สาระการเรียนรู้ที่
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
เนื้อหาสาระ

 

 

 

 

 

 

 

วัตถุุุประสงค์ทั่วไไป

    1. เข้าใจการควบคุมการลดแรงดันขณะสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้า
     2. เข้าใจการควบคุมความเร็วมอเตอร์

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

   1 . บอกอุปกรณ์ที่ใช้ใน การควบคุมการลดแรงดันขณะสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้าได้
    2. อธิบายหลักการทำงานวงจรการควบคุมการลดแรงดันขณะสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้าได้
    4. บอกอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมความเร็วมอเตอร์ได้
   3. อธิบายหลักการทำงานวงจรการควบคุมความเร็วมอเตอร์ได้

เนื้อหาสาระ

 1. การลดแรงดันขณะสตาร์ทแบบสตาร์เดลต้า

ารสตาร์ทมอเตอร์ 3 เฟสที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 5 กิโลวัตต์นั้นไม่สามารถใช้วิธีการสตาร์ตรงได้
(Direc Staart) ได้ เนื่องจากกระแสสตาร์ทสูงมาก(ปกติค่ากระแสสตาร์ทสูงประมาณ 5 - 7 เท่า
ของค่ากระแสตามปกติของค่ากระแสตามปกติ ของค่าพิกัดมอเตอร์)จึงต้องการอาศัยเทคนิค
การสตาร์ทมอเตอร์ ที่สามารถลดกระแสขณะสตาร์ทมอเตอร์ได้มิฉะนั้นแล้วการสตาร์ทมอเตอร์ขนาดใหญ่
จะทำให้เกิดผลเสียแก่ ระบบไฟฟ้าหลายประการเช่น
        1.ทำให้เกิดไฟแสงสว่างวูบหรือกระพริบ
        2.ทำให้อุปกรณ์ป้องกันแรงดันไฟฟ้าตกทำงาน
        3.อาจเกิดโอเวอร์โหลดแก่ระบบจ่ายไฟเข้าโรงงาน เช่นหม้อแปลงไฟฟ้า
        4.อาจทำให้ฟิวส์แรงสูงที่ระบบจ่ายไฟฟ้าขาด
        5.กระทบต่อการทำงานของมอเตอร์ตัวอื่นๆในโรงานที่ทำงานในสภาวะโอเวอร์โหลด
อาจดับหรือหยุดทำงานได้เพราะไฟตก
ดังนั้นมอเตอร์ที่มีขนาดสูงกว่า 5 กิโลวัตต์ต้องใช้เทคนิคการสตาร์ทมอเตอร์แบบลดกระแสซึ่งมีอยู่ 3 วิธี
       1.การสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้า
       2.การสตาร์ทแบบลดกระแสแบบตัวต้านทาน 
       3.การสตาร์ทโดยใช้หม้อแปลงลดแรงดัน
ในบทนี้จะกล่าวถึงเฉพาะการสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้าเท่านั้น
      การสตาร์-เดลต้าหมายถึง ขณะสตาร์ทมอเตอร์เป็นแบบสตาร์และเมื่อมอเตอ์ืหมุนไปด้วยความเร็ว 75%ของความเร็วพิกัด มอเตอร์จะต้องหมุนแบบเดลต้า
    
 การสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้า สามารถทำได ้2 วิธี
                1.ใช้สตาร์-เดลต้าสวิตช์
                2. ใช้คอนแทคเตอร์

 2. การะสตาร์ทแบบสตาร์เดลต้า

สตาร์-เดลต้า-สวิตช์เป็นสวิตช์ลักษณะของดรัม หรือ โรตารี่ แคมสวิตช์ คล้ายกับสวิตช์กลับทางหมุน
มอเตอร์แต่โครงสร้างต่อภายใน เปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะสมกับหลักการสตาร์ทแบบนี้ รูปของโรตารี่
แคมสวิตช์ทำหน้าที่เป็น สตาร์-เดลต้า

อุุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุม

1.สวิตช์ปุ่มกดสีแดงปกติปิด 1 ตัว = S1
(Push Button switch N.C. )

2.สวิตช์ปุ่มกดสีเขียวปกตเิปิด 1 ตัว =S2
(Push Button switch N.O. )


4.คาร์ทริคฟิวส์ วงจรกำลัง 3 ตัว = F1
(Power Fuse)

5.คาร์ทริคฟิวส์วงจรควบคุม1 ตัว = F2
(Controlr Fuse)

6.โอเวอร์โหลดรีเลย์ 3 เพส2 ตัว=F3
(Thermal Over Load Relay 3 Phase )

7. แมคเนติคคอนแทคเตอร์2N.O. 2N.C. 3 ตัว= K1,K2,K3
(Magnetic contactor 3 phase ,2N.O. 2N.C. )


9.มอเตอร์ 3 เฟส=M1 ( 3 Phase Induction Motor)

   ความหมายสัญญลักษณ์อักษรกำกับวงจร

สัญญลักษณ์
ความหมาย
S1
สวิตช์ปุ่มกดหยุดเดินมอเตอร์ (Push Button Stop)
S2
สวิตช์ปุ่มกดเดินมอเตอร์(Push Button Start)
F1
ฟิวส์ป้องกันวงจรกำลัง (Power Fuse)
F2
ฟิวส์ป้องกันวงจรควบคุม (Control Fuse)
F3
สว่นป้องกันมอเตอร์ทำงานเกินกำลัง (Overload Relay)
K1
แมคเนติคคอนแทคเตอร์ต่อไฟเข้ามอเตอร์ (Line Contactor)
K2
แมคเนติคคอนแทคเตอร์ต่อขดลวดมอเตอร์แบบสตาร์ (Star Contactor)
K3
แมคเนติคคอนแทคเตอร์ต่อขดลวดมอเตอร์แบบเดลต้า (Delta Contactor)
K4T
รีเลย์หน่วงเวลา (Timer Delay Relay)
M1
มอเตอร์3เฟส ( 3 Phase Induction Motor)

3.วงจรและหลักการทำงานของการสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้า

วงจรกำลัง(Power Circuit)

วงจรกำลังของการสตาร์ทมอเตอร์
 แบบสตาร์- เดลต้านั้นการสตาร์ท
จะต้องเรียงกัน  ไปจากสตาร์ไปเดลต้า  
และคอนแทคเตอร์สตาร์ 
 กับคอนแทคเตอร์เดลต้าจ ะต้องมี Interlock
 ซึ่งกนและกัน  การควบคุมมี 2  อย่างคือ
  เปลี่ยนจากสตาร์ไปเดลต้าโดยการกด  
  Pushbutton
  กับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติด้วยการใช้
  รีเลย์ตั้งเวลาการควบคุมแบบอัตโนมัติมี 2 วิธี
  1. ต่อจุดสตาร์ด้วย K2 ก่อนจ่ายไฟเข้า K1
  2. จ่ายไฟด้วย K1 ก่อนต่อจุดสสตาร์ด้วย K2


วงจรควบคุม( Control Circuit)

วงจรควบคุมสตาร์ทมอเตอร์สตาร์-เดลต้าแบบ
อัตโนมัติโดยใช้รีเลย์ตั้ง

ลำลับขั้นตอนการทำงาน
     1. กด S2ทำให้คอนแทคK2ทำงานต่อแบบ
สตาร์และรีเลย์ตั้งเวลาK4T ทำงานคอนแทค
ปิด ของK2ในแถวที่ 4ตัดวงจรK3 และคอนแทค
ปกติปิดในแถวที่ 2 ต่อวงจรให้เมนคอนแทค K1
     2.หลังจากที่K1ทำงานและปล่อยS2 ไปแล้ว
หน้าสัมปกติเปิด(N.O.)ของK1ในแถวที่ 3ต่อวงจร
ให้คอนแทคเตอร์ K2และตัวตั้งเวลา K4Tจะทำงาน
ตลอดเวลาขณะนี้มอเตอร์หมุนแบบสตาร์(Star)
     3. รีเลย์ตั้งเวลาK4Tทำงานหลังจากเวลาที่ตั้งไว้
คอนแทคเตอร์K2จะถูกตัดออกจากวงจรด้วย
หน้าสัมผัสปกติปิด(N.C.)ของ รีเลย์ตั้งเวลาK4T
ในแถวที่1และหน้าสัมผัสปกติปิด(N.C.)ของK2
ในแถวที่4 กลับสู่สภาวะเดิมต่อวงจรให้กัน
คอนแทคเตอร์K3ทำงาน และหน้าสัมผัสปกติปิด(N.C.)
ของ K3 ในแถวที่ 1 จะตัดคอนแทคเตอร์ K2
และรีเลย์ตั้งเวลาK4T ออกจากวงจร จะคงเหลือคอนแทคเตอร์K1และK3
ทำงานร่วมกันมอเตอร์หมุนแบบ เดลต้า(Delta)
       4.เมื่อต้องการหยุดการทำงานของมอเตอร์

ให้กดสวิตช์ S1(Stop)


หมายเหตุ

    1. ในขณะที่มอเตอร์สตาร์ทแบบสตาร์คอนแทคเตอร์ K1 กับK2 จะทำงาน
    2. เมื่อรีเลย์ตั้งเวลาได้เวลาที่ตั้งไว้มอเตอร์จะรันแบบเดลตต้าคอนแทคเตอร์K1กับ K3 ทำงาน
    3. คอนแทคเตอร์ K1กับ K2 จะทำงานพร้อมกันไม่ได้เพราะจะทำให้เกิดการลัดวงจร

HOME       TOP
สาระการเรียนรู้ที่
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
   ออกแบบพัฒนาบทเรียนโดย ศูนย์พัฒนามัลติมีเดียทางการศึกษา(MDEC)