ใบส้มป่อย

                                        ชื่อทั่วไป: ส้มป่อย หรือ ส้มขอน (ภาคกลาง)  ส้มป่อย (ภาคเหนือ)  ส้มใบ ส้มป่อย (ภาคใต้)

                             ชื่อวิทยาศาสตร์: Acacia concinna (Willd.) DC.

                                               วงศ์:  Leguminosae-Mimosoideae

                                         ประเภท: ไม้เถา

                                  ลักษณะวิสัย: ส้มป่อยเป็นไม้พุมรอเลื้อยขนาดใหญ่ ตามลำต้นกิ่งก้าน มีหนาม ใบเป็นใบประกอบ

                                                        แบบนกสองชั้นใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบมน ดอกมีขนาดเล็กเป็นช่อ

                                                        กลมเป็นพู่เหมือนดอกกระถิน ออกตามปลาย กิ่ง  ฝักแบนยาว คล้ายถั่วลันเตา สีน้ำตาลดำ

                                                        ขอบเป็นคลื่น ผิวย่น มีสารกลุ่มซาโปนินสูงถึง 20 % ตีกับน้ำจะเกิดฟองคงทนมาก ขยาย

                                                        พันธุ์ด้วยเมล็ด

                                    ประโยชน์: ส้มป่อยมีความสัมพนธ์กับวิถีชีวิตคนอีสานอย่างมาก ยอดอ่อนใช้กินเป็นอาหาร และ

                                                      ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น เผ่าใส่ในน้ำนมต์ เป็นการรักษาและป้องกันโรคต่าง ๆ หรือใช้

                                                     เป็น    อุปกรณ์พรมน้ำมนต์ ในส่วนของฝักมีสารออกฤทธิ์ ในกลุ่ม (saponin) ได้แก่ acacinin

                                                     A, B,C, D และ E จากการสัมภาษณ์คนลาวที่นำฝักส้มป่อยมาขายตามแนวชายแดนไทย-ลาว

                                                    ทราบว่ามีการนำส้มป่อยไปใช้ในอุตสากรรมการทำเครื่องสำอางค์ (ยาสระผม น้ำหอม

                                                    เป็นต้น) สรรพคุณทางสมุนไพรใช้ใบต้มอาบแก้โรคผิวหนัง และเป็นยาขับเสมหะ

                            ลักษณะทั่วไป:  ส้มป่อยเป็นไม้เลื้อย มีเถาเป็นเนื้อไม้และมีหนามที่เปลือกของลำต้น ลำต้นเลื้อยพาดพันต้น

                                                    ไม้อื่นได้ บริเวณยอดอ่อน เถาจะเป็นสีแดงคล้ำมีหนามอ่อน ใบ เป็นใบประกอบก้านใบ

                                                     ประกอบยาว 6-16 ซม. ก้านใบยาว 1.5-5.2 ซม. ประกอบด้วยใบ 5-10 คู่ มีใบย่อย 10-35 คู่ ใน

                                                     แต่ละก้าน ใบย่อยสีเขียวขนาดเล็ก ดอก จะแตกออกจากง่ามใบลักษณะเป็นทรงกลมคล้าย

                                                    ดอกกระถิน และมีเกสรเป็นขนอ่อนๆ รอบดอก เมื่อดอกแก่จะกลายเป็นฝักยาว ผลเป็นฝัก ผิว

                                                    ของฝักมีคลื่นขรุขระ ฝักยาว 10-15 ซม. เปลือกของฝักอ่อนเป็นสีเขียวอมแดง พอแก่เป็นสีน้ำ

                                                     ตาลเข้มเมล็ดเรียงอยู่ภายใน

                        สรรพคุณทางยา:  ใบรสเปรี้ยว ฝาดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณช่วยขับเสมหะ ขับระดูขาว แก้บิด ฟอกโลหิต แก้

                                                      โรคตา ดอก รสเปรี้ยว ฝาด มัน แก้เส้นเอ็นพิการให้สมบูรณ์ ฝัก รสเปรี้ยว เป็นยาขับเสมหะ

                                                       แก้ไอ ทำให้อาเจียน แก้น้ำลายเหนียว  แก้โรคผิวหนัง ช่วยขจัดรังแคและบำรุงเส้นผม

                                                       เปลือกรสขมเปรี้ยว เผ็ดปร่า เจริญอาหารกัดเสมหะ แก้ไอ ซางเด็ก ต้นรสเปรี้ยวฝาดแก้ตา

                                                       พิการ ราก รสขม แก้ไข้ แก้ท้องร่วง

                  ประโยชน์ทางอาหาร:  ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผัก และเครื่องปรุงรสช่วยให้อาหารมีรสเปรี้ยวและ

                                                       ช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้ ยอดส้มป่อยมักนำมาแกงกับปลา แกงส้ม หรือจอ (อาหารเหนือ) ก็

                                                       ได้ เวลาแกง อาจจะใส่ยอดส้มป่อยอย่างเดียวหรือแกงรวมกับยอดมะขามอ่อนก็ได้

                            ประโยชน์อื่นๆ:  น้ำของฝักส้มป่อยใช้ขัดล้างเครื่องเงิน เครื่องทอง นอกจากนี้เปลือกต้นให้สีน้ำตาลและสี

                                                       เขียวซึ่งใช้ประโยชน์   ในการย้อมผ้า ย้อมแห และอวนได้

สารที่มีประโยชน์ในส้มป่อย:      - ในฝักมีสารชาโปนิน ซึ่งทำเป็นฟองคล้ายสบู่

                                                             - มีสารจำพวก กรดอินทรีย์ ที่ทำให้รสเปรี้ยว นำไปประกอบอาหารได้