หน้าแรกวรรณคดีมรดกคุณค่าวรรณคดีรามเกียรติ์ขุนช้างขุนแผนอิเหนาไตรภูมิพระร่วงContact

 

ตัวอย่างข้อความบางตอน

          สิมพลีนรก

          นรกบ่าวถัดนั้นคำรบ ๑๕ ชื่อ โลหสิมพลีนรก ฝูงคนอันทำชู้ด้วยเมียท่านก็ดีแลผู้อันมีผัวแล้แลทำชู้จากผัวก็ดี  คนฝูงนั้นตายไปเกิดในนรกนั้น ๆ มีปาไม้งิ้วปา ๑ หลายต้นนัก แลต้นสูงได้แลโยชน์แลหนามงิ้วนั้นเทียรย่อมเหล็กแดงเป็นเปลลุกอยู่ แลหนามงิ้วนั้นยาวได้ ๑๖นิ้ว มือเป็นเปลวไฟลุกอยู่บ่ห่อนจะรู้ดับสักคาบแล ในนรกนั้นเทียรย่อมฝูงหญิงฝูงชายหลายแลคนฝูงนั้น เขาได้รักใคร่กันดังกล่าว,มาดุจก่อนนั้นแล   ลางคาบผู้หญิงอยู่บนปลายงิ้ว  ผู้ชายอยู่ภายต่ำ   ฝูงยมบาลเขาก็เอาหอกดาบหลาวแหลมอันคมเทียรย่อมเหล็กแดงแทงตีนผู้ชายนั้น   จำให้ขึ้นไปหาผู้หญิง ชู้ของสูอยู่บนปลายงิ้วโพ้นเร็วอย่าอยู่   แลฝูงผู้ชายทนเจ็บบ่มิได้จึงปีนขึ้นไปบนต้นงิ้วนั้น ครั้นว่าขึ้นไปไส้หนาวงิ้วนั้นบาดทั่วตนเขาขาดทุกแห่งแล้วเป็นเปลวไปไหม้ตัวเขา ๆ เจ็บปวดหนักหนาดังใจเขาจะขาด แลเขากลัวฝูงยมบาลหมู่ ๑ แทงตีนผู้หญิงไปหาผู้ชาย ผู้เป็นผู้อยู่บนยอดงิ้วนั้นเล่าแลว่าเมื่อเขาลงหากันอยู่ฉันนั้น เขาบมิได้พบกัน ยมบาลขับผู้หญิงผู้ชายจำให้ขึ้นลงหากัน ดังนั้นผลายคาบหลายคราลำบากหนักแลฯ

          เปรตบางจำพวก

          เปรตบางจำพวก ๑ มีตนใหญ่สูงเพียงลำตาล แลมีผมนั้นหยาบนัก แลตัวนั้นเหม็นหนักหนาหาที่จะดีบมิได้สักแห่ง  เขานั้นอดอยากเผ็ดเร็ดไร้หนา แม้นว่าข้าวเมล็ด ๑ ก็ดี น้ำหยด ๑ ก็ดี ก็มิได้เข้าลงท้องเลยสักน้อย แลเปรตฝูงนี้เมื่อกำเนิดก่อน  เขานี้ตระหนี่นักแล เขาบมิมักกระทำบุญให้ทานเลย เขาเห็นท่านทำทานให้บุญไส้ มันย่อมห้ามปรามเสียมิให้ท่านทำบุญให้ทานได้ ด้วยบาปกรรมอันตนตระหนี่แลมิมักทำบุญให้ทานดังนั้น เขาได้ไปเป็นเปรตแลอดยากหนักหนา อาหารจะหากินไส้ก็หาบมิได้สักอันนั้นเพราะบาปกรรมเขาอันได้กระทำบมิดีนั้นแลฯ เปรตจำพวก ๑ ไส้เขาเทียรย่อมเอาสองมือกอบเอาข้าวลีบปนข้าวดี แล้วเอาไปลวงขายแก่ท่านฯ และด้วยบาปกรรมเขาดังนี้เขาจึงเอามือกอบข้าวลีบเป็นไฟนั้นอันลุกเป็นไฟนั้นมาใส่บนหัวตนเองอยู่ทุกเมื่อไส้ เปรตจำพวกนี้เมื่อกำเนิดเขากระทำจึงทนทุก ๆ เมื่อดังนี้แลฯเปรตจำพวก ๑ เขาย่อมเอาค้อนเหล็กอันแดงตีหัวเขาเองอยู่ทุกเมื่อมิวายไส้ แลเปรตจำพวกนี้เมื่อกำเนิดเขาปแต่ก่อนไส้   เขาได้ตีหัวพ่อแม่แห่งเขาด้วยมือก็ดี  ด้วยไม้ก็ดี  ด้วยเชือกก็ดีด้วยบาปกรรมเขาอันได้ตีหัวพ่อแม่เขานั้น  เขาก็เอาค้อนเหล็กแดงตีหัวเขาเองอยู่ทุกเมื่อเพท่อบาปกรรมเขาทำเองนั้นแล

