ประโยคความรวม

 

 

 
ประโยคความรวม  (อเนกัตถประโยค)  คือประโยคที่รวมเอาประโยคความเดียวตั้งแต่ ๒ ประโยคขึ้นไปมารวมกัน โดยใช้สันธานเป็นตัวเชื่อมแต่ก็สามารถแยกออกเป็นประโยคความเดียวที่มีใจความสมบูรณ์ได้เหมือนเดิมโดยไม่ต้องเพิ่มส่วนใดส่วนหนึ่งในประโยค เช่น   

ประโยคความรวม

ประโยคความเดียว

ประโยคความเดียว

สันธาน

ฉันอ่านหนังสือแต่
น้องเล่นตุ๊กตา

ฉันอ่านหนังสือ

น้องเล่นตุ๊กตา

แต่

            ประโยคความรวมแบ่งย่อยได้เป็น ๔ แบบ ดังนี้  

               ๒.๑  ประโยคที่มีเนื้อความคล้อยตามกัน คือ ประโยคความเดียว ๒ ประโยค
ที่นำมารวมกันโดยมีเนื้อความสอดคล้องกันมีสันธาน และ แล้ว  แล้ว...ก็  ครั้ง...จึง   
พอ...ก็ ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม  แบ่งเป็น ๒ ลักษณะ  คือ
                       ๒.๑.๑ ประธานหนึ่งคนทำกริยา ๒ กริยาต่อเนื่องกัน เช่น


ประโยคความรวม

ประโยคความเดียว

ประโยคความเดียว

สันธาน

พอฉันทำการบ้านเสร็จก็ไปดูโทรทัศน์ทันที

ฉันทำการบ้านเสร็จ

ฉันไปดูโทรทัศน์

พอ...ก็

                       ๒.๑.๒ ประธานสองคนทำกริยาอย่างเดียวกัน เช่น


ประโยคความรวม

ประโยคความเดียว

ประโยคความเดียว

สันธาน

สุมาลีและจินดาเรียน
ยุวกาชาดเหมือนกัน

สุมาลีเรียนยุวกาชาด

จินดาเรียนยุวกาชาด

และ

               ๒.๒ ประโยคที่มีเนื้อความขัดแข้งกัน  คือ  ประโยคความเดียว ๒ ประโยคที่นำมารวมกัน โดยมีเนื้อความขัดแย้งกัน กริยาในแต่ละประโยคตรงกันข้ามกันส่วนใหญ่จะมีสันธาน  แต่ แต่ทว่า กว่า...ก็  ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม  เช่น  


ประโยคความรวม

ประโยคความเดียว

ประโยคความเดียว

สันธาน

ฉันรักเขามากแต่ทว่า
เขากลับไม่รักฉันเลย

ฉันรักเขามาก

เขากลