คำกริยา
![]()
![]()
| ความหมายของคำกริยา คำกริยา หมายถึง คำแสดงอาการ การกระทำ หรือบอกสภาพของคำนามหรือคำสรรพนาม เพื่อให้ได้ความ เช่นคำว่า กิน เดิน นั่ง นอน เล่น จับ เขียน อ่าน เป็น คือ ถูก คล้าย เป็นต้น ชนิดของคำกริยา คำกริยาแบ่งเป็น ๕ ชนิด ๑. อกรรมกริยา คือ คำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารับก็ได้ความสมบูรณ์ เข้าใจได้ เช่น - เขา"ยืน"อยู่ - น้อง"นอน" ๒. สกรรมกริยา คือ คำกริยาที่ต้องมีกรรมมารับ เพราะคำกริยานี้ไม่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง เช่น - ฉัน "กิน"ข้าว (ข้าวเป็นกรรมที่มารับคำว่ากิน) - เขา"เห็น"นก (นกเป็นกรรมที่มารับคำว่าเห็น) ๓. วิกตรรถกริยา คือ คำกริยาที่ไม่มีความหมายในตัวเอง ใช้ตามลำพังแล้วไม่ได้ความ ต้องมีคำอื่นมาประกอบจึงจะได้ความ คำกริยาพวกนี้คือ เป็น เหมือน คล้าย เท่า คือ เช่น - เขา"เป็น"นักเรียน - เขา"คือ"ครูของฉันเอง ๔. กริยานุเคราะห์ คือ คำกริยาที่ทำหน้าที่ช่วยคำกริยาสำคัญในประโยคให้มีความหมายชัดเจนขึ้น ได้แก่คำว่า จง กำลัง จะ ย่อม คง ยัง ถูก นะ เถอะ เทอญ ฯลฯ เช่น - นายดำ"จะ"ไปโรงเรียน - เขา"ถูก"ตี ๕. กริยาสภาวมาลา คือ คำกริยาที่ทำหน้าที่เป็นคำนามจะเป็นประธาน กรรม หรือบทขยายของประโยคก็ได้ เช่น - "นอน"หลับเป็นการพักผ่อนที่ดี (นอน เป็นคำกริยาที่เป็นประธานของประโยค) - ฉันชอบไป"เที่ยว"กับเธอ (เที่ยว เป็นคำกริยาที่เป็นกรรมของประโยค) หน้าที่ของคำกริยามีดังนี้คือ ๑. ทำหน้าที่เป็นตัวแสดงในภาคแสดงของประโยค เช่น - ขนมวางอยู่บนโต๊ะ - นักเรียนอ่านหนังสือทุกวัน ๒. ทำหน้าที่ขยายคำนาม เช่น - วันเดินทางของเขาคือวันพรุ่งนี้ ("เดินทาง" เป็นคำกริยาที่ไปขยายคำนาม "วัน") ๓. ทำหน้าที่ขยายกริยา เช่น - เด็กคนนั้นนั่งดูนก ("ดู" เป็นคำกริยาที่ไปขยายคำกริยา "นั่ง") ๔. ทำหน้าที่เหมือนคำนาม เช่น - ออกกำลังกายทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรง ("ออกกำลังกาย" เป็นคำกริยา ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค) - เด็กชอบเดินเร็วๆ ("เดิน" เป็นคำกริยา ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค)
|
