Home

ความหมายของกีฬา

ประเภทของกีฬา

คณะผู้จัดทำ

ดินแดนมังกร...ต้นกำเนิดกีฬาของโลก

ขณะที่เจ้าภาพโอลิมปิกอย่างจีนกำลังประสบภัยพิบัติแสนสาหัสอีกครั้ง แต่มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป แล้วรู้ไหมว่าแผ่นดินใหญ่แห่งนี้คือต้นกำเนิดกีฬายอดฮิตหลายชนิดที่มีอยู่ในยุคปัจจุบัน

แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือ ยิงธนู กีฬาที่แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในสายเลือดลูกมังกรทุกคน แต่ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นกีฬามันคือการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับไปหลายพันปีตำนานนักธนูที่สู้กับเทพเจ้าแห่งท้องฟ้าถูกเล่าขาน กล่าวกันว่าในสมัยนั้นท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์ 10 ดวง แผ่นดินจึงร้อนระอุจนไม่มีอะไรอยู่รอดได้ เพื่อช่วยโลกนักธนูนาม โฮ่วอี้ ถูกเรียกมาเพื่อยิงดวงอาทิตย์เหล่านั้นด้วยการเล็งลูกธนูของเขา แน่นอนโฮ่วอี้สามารถยิงได้อย่างแม่นยำจนดวงอาทิตย์ 9 ดวงดับลงแต่เขาเหลืออีกดวงไว้เพื่อให้แสงสว่างแก่โลกใบนี้

ช่วงปีที่ 700-600 ก่อนคริสตกาล ขงจื๊อ ไม่เพียงเป็นนักปราชญ์แต่เขายังเป็นครูฝึกยิงธนูด้วย

เขากล่าวไว้ว่า มนุษย์ไม่ควรจะห้ำหั่นกันเอง แต่ถ้าต้องเป็นเช่นนั้นก็ควรจะผ่านกีฬายิงธนู การจัดแข่งขันยิงธนูถูกจัดขึ้น 2 ครั้งต่อปี เพื่อเสาะหาบุคคลที่เหมาะสมเข้าไปรับใช้ในวัง พิธีการนี้เรียกว่าการยิงธนูแห่งไชร์

หลักฐานทางโบราณคดีระบุว่า ชาวจีนเป็นผู้ประดิษฐ์คันธนูและลูกธนูขึ้นมาเพื่อการล่าสัตว์เมื่อกว่า 28,000 ปีมาแล้ว และปัจจุบันในปักกิ่งศิลปะการทำธนูและลูกธนูก็ยังคงสืบทอดต่อมา มันถูก  ถ่ายทอดในระหว่างครอบครัวมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ๋น จุดเด่นของคันธนูแบบจีนก็คือ มีความโค้งมากซึ่งจะทำให้มีความยืดหยุ่นและดีดตัวได้มากขึ้น เพราะนักธนูของจีนมักจะมีรูปร่างเล็ก ดังนั้นน้ำหนักที่เบาและขนาดของธนูจะมีความสำคัญมาก

จากยิงธนูมาสู่กีฬาของคนมีฐานะอย่างกอล์aบางคนบอกว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากสกอตแลนด์หรือจากชาวดัตช์ แต่บางคนเชื่อว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงคือ จีน ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า ชุย วาน ซึ่งมีอุปกรณ์เป็นไม้ต่างกัน 10 แบบเหมือนอย่างกอล์ฟ บันทึกจีนโบราณเกี่ยวกับ ชุย วาน ระบุว่า เกมนี้อาจถูกนำเข้าไปสู่ตะวันตกโดยกลุ่มของเจงกีสข่าน เป็นไปได้ว่าทหารของเขาเป็นผู้แนะนำกีฬากอล์ฟให้แก่ชาวตะวันตก

 

เช่นเดียวกับกีฬาแห่งโลกอย่าง ฟุตบอล คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามันเริ่มจากในเขตตะวันตก แต่ฟีฟ่าหรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ กลับระบุว่า จังหวัดลินซิของจีนคือต้นกำเนิดของกีฬาฟุตบอล ประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของฟุตบอลก็ย้อนไปถึงร่วม 2,300 ปีและถ้าเป็นจริงอย่างที่ตำนานกล่าวไว้ มันก็จะเก่าแก่ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบันมันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อของ Soccer แต่ชื่อใน

ภาษาจีนของมันก็คือ  ชูจี

ชูจี เริ่มจากการเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกทางทหารเพื่อวินัยที่เคร่งครัดในช่วงสงครามระหว่างแคว้น หลังจากนั้นความนิยมของเกมนี้         ก็เข้าไปถึงเขตพระราชวังของฮั่นและบุคคลชั้นสูง จนบรรดาจักรพรรดิหลายพระองค์ถึงกับชื่นชอบมัน หลังจากนั้นมาก็ถูกจำกัดอยู่ในเขตพระราชวังและเริ่มมีกติกาที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น

