พยามที่จะเรียนรู้ ดีกว่าที่จะไม่รับรู้อะไรเลย............(ตั้งใจมากๆนะครับ) เก้าในสิบส่วนของความสุขที่มั่นคงและยืนยาวในชีวิตของเรา เกิดจากความรักใคร่อาทร



สารผสม (Mixture Substance) หมายถึง สารที่ไม่บริสุทธิ์ซึ่งเกิดจากสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน อาจจะเป็นการผสมกันระหว่างธาตุกับธาตุ สารประกอบกับสารประกอบ หรือธาตุกับสารประกอบก็ได้ เช่น อากาศเป็นของผสมระหว่างก๊าซไนโตรเจน ออกซิเจน และก๊าซอื่นๆ เล็กน้อย
ทั้งนี้อัตราส่วนผสมของสารทั้งสองจะไม่เท่ากัน ไม่คงที่แน่นอน สารผสมที่มีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน จะถูกเรียกว่า สารละลาย (Solution) สารผสมที่มีลักษณะเป็นเนื้อผสมจะถูกเรียกว่า สารแขวนลอย (Suspension) และสารผสมที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างสารเนื้อเดียวกับสารเนื้อผสมจะถูกเรียกว่า คอลลอยด์ (Colloid) ส่วนอิมัลชัน (Emulsion) ก็จัดเป็นสารผสมที่เกิดจากของเหลว 2 ชนิดที่ไม่สามารถละลายเข้าด้วยกันได้

-สารละลาย อนุภาคในสารละลายมีขนาดเล็กมากและกระจายตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอ
-คอลลอยด์ อนุภาคในคอลลอยด์ มีขนาดใหญ่กว่าอนุภาคในสารละลาย ผ่านรูพรุนของกระกรองได้ แต่ไม่ผ่านรูพรุนของกระดาษเซลโลเฟน
-สารแขวนลอย อนุภาคในสารแขวนลอยมีขนาดใหญ่และหนัก เมื่อเขย่าจะกระจายได้ แต่ถ้าทิ้งไว้จะตกตะกอน
เรียงลำดับขนาดของอนุภาคสารที่กระจายอยู่ในสารที่เป็นตัวกลางส่วนใหญ่จะเป็นของเหลว จากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก ตามลำดับ คือ
******สารแขวนลอย> คอลลอยด์ >สารละลาย*****

สารละลาย (Solution)
จัดเป็นสารเนื้อผสม ซึ่งมีสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปอยู่ด้วยกันในลักษณะที่เป็นเนื้อเดียวกัน ตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวทำละลาย (Solvent) ซึ่งมีสัดส่วนในปริมาณที่สูง อีกตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวถูกละลาย (Solute) ที่มีสัดส่วนในปริมาณที่น้อยกว่า เช่น น้ำเกลือ มีน้ำเป็นตัวทำละลาย

สารแขวนลอย (Suspension) เป็นสารผสมที่เกิดจากสาร 2 ชนิดมารวมกันอย่างไม่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน สารหนึ่งจะมีโมเลกุลยาวต่อเนื่องกันโดยตลอด แต่อีกโมเลกุลหนึ่งจะอยู่รวมกันเป็นอนุภาคใหญ่ และสามารถแยกโมเลกุลทั้งสองออกจากกันได้จากการกรองด้วยกระดาษกรอง สารแขวนลอยนี้ถ้ามองดูด้วยตาเปล่าจะพบว่ามีลักษณะขุ่นขาวและเมื่อตั้งทิ้งไว้จะตกตะกอน
ตัวอย่างสารแขวนลอยที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น แป้งมันผสมน้ำ ยาคาลามายด์ หรือยาปฏิชีวนะอื่นๆ ของเด็กที่มักมี คำเตือนให้เขย่าขวดก่อนกินยา น้ำโคลน คอนกรีต ดินปืน เป็นต้น

