หน้าหลัก | ติดต่ิอ | แผนผังเว็บ
การแบ่งยุคแบบสากล

 

ความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลและไทย
1.ความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากล
  ประวัติศาสตร์สากลแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ออกเป็นสมัยโบราณสมัยกลาง สมัยใหม่ และสมัยปัจจุบัน เห็นแล้วว่าช่วงเวลาของสมัยโบรานยาวนานมาเกือบ 4,000 ปี สมัยกลางประมาณ 1,000 ปี สมัยใหม่เกือบ 500ปี
สมัยปัจจุบันหรือร่วมสมัย 60ปี (นับถึง พ.ศ.2548)
      ประวัติศาสตร์สมัยกลาง เมื่อกรุงโรมถูกพวกอนารยชนโจมตีแตกใน ค.ศ. 476ซึ่งถือเป็นการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก    และสิ้นสุด  ประวัติศาสตร์สมัยโบราน จริงๆแล้วไม่ใช่เป็นการ “ล่มสลาย”แต่เป็นการค่อยๆแตกแยกของจักรวรรดิโรมันตะวันตกมากกว่า 
          สภาพของจักรวรรดิโรมันตะวันตกที่กล่าวมา แม้ทุกอย่างอยู่ในสภาพเสื่อมสลาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสูญสิ้น ยังมีเรื่องสำคัญอย่างน้อย 2 ประการที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันมากับประวัติศาสตร์สมัยกลางดังนี้
1.1มรดกอารยธรรมของจักรวรรดิโรมัน
         พวกอนารยชนหลายพวกซึ่งโจมตีและปล้นสะดมเมืองต่างๆ ของจักรวรรดิโรมันตะวันตกเคยอยู่ภายใต้อำนาจและเป็นของจักรวรรดิโรมันตะวันตก ได้เห็นความเจริญรุ่งเรือง ได้เรียนรู้และรับอารยธรรมของจักรวรรดิโรมันตะวันตก ผู้นำอนารยชนที่มีความสามารถและทะเยอทะยานที่จะฟื้นความเป็นเอกภพ ความรุ่งเรืองจักรวรรดิโรมันตะวันตกขึ้นมาใหม่ทำให้อารยธรรมโรมันรับการทอดมา
1.2 คริสต์ศาสนา                                                                    การที่ผู้นำของจักรวรรดิโรมันตะวันตกยอมรับคริสต์ศาสนาอย่างเป็นทางการได้เป็นแบบอย่างให้ผู้นำหลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกรับปฏิบัติต่อมา ดังนั้น คริสต์ศาสนาจึงยังคงอยู่ และเป็นที่พึงของผู้คนในเวลาบ้านเมืองแตกแยก คริสต์ศาสนาจึงช่วยรักษาและสืบทอดความคิดและอารยธรรมโรมัน
        ประวัติศาสตร์สมัยอื่นๆก็มีลักษณะเช่นเดียวกันดังนี้
(1)ลักษณะสำคัญของสมัยเก่าสิ้นสุดลง ซึ่งอาจเป็นการสิ้นสุดของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองมานาน
(2)เกิดลักษณะสำคัญแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งแตกต่างจากสมัยเก่ามาก เช่น การแตกแยกวุ่นวาย เพราะไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจปกครองใสมัยกลาง
(3)มารดกทางอารยธรรมยังคงมีการสืบทอดต่อกันมา ดังนั้น ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์จึงมีการการสิ้นสุด การเริ่มต้น และความสัมพันธ์
2.ความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย
       ในประวัติศาสตร์ไทย การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์อาจแตกต่างจากประวัติศาสตร์สากลบ้าง เพราะนิยมแบ่งโดยกำหนดให้เริ่มและการสิ้นสุดของอานาจักร หรือราชธานี หรือราชธานี หรือราชวงศ์เป็นยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ แต่ความสัมพันธ์ของแต่ละยุคสมัยก็มีความต่อเนื่องสัมพันธ์กัน การสิ้นสุดประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาและการเริ่มสมัยธนบุรี สมัยรัตนโกสินทร์
            กรุงศรีอยุธยาข้าศึกโจมตีแตกเมื่อ พ.ศ.2310 บ้านเมืองถูกไฟไหม้ ผู้คนทุกคนชนชั้นทั้งหญิงชายถูกกวาดต้อน บางส่วนหลบหนีเพื่อความอยู่
รอด ทรัพย์สมบัติถูกยึด บ้านเมืองอยู่ในสภาพจลาจล แตกแยก ถือเป็นการสิ้นสุดความรุ่งเรืองของสมัยอยุธยาที่มีต่อเนื่องถึง417 ปี แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ แต่มรดกทางอารยธรรมของกรุงศรีอยุธยาก็ยังมีความสำคัญต่อสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์จนกระทั่งปัจจุบัน
              สมัยธนบุรีซึ่งมีการย้ายราชธานีและเป็นสมัยที่เต็มไปด้วยการสงครามแต่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงพยายามทำให้กรุงธนบุรีเป็นเหมือนสมัยอยุธยา ทั้งการปกครอง ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เศรษฐกิจและสังคม แต่พระองค์ทรงพระองค์ทรงทำได้ไม่เต็มที่ เพราะมีข้อจำกัดทั้งสภาพแวดล้อมและเวลา
3.สรุป
              การแบ่งยุคสมัยทางระวัติศาสตร์ก็เพื่อความสะดวกในการศึกษาระวัติศาสตร์ให้เกิดความเข้าใจง่าย และเห็นลักษณะสำคัญของประวัติศาสตร์ในแต่ละช่วงเวลาร่วมกัน เห็นการเริ่มต้นใหม่ของเหตุการณ์ในช่วงเวลาหนึ่งได้ชัดเจน แต่การแบ่งยุคสมัยทางยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ก็ไม่ใช่การตัดแยกประวัติศาสตร์ออกจากกันจริงๆ อารยธรรมบางประการของยุคสมัยเก่าที่เปลี่ยนไป ยังคงมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับสมัยเริ่มต้นใหม่หรือหลายสมัยต่อมา เช่น ระบอบการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม
ศิลปวัฒนธรรมธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ประวัติศาสตร์จึงมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องทั้งผู้คนและอารยธรรม

 

หลักเกณฑ์การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

ยุคหินเก่า

ยุคหินใหม่

ยุคประวัติศาสตร์  

การแบ่งยุคแบบไทย

ตามลักษณะของเครื่องมือเครื่องใช

ตามลักษณะเศรษฐกิจและสังคมของมนุษย

เนื้อหาเพิ่มเติม

ความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลและไทย

ความหมายของวิธีการทางประวัติศาสตร์

Copyright 2008 (Black Developer)   Contact us : brightdreamforce@hotmail.com