พื้นที่การเล่นจะเรียกว่า Ju-Cheng หรือเมืองฟุตบอลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันชูจีโดยเฉพาะ โดยจะมีความกว้างและความยาวเท่ากับ 48 เมตร และแต่ละฝั่งจะมีหลุมโกล 6 ต้น โดยแต่ละทีมจะมีผู้เล่นอยู่ระหว่าง 12-16 คนเช่นเดียวกับฟุตบอลในสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังห้ามใช้มือแตะลูกบอล เนื่องจากในสมัยนั้นเชื่อกันว่า ลูกบอลเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติ ถึงแม้โดยรวมมันอาจจะดูมีเกียรติน้อยและมักจะปะทะกันอย่างรุนแรงก็ตาม

ลูกบอลในสมัยฮั่นจะเป็นหนังสัตว์ 2 ชิ้น ที่ทำเป็นทรงกลมนำมาประกบกันโดยยัดไว้ด้วยขนนก แต่การที่มีน้ำหนักมากและแข็งจึงยากจะควบคุมและเตะสูงมากไม่ได้ จึงจำกัดการพัฒนาทักษะและเทคนิคต่าง ๆ ต่อมาในราชวงศ์ถังมีการคิดค้นลูกบอลแบบใหม่ที่เป่าลมเข้าไปในเครื่องในสัตว์และหุ้มด้วยหนังสัตว์ 8 ชิ้นขึ้นมา และได้ลูกบอลที่กลมและเบากว่า ขณะที่การปะทะก็น้อยลงเน้นเทคนิคการเตะและการส่งลูกมากขึ้น

ฟุตบอลอาจจะเป็นกีฬาที่นิยมในรั้ววัง โดยมีนักกีฬาหญิงที่มีลีลาพลิ้วไหวและสามารถเอาชนะผู้ชายได้ง่ายๆ อยู่ แต่กีฬาที่เป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์ก็คือ โปโล กีฬาชนิดนี้มักถูกอ้างถึงว่าเป็นกีฬาของกษัตริย์ และคำกล่าวนี้ก็ดูไม่เกินจริงนัก จักรพรรดิของราชวงศ์ถังมากกว่า 21 พระองค์เป็นผู้หลงใหลในกีฬาโปโลและหนึ่งในนั้นที่โปรดปรานมันมากที่สุดก็คือจักรพรรดิหลี่ หลงจี

ว่ากันว่าคำว่า “โปโล” มาจากคำว่า Pulu ในภาษาทิเบต ในปีที่ 709 อาณาจักรทิเบตได้ส่งทูตไปยังเมืองหลวงของถังเพื่อขอเจ้าหญิงกลับไปอภิเษกสมรสกับเจ้าชายของตน แต่ก่อนจะจากไปพวกเขาถูกเชิญให้เล่นโปโลแข่งกับทีมของจักรพรรดิจีน แล้วชนเผ่าที่ก้าวร้าวนี้ก็สามารถเอาชนะทีมจีนได้จึงทำให้จักรพรรดิรู้สึกเสียหน้ามาก และผู้ที่เจ็บใจที่สุดก็คือ หลี่ หลงจี ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นหลานของจักรพรรดิอยู่ เขาจึงตัดสินใจที่จะแก้แค้น

แม้ทีมของหลี่ หลงจีที่มีน้อยกว่า 2 ต่อ 1 จะมีชัยเหนือทีมทิเบตและกู้ศักดิ์ศรีของจักรพรรดิจีนคืนมาได้ แต่เจ้าหญิงก็ไม่ได้ถูกส่งคืนและถูกนำตัวเดินทางไปทิเบตต่อมาเมื่อ หลี่ หลงจี ได้ขึ้นสู่บัลลังก์กีฬาชนิดนี้ยังคงเป็นกีฬาในดวงใจของพระองค์จนสิ้นพระชนม์

นอกจากยิงธนู ฟุตบอล และโปโลแล้ว กีฬาที่เน้นความพลิ้วไหวและแข็งแกร่งของร่างกายไปพร้อม ๆ กันอย่าง ยิมนาสติก ที่ชาวจีนทำได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกวันนี้ ก็มีต้นกำเนิดมาจากการแสดงข้างถนนในสมัยของราชวงศ์ซ้อง ขณะที่ศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากวัดเส้าหลินอย่าง วูซู ก็เป็นอีกอย่างที่จีนเป็นต้นกำเนิด แม้ว่ามันจะมีที่มาจากปรมาจารย์ตั๊กม้อ พระอินเดียที่มาเผยแผ่ศาสนาที่เส้าหลินก็ตาม

จีนใช้เวลาเกือบ 1 ศตวรรษเพื่อทำให้ปักกิ่งได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก และชาวจีนต้องรอถึง 60 ปีกว่าที่พวกเขาจะได้ลิ้มรสเหรียญทองแรกในโอลิมปิกเมื่อปี 1984 ติดตามตำนานแห่งความยิ่งใหญ่ได้ในสารคดีพิเศษชุด Ancient Chinese Sports ออกอากาศ 18 พ.ค.นี้ เวลา 18.00 น. ทาง TrueVisions (A23) และ (D44)

 

จัดทำโดย เด็กหญิงนฤมล  ตาใส เด็กชายราชภัฏ แสงเดือน เด็กหญิงพรทิพย์ เซี่ยงปู้ ครูพิสมัย ศุภพงษ์
โรงเรียนปิยะบุตร์  อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
e_mail:phisamai2503@hotmail.com
Copyright(c) 2008 Ms.Phisamai  SuppapongAll right  reserved