การคิดคำนวณค่าไฟฟ้า

พลังงานไฟฟ้าที่แต่ละบ้านใช้ไปจะอ่านได้จาก มาตรไฟฟ้า หรือ กิโลวัตต์ – ชั่วโมงมิเตอร์ ซึ่งหน่วยของพลังงานไฟฟ้าที่อ่านได้จากมาตรไฟฟ้ามีหน่วยเป็น กิโลวัตต์- ชั่วโมง หรือ หน่วย เพื่อนำไปคำนวณค่าไฟฟ้า


มาตรไฟฟ้า

ปัจจุบันการใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันไปแล้ว การประหยัดไฟฟ้าจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่ท่านใช้ลดลง โดยนักเรียนสามารถคิดคำนวณได้ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดในบ้านของนักเรียนต้องเสียค่าไฟฟ้าวันละกี่บาท รวมแล้วเดือนละเท่าไร และถ้านักเรียนสามารถลดจำนวนเวลาที่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนั้นๆลง นักเรียนจะสามารถช่วยคุณแม่ประหยัดเงินได้อีกด้วย

อะไรอยู่ในค่าไฟฟ้า
หากหยิบใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้ามาดู หลายคนอาจรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่า ทำไมการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าหลายรายการ จนถึงกับไม่แน่ใจขึ้นมาว่า เป็นกลวิธีการขึ้นค่าไฟฟ้าหรือไม่
ย้อนไปก่อนปี 2535 ใบเสร็จค่าไฟฟ้าจะแสดงเฉพาะราคาค่าไฟฟ้าที่ต้องชำระเพียงรายการเดียวเท่านั้น ซึ่งรวมราคาภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
จนกระทั่งปี 2535 รัฐบาลได้ประกาศราคาเชื้อเพลิงลอยตัวตามราคาตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า เพราะการผลิตไฟฟ้าต้องใช้เชื้อเพลิงทั้งน้ำมันและกาชธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากการประกาศค่าไฟฟ้าใหม่ทุกเดือนเป็นเรื่องยุ่งยากและไม่สะดวกทั้งต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและการไฟฟ้า จึงได้มีการแยกต้นทุนเชื้อเพลิงส่วนที่เปลี่ยนไปจากการกำหนดค่าไฟฟ้านี้ออกมาและเรียกส่วนนี้ว่า ต้นทุนผันแปรหรือค่าเอฟที และมีการรวมต้นทุนผันแปรอื่นๆ เช่น ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ ตั้งแต่นั้นมา ค่า Ft ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นและมีการผันแปรไปตามต้นทุนที่เปลี่ยนไป  ฉะนั้นตั้งแต่ปลายปี 2535 ค่าไฟฟ้าจึงมี 3 ส่วน ได้แก่ ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่าไฟฟ้าผันแปร(Ft) + ภาษีมูลค่าเพิ่ม  ขณะเดียวกันในใบเสร็จรับเงินตั้งแต่เดือน ต.ค. 2543 มีค่าบริการปรากฏขึ้นมาใหม่ คำถามคือค่าบริการนี้มาจากไหนและทำไมต้องมี
ค่าบริการนี้ไม่ใช่เงินที่เก็บเพิ่มขึ้นใหม่ แต่เป็นค่าใช้จ่ายเดิมที่รวมอยู่ในค่าไฟฟ้า การแยกค่าบริการออกมาทำให้
สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง

สรุปแล้ว ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บและปรากฏบนใบเสร็จ ประกอบด้วย
1.ค่าไฟฟ้าฐาน
2.ค่าไฟฟ้าผันแปร(Ft)
3.ค่าบริการ
4.ภาษีมูลค่าเพิ่ม

การคิดคำนวณค่าไฟฟ้ามีดังนี้ ก่อนอื่นต้องทราบจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ในบ้านก่อนว่ามีจำนวนเท่าใดและเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดว่ากินไฟเท่าไร สามารถสังเกตได้จากคู่มือการใช้งานหรือแถบป้ายที่ติดกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เขียนว่ากำลังไฟฟ้า ซึ่งมีหน่วยเป็นวัตต์ หลังจากนั้น ลองคำนวณดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดที่ใช้งานในแต่ละวันกินไฟวันละกี่ยูนิต และนำมาเปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้า ดังนี้