เสียก่อน
               ยาอย่างไหน ขนาดใด จึงจะเหมาะกับชนิดของเชื้อโรคนั้น เป็นเรื่องของแพทย์โดยเฉพาะไม่สมควรที่จะหายาเหล่านี้มารักษาเอง
               เป็นอันขาด
                         
                 หลักกว้าง ๆ ในการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะ คือ
    
                        เลือกใช้ยาปฏิชีวนะให้ถูกกับชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นต้นเหตุของโรคนั้น ๆใช้ยาปฏิชีวนะในขนาดสูงพอที่จะทำลาย
               เชื้อระยะเวลาที่ให้ยาปฏิชีวนะ ควรจะนานพอที่จะทำลายเชื้อได้หมด โดยทั่วไปยาปฏิชีวนะที่นำมาใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อ               เป็นยาที่มีพิษน้อยแต่พิษของมันอาจจะเกิดรุนแรงขึ้นถ้านำไปใช้อย่างผิด ๆ

                 อันตรายที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ
               
                       ผู้ป่วยที่แพ้ยานั้น อาจเกิดผื่นขึ้นหรือถึงกับช็อคตายหรืออาจเกิดจากพิษของยาโดยตรงเช่น ยาบางอย่างเป็นพิษต่อไต                 นอกจากนี้ยาปฏิชีวนะยังมีผลทางอ้อม ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหรือซ้ำเติมได้ พวกนี้มักเกิดในรายที่ใช้ยาออกฤทธิ์กว้าง
                ยาจะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในร่างกายตายหมด เหลือแต่ตัวที่ดื้อยาเท่านั้น อาการที่พบบ่อย คือ อาการท้องเดินหรือราขึ้น
                ในปาก อาการที่รุนแรง คือ ตาย ซึ่งพบได้บ่อย

                 ยาปฏิชีวนะที่ผู้ป่วยซื้อใช้กันเองมาก คือ
     
                       ยากลุ่มเตตร้าซัยคลินซึ่งเป็นพิษต่อตับ ทำให้เกิดท้องเดิน เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบไม่ควรใช้ จะทำให้ฟันเหลืองและผุได้ง่าย                 และกระดูกที่กำลังสร้างกร่อนไป และยาคลอแรมเฟนิคอล จะลดไขกระดูก ทำให้มีอาการซีด เลือดออกตามตัว เม็ดเลือดขาวลดลง                 เกิดการติดเชื้อง่าย รองลงมาคือ ยากลุ่มสเตร็ปโตมัยซิน ซึ่งยานี้ให้โดยการฉีด ปัจจุบันมีประโยชน์น้อยมาก เชื้อส่วนใหญ่ดื้อต่อยานี้                 มีใช้มากในพวกที่เป็นวัณโรคยากลุ่มเพนิซิลิน หากแพ้ยานี้จะเกิดผื่นขึ้นตามตัวหรือมีไข้ มีอาการซีด อาจรุนแรงถึงช็อคได้                 หากเก็บไว้ในที่ร้อนจะทำให้ยาเปลี่ยนไปเป็นสารที่ทำให้แพ้ง่ายขึ้น
       
                      ยาปฏิชีวนะมีทั้งคุณและโทษ โรคส่วนใหญ่อาจหายได้เองโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ยานี้ไม่ใช่ยาลดไข้
                ไม่ควรใช้โดยไม่จำเป็น อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นพิษต่อร่างกาย การใช้ยาโดยไม่ถูกวิธีหรือไม่ครบตามจำนวน
                ที่ควรจะทำให้เป็นโรคเรื้อรังและเชื้อเกิดการดื้อยา เป็นอันตรายต่อสังคมและตนเองการใช้ยาปฏิชีวนะไม่ควรซื้อกินเอง
                ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

                                        

 

แหล่งข้อมูล : htttp://www.thaigoodview.com/library/studentshow 

                                                                                   

  กลับหน้าหลัก