คำมูล

 

 

คำมูล
          คำที่เกิดจากการประสมของโครงสร้างคำ และเป็นคำที่มีความหมาย ผู้ฟังและผู้อ่านฟังแล้วอ่านแล้วเข้าใจว่าหมายถึงอะไร หรือสิ่งใด หรืออย่างไร คำนั้นจะเป็นคำไทย หรือคำที่มาจากภาษาอื่นก็ได้ เรียกว่า คำมูล ทั้งสิ้น
          คำมูลแต่ละคำจะมีความหมาย คำมูลคำหนึ่งมักมีความหมายอย่างหนึ่ง แต่มีอยู่บ้างที่คำคำเดียว รูปลักษณ์อย่างเดียวมีหลายความหมาย เช่น ติด มีความหมายว่า ข้องอยู่ ไปไม่ได้ เกาะอยู่ ทำให้แน่น ฯลฯ หรือคำหลายคำมีรูปลักษณ์หลายอย่างแต่มีความหมายอย่างเดียว เช่น สตรี นารี ยุพา กัญญา หมายถึง ผู้หญิง
          เราสามารถแบ่งคำมูลออกได้เป็น
                    คำมูลพยางค์เดียว
                    คำมูลหลายพยางค์


คำมูลพยางค์เดียว
          คำที่เปล่งออกมาเพียงครั้งเดียว และมีความหมายชัดเจนในตัว เช่น รัก หลง ไม่ ไป เงิน จริง ปลอม ก๊ก ฟรี โชว์ เดิน
นาม คน ไก่ ข้าว ช้อน (ไทยแท้)
ครีม บุญ กรรม ก๊ก (มาจากภาษาอื่น)
สรรพนาม ฉัน เขา ท่าน สู ตู (ไทยแท้)
คุณ อั๊วะ ลื้อ (มาจากภาษาอื่น)

กริยา กิน นอน เห็น ยก (ไทยแท้)
เดิน เซ็ง โกรธ (มาจากภาษาอื่น)
วิเศษณ์ แดง ดำ นิ่ม คด (ไทยแท้)
ฟรี เก๋ เพ็ญ (มาจากภาษาอื่น)
บุพบท ใน นอก เหนือ ใต้ (ไทยแท้)
สันธาน แต่ และ ถ้า (ไทยแท้)
อุทาน โอ๊ย ว้าย (ไทยแท้)
ว้าว โธ่ (มาจากภาษาอื่น)

คำมูลหลายพยางค์
          เป็นคำที่เปล่งออกมาเกิน 1 ครั้ง รวมกันจึงเข้าใจความหมาย ถ้าหากแยกเสียงที่เปล่งออกมาเป็นช่วง ๆ จะไม่มีความหมาย เช่น ประตู มะละกอ วิทยุ กระต่าย กระดาษ แจกัน
นาม กระจง ตะไคร้ จิ้งหรีด (ไทยแท้)
กุญแจ โซดา กะลาสี (มาจากภาษาอื่น)
สรรพนาม ดิฉัน กระผม กระหม่อม (ไทยแท้)
กริยา เขม่น กระหยิ่ม สะดุด ละล่ำละลัก (ไทยแท้)
เสวย บรรทม ประสูติ (มาจากภาษาอื่น)
วิเศษณ์ ตะลีตะลาน ถมึงทึง ทะมัดทะแมง (ไทยแท้)
ประเสริฐ จรัส ขจี (มาจากภาษาอื่น)
บุพบท, สันธาน กระทั่ง ฉะนั้น (ไทยแท้)
อุทาน อุเหม่ โอ้โฮ (ไทยแท้)
อนิจจา อพิโธ่ ปัดโธ่ (มาจากภาษาอื่น)

คำที่สร้างจากคำมูล
          คำที่เกิดขึ้นโดยการสร้างคำจากคำมูล จะแบ่งตามรูปลักษณะได้ดังนี้
1. คำประสม
2. คำซ้อน
3. คำซ้ำ
4. คำสมาส – สนธิ