หน้าหลัก

              ผู้จัดทำ

         < ระบบนิเวศ >

    ความหมายระบบนิเวศ

    ประเภทของระบบนิเวศ
    โครงสร้างระบบนิเวศ
    โครงสร้างของสิ่งมีชีวิต
    ประชากร
    ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
    สิ่งมีชีวิตกับปัจจัยกายภาพ
    การเปลี่ยนแปลงแทนที่

   < การถ่ายทอดพลังงาน >

    ห่วงโซ่อาหาร
    สายใยอาหาร
    พีระมิดพลังงาน

       < วัฏจักรของสาร >

    ความหมายวัฏจักรของสาร
    วัฏจักรคาร์บอน
    วัฏจักรไนโตรเจน
    วัฏจักรน้ำ
    วัฏจักรฟอสฟอรัส
   

    < ทรัพยากรธรรมชาติ >

    ประเภทของทรัพยากร
    ป่าไม้
    สัตว์ป่า
    ดิน
    น้ำ
    อากาศ
    มนุษย์กับทรัำพยากร
    การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

        < แบบทดสอบ >

    แบบทดสอบชุดที่ 1
    แบบทดสอบชุดที่ 2

    แหล่งอ้างอิง

 

 
     
     

วัฏจักรคาร์บอน (Carbon cycle)

 
           

           คาร์บอน (Carbon) เป็นธาตุที่มีอยู่ในสารประกอบอินทรีย์เคมีทุกชนิด ดังนั้นวัฏจักรคาร์บอนมัก
ไปสัมพันธ์กับวัฏจักรอื่น ๆในระบบนิเวศ   คาร์บอน เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของ
สารอินทรีย์สารในสิ่งมีชีวิต เช่น คาร์โบไฮเดรด โปรตีน ไขมัน วิตามิน

วัฏจักรคาร์บอน  หมายถึง การที่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากกอากาศถูกนำเข้าสู่สิ่งมีชีวิต 
หรือออกจากสิ่งมีชีวิตคืนสู่บรรยากาศ  และน้ำอีกหมุนเวียนกันไปเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุดโดย 
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในบรรยากาศและน้ำถูกนำเข้าสู่สิ่งมีชีวิต
ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช (CO2) จะถูกเปลี่ยนเป็นอินทรียสารที่มีพลังงานสะสมอยู่
ต่อมาสารอินทรียสารที่พืชสะสมไว้บางส่วนถูกถ่ายทอดไปยังผู้บริโภคในระบบต่าง ๆ โดยการกิน
CO2 ออกจากสิ่งมีชีวิตคืนสู่บรรยากาศและน้ำได้หลายทาง ได้แก่

1.การหายใจของพืชและสัตว์ เพื่อให้ได้พลังงานออกมาใช้  ทำให้คาร์บอนที่อยู่ในรูปของอินทรีย
สารถูกปลดปล่อยออกมาเป็นอิสระในรูปของ CO2
2.การย่อยสลายสิ่งขับถ่ายของสัตว์และซากพืชซากสัตว์ ทำให้คาร์บอนที่อยู่ในรูปของ
อาหารถูกปลดปล่อยออกมาเป็นอิสระในรูปของ CO2
3.การเผ่าไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน และคาร์บอเนต เกิดจากการทับถมของ
ซากพืชซากสัตว์เป็นเวลานาน

วัฏจักรของคาร์บอนสัมพันธ์กับวัฏจักรน้ำเสมอ ความสมดุลของ CO2 ในอากาศ
เกิดจากการแลกเปลี่ยนของ CO2 ในอากาศกับน้ำ ถ้าในอากาศ CO2มากเกินไป 
ก็จะมีการละลายอยู่ในรูปของ H2CO3
(กรดคาร์บอนิก) ดังสมาการต่อไปนี้
CO2+H2O                        H2CO3
 
         
   

ที่มา : Ray Burkett, 2006