การบริหารร่างกายด้วยภูมิปัญญาไทย

การบริหารร่างกายด้วยภูมิปัญญาไทย


             การบริหารร่างกายนั้นจะทำก่อนเล่นกีฬา หรือเพื่อการออกกำลังกาย ซึ่งคนเรามักจะคุ่นเคยกันดี แต่การบริหารร่างกายด้วยภูมิปัญญาไทยที่กล่าวต่อไปนี้เป็นการบริหารร่างกายด้วยภูมิปัญญาไทย
ที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยนัก แต่ก็ควรไปลองปฏิบัติดูเพราะมีผู้นำไปใช้แล้วบังเกิดผลดี

การบริหารร่างกายโดยใช้ไม้พลอง
      การบริหารร่างกายโดยใช้ไม้พลอง อุปกรณ์สำเร็จรูป เช่น ท่อพีวีซี หรือทำจากไม้ไผ่โดยใช้ลำไม้ไผ่ลำต้นตรงปล้องยาวพอเหมาะ ข้อลำไม้ไผ่ไม่โป่งพองหรือโตมากนัก ลำไม้ไผ่ขนาดพอเหมาะมือจับได้ถนัด ตัดปลายทั้งสองข้างอยู่ห่างข้อเท่าๆ กัน ความยาวพอเหมาะขึ้นอยู่กับช่วงแขนของแต่ละบุคคลโดยให้มือทั้งสองข้างจับที่ปลายไม้พอดี
ท่าบริหารร่างกายโดยใช้ไม้พลองที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นท่าบริหารร่างกายโดยใช้ไม้พลองของป้าบุญมี เครือรัตน์
ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมก่อนใช้ไม้

เขย่าเข่า ใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งพาดโต๊ะ หรือสิ่งที่รองรับน้ำหนักได้สูงระดับเอว หลังตรงใช้มือทั้งสองจับเข่าและเขย่า ทำสลับอีกข้างเช่นเดียวกันควรใช้โต๊ะสูงระดับเอว ไม่ควรใช้เก้าอี้

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ

ท่าที่ 1 ท่าเหวี่ยงข้าง
         
ยืนตรง แยกขา หน้าตรง มือทั้งสองจับปลายไม้เหวี่ยงมือยกขึ้นด้านข้างจนสุดแขน ย่อเข่าด้านที่เหวี่ยงไป

ท่าที่ 2 ท่าพายเรือ
         
ยืนตรง แยกขา หน้าตรง มือทั้งสองจับปลายไม้ ตั้งไม้ขึ้นด้านข้าง พายข้างใดให้เอามือด้านนั้นถือปลายไม้ด้านล่าง เหวี่ยงมือไปด้านหลังจนสุด ทำสลับแขนอีกข้าง

ท่าที่ 3 ท่าหมุนกายหรือหมุนเอว
           
ยืนตรง แยกขา หน้าตรง มือทั้งสองจับปลายไม้ เหวี่ยงมือไปด้านหลังจนสุด พร้อมกับย่อเข่าและหมุนกลับมาอีกด้านจนสุด เหวี่ยงไปขวาเหวี่ยงไปซ้าย

ท่าที่ 4 ท่าพาดบ่า แตะเข่า (ตาชั่ง)
        
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้างเอียงตัวไปข้างใด ให้ขาข้างนั้นตรงอีกข้างให้ย่อ สลับทำอีกข้าง        

ท่าที่ 5  ท่าว่ายน้ำด้านหน้า
         
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง ว่ายน้ำไปข้างหน้าให้ได้หนึ่งรอบ

ท่าที่ 6 ท่ากรรเชียงถอยหลัง
           
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง กรรเชียงไปข้างหลังให้ได้หนึ่งอบ

ท่าที่ 7 ท่านกบิน
        
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง หมุนตัวไปด้านข้างให้สุดและหมุนกลับไปอีกข้างจนสุด ตามองตามปลายไม้ที่หมุนเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้บริหารด้วย

ท่าที่ 8 ท่าทศกัณฐ์ หรือท่าโยกตัว
         ยืนตรง มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง  หน้าตรง มือจับไม้พยุงตัวไว้ แลใช้ข่อเข่าโยกซ้าย ขวา ท่านี้เป็นท่าพักขณะเหนื่อยด้วย

ท่าที่ 9 ท่ายกน้ำหนัก หรือจับไม้ข้ามหัว
        
ยืนตรง แยกขา จับไม้ระดับลำตัว ยกขึ้นเหนือศีรษะและดึงลงหลังศีรษะแล้วหยุดทันที คล้ายกับการกระแทก แต่ไม่โดนตัว ยกขึ้น กลับมาท่าเดิม

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นชะลอเครื่อง

ท่าที่ 10 ท่านวดตัว
        
ยืนตรง แยกขา จับไม้ไว้ด้านหลัง มืออยู่ระดับลำตัวใช้ไม้กดนวดขึ้นลงด้านหลังตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้านวดที่น่องให้ย่อเข่าลงนวดน่องส่วนไหนที่ปวดเมื่อยมาก ให้นวดส่วนนั้นจนพอใจ

ท่าที่ 11 ท่าดาวดึงส์ (คิดค้นใหม่)
          
ยืนตรง ขาชิด ส้นเท้าชิด แยกปลายเท้า หน้าตรง ไม้พาดไหล่และลำคอ  มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง ใช้แขนซ้ายกดที่ปลายไม้ลงข้างลำตัวด้านซ้ายจนสุด พยายามให้หน้าและตัวตรงอยู่เสมอ แล้วกลับมาทำด้านขวาโดยทำสลับกันอย่างต่อเนื่องท่านี้แก้ปวดแขน คอ และไหล่

 

การบริหารร่างกายโดยใช้กะลามะพร้าว


            การบริหารร่างกายโดยใช้กะลามะพร้าว  อุปกรณ์คือ  กะลามะพร้าวซีกตัวผู้ (ซีกที่ตรงกลางมีรู) โดยมีลักษณะส่วนยอดเต้าแหลมหรือป้านต่างกันหรือเหมือน ๆ กันก็ได้  ส่วนสูงของกะลาควรสูงใกล้เคียงกัน  ขนาดอาจต่างกันหรือเท่า ๆ กันก็ได้ แต่ก็อย่าให้ต่างกันมากนัก  ส่วนขอบของกะลาควรเรียบและเสมอกัน  จะได้วางฐานได้มั่นคง
                ท่าการบริหารร่างกายโดยใช้กะลามะพร้าวที่จะกล่าวต่อไปนี้  เป็นท่าที่  “ยายเน้ย” หรือคุณวิรุฬ  ชะเอมศิลป์ เป็นผู้คิดค้นขึ้น  และเริ่มใช้ในวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีชัยนาท  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กระทรวงสาธารณสุข  การบริหารร่างกายวิธีนี้จะได้ผลคล้ายกับการนวดฝ่าเท้า  หรือการเหยียบก้อนกรวดของชาวจีนสมัยโบราณ  ซึ่งจะส่งผลต่ออวัยวะภายในอย่างมากมาย  ท่าการบริหารร่างกายโดยใช้กะลามะพร้าวของยายเน้ยมีดังนี้
ท่าเตรียม
วางกะลา  2  ใบ  บนพื้นราบ  ห่างจากหลักยึดพอประมาณยืนเหยียบกะลาโดยให้หลังตรงมือทั้งสองข้างจับหลักยึด 
เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยท่าฝึก

ท่าที่  1  ที่ข้อแกร่ง
เลื่อนส้นเท้าทั้งสองข้างลงมาที่พื้นราบโดยให้อุ้งเท้าและปลายเท้าแนบกับกะลา  นับ  1-5  ทำสลับเช่นนี้จนครบ  3  นาที

ท่าที่  2  ท่าขาแข็ง
ยืนเขย่งปลายเท้าบนกะลา  นับ  1-5  กลับมาในท่าพักโดยให้อุ้งเท่าและปลายเท้าแนบกับกะลาทำสลับเช่นนี้จนครบ  3  นาที

ท่าที่  3  ท่าผ่อนคลาย
เดินย่ำไปบนกะลาให้ทั่วฝ่าเท้าทั้ง  2  ข้าง  จุดไหนเจ็บให้กดแช่ไว้เท่าที่จะทนได้  จนครบ  3  นาที

ท่าที่  4  ท่าสบายขา
ใช้ส้นเท้าขวานวดกดบนหลังเท้าซ้าย  นับ  1-5  หลังจากนั้นวางเท้าขวาบนกะลาเช่นเดิมทำสลับอีกข้างเช่นเดียวกันจนครบ  3  นาที

ท่าที่  5  ท่ากะลาไชโย
วางตำแหน่งกะลาจำนวน  5  ใบ  โดยกะลาจำนวน  4  ใบ  วางเป็นคู่ขนานในระยะพอประมาณสำหรับนั่ง  กะลาใบที่  5  วางที่ส่วนยอดตรงกลาง  นั่งลงบนกะลาโดยให้ก้นกบอยู่บนกะลาส่วนยอด  โคนขาใต้ก้นกบอยู่ตรงกะลาคู่บน  ข้อพับเข่าอยู่ตรงกลางกะลาคู่ล่าง  ขาข้างหนึ่งเหยียดตรงขาอีกข้างไขว้มาที่ต้นขาข้างที่เหยียดตรง  พร้อมใช้มือทั้ง  2  ข้างนวดตามเท้า  น่อง  และขานาน  1  นาที  ทำ  2  ข้างสลับกันจนครบ  3  นาที