          ช้างเอราวัณ

          องค์พระอินทร์นั้นสูงได้  ๖,๐๐๐ วา  แลประดับนิ์ด้วยแก้วถนิมอาภรณ์ทั้งหลายแลธนั่งเหนือแท่นแก้วนั้นหัวช้างได้ ๓๓  หัวไส้  พระอินทร์ ธ ให้เทพยาดาทั้งหลายขี่ ๓๒ หัวนั้น มีบุญเพียงประดุจพระอินทร์ไส้ ฯ อันว่าหัวช้างทั้ง ๓๓ หัว แลหัว ๆ มีงา ๗ ดอก ๆ แลอันนั้นมีกลีบ ๗ กลีบ ๆ แลอัน ๆ นั้นมีนางฟ้ายืนรำระบำบรรพตแล  ๗  คนนางแลคน  ๆนั้นมีสาวใช้ได้ ๗ คนโสดช้าง ๓๓ หัวนั้นได้๒๓๑ งา สระนั้น ๑,๑๖๑๗ สระ แลกอบัวในสระนั้นได้ ๗๙,๒๓๓ ดอกแลกกลีบดอกบัวนั้นไส้ได้ ๕๕๔,๖๓๑ กลีบ แลนางฟ้าเต้นระบำนั้นได้ ๓,๘๘๒,๔๑๗ นาง แลสาวใช้นางระบำนั้นได้ ๒๗,๑๗๖,๙๑๙ คนแลมีอยู่ในงาช้างไอยราวรรณ์นั้น แลมีสถานที่ ๑ แห่ง โดยกว้างได้ ๕๐ โยชน์ เป็นที่อยู่แห่งฝูงนางระบำแลบริวารของนางทั้งหลายนั้นด้วยฯ

          ไตรภูมิกถานับว่าเป็นวรรณคดีเรื่องแรกที่เรียบเรียงตามหลักการค้นคว้าโดยใช้หลักฐานประกอบถึง ๓๐ คัมภีร์ บอกผู้แต่ง วันเดือนปี และความมุ่งหมายที่แต่งไว้ครบถ้วน มีความสำคัญทั้งในด้านอักษรศาสตร์ ศาสนา และสังคม

          ในทางอักษรศาสตร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับภาษา เนื่องจากถ้อยคำสำนวนในหนังสือนี้ บางส่วนเก่าเสมอจารึกสมัยสุโขทัย แต่อาจมีข้อความสมัยหลังปนอยู่ด้วย แต่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่มีความเก่าและน่าเชื่อถือได้มากกว่าหนังสือที่สันนิษฐานว่าเกิดในสมัยเดียวกัน คือ สุภาษิตพระร่วง ตำรับท้านศรีจุฬาลักษณ์ การพรรณนาความในหนังสือเล่มนี้นับว่าเป็นเลิศ ทำให้เกิดมโนภาพ เช่น  เรื่องเกี่ยวพระอินทร์ เขาพระสุเมรุ ป่าหิมพานต์ ช้างเอราวัน เป็นต้น

          ในด้านศาสนา นับว่าหนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นบาปบุญคุณโทษ สมความมุ่งหมายของผู้แต่ง ตรึงจิตของผู้ได้อ่านได้ฟัง มีผู้นำเรื่องราวบางตอนจากหนังสือนี้ไปวาดเป็นรูปภาพตามวัดก็มี

          ในทางสังคม หนังสือไตรภูมิพระร่วงสะท้อนถึงการศึกษาและการอบ รมศีลธรรม ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านาย และราษฎรสามัญต่างใฝ่ใจในการศึกษา เล่าเรียนวิชาการทั่วไป ตลอดจนปรัชญาและจริยธรรมทางศาสนา พระเจ้าแผ่นทรงวางพระองค์เสมอบิดาและครูอาจารย์ของราษฎร ทรงสั่งสอนราษฎรด้วยพระองค์เอง สังคมสุโขทัยยึดมั่นในอุดมการณ์สูงสุด ยกย่องคุณงามความดี เชื่อมั่นในผลแห่งกรรม พากันบำเพ็ญทานและสร้างปูชนียสถาน และถาวรวัตถุไว้ด้วยแรงศรัทธา

หน้าถัดไป