คอลลอยด์ (Colloid) เป็นอนุภาคของสารในคอลลลอยด์จะมีขนาดเล็กกว่าสารแขวนลอย แต่ใหญ่กว่าอนุภาคของสารในสารละลาย จึงทำให้คอลลอยด์แพร่กระจายอยู่ในน้ำได้โดยไม่ตกตะกอน ถ้ามองด้วยตาเปล่าจะเห็นลักษณะที่ขุ่น เช่น น้ำยางพารา น้ำเต้าหู้ นมสด ฝุ่นละลองในอากาศ หมอก น้ำสลัด วุ้น ควันบุหรี่ เป็นต้น และคุณสมบัติที่เด่นชัดของคอลลอยด์ คือ แสงสามารถผ่านเข้าได้เราจึงมองเห็นลำแสงได้ชัดเจน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ปรากฏการณ์ทินดอลล์ (Tyndall Effect)
นอกจากนี้ยังพบว่าคอลลอยด์บางชนิดมีลักษณะเหนียวหนืด เพราะอนุภาคของคอลลอยด์ถูกของเหลวดึงดูดไว้อย่างแข็งแรง เมื่อทำให้เย็นหรือระเหยส่วนที่เป็นของเหลวออกไปบ้างจะเข้มข้นมากจนเกือบมีสถานะเป็นของแข็ง เช่น แยม วุ้น กาว และแป้งเปียก เป็นต้น
ประเภทของคอลลอยด์
เนื่องจากคอลลอยด์มีมากมาย เราสามารถแบ่งประเภทของคอลลอยด์ได้ดังนี้
1. ซอลส์ (Sols) ซอลส์จัดเป็นคอลลอยด์ที่เกิดจากสารที่เป็นของแข็งซึ่งมีเลกุลขนาดเล็กกระจายอยู่
ในสารที่เป็นตัวกลางที่เป็นของเหลว เช่น ยาลดกรดที่ทำมาจากแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ [Mg(OH)2)]

2. เจล (Gel) เจลจัดเป็นคอลลอยด์ทีเกิดจากสารที่เป็นของแข็งซึ่งมีโมเลกุลขนาดใหญ่กระจายอยู่
ในสารที่เป็นตัวกลางที่เป็นของเหลว มักจะมีลักษณะเหนียวหนืด เช่น แยม เจลลี แป้งเปียก วุ้น กาว และยาสีฟัน

3. อิมัลชัน (Emulsion) อิมัลชันเป็นคอลลอยด์ที่เกิดจากของเหลวที่ไม่รวมเป็นเนื้อเดียวกันถูกทำ
ให้รวมกันโดยมีการเติมสารที่เรียกว่า สารสร้างอิมัลชัน (Emulsifier) ลงไปช่วยให้มันรวมกันได้ เช่น น้ำมันกับน้ำ โดยใช้สบู่เป็นสารสร้างอิมัลชัน น้ำสลัด (น้ำมันพืชกับน้ำส้มสายชู) โดยใช้ไข่แดงเป็นสารสร้างอิมัลชัน

4. แอโรซอล (Aerosol) แอโรซอล เป็นคอลลอยด์ที่อาจเกิดจาก
** ของเหลวไปกรจายในก๊าซ เช่น หมอก สารประเภทสเปรย์
** ของแข็งกระจายในก๊าซ เช่น ควันไฟ ฝุ่นละอองในอากาศ

5. โฟม (Foam) โฟม เป็นคอลลอยด์ที่อาจเกิดจาก
** ก๊าซกระจายในของเหลว เช่น ฟองสบู่ โฟมสบู่ โฟมล้างหน้า
** ก๊าซกระจายในของแข็ง เช่น ฟองน้ำถูตัว ขนมถ้วยฟู ไข่เจียว

สารละลายโดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ
สารละลายกรด มีคุณสมบัติที่เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
สารละลายเบส มีคุณสมบัติที่เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
สารละลายที่เป็นกลาง
เราเรียกสารที่ให้สีหนึ่งเป็นสารอีกสีหนึ่งว่า อินดิเคเตอร์ (Indicator)
การบอกความเป็นกรด-เบส ของสารละลาย สามารถใช้ค่า pH โดย ค่า pH ของสารละลาย มีค่าอยู่ระหว่าง 0-14 โดยกำหนดมาตราส่วนดังนี้
สารละลายที่มีค่า pH เท่ากับ 7 จะมีสมบัติเป็นกลาง
สารละลายที่มีค่า pH น้อยกว่า 7 จะมีสมบัติเป็นกรด
สารละลายที่มีค่า pH มากกว่า 7 จะมีสมบัติเป็นเบส
ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
http://web.ku.ac.th/schoolnet/
http://web.ku.ac.th/schoolnet/f-snet5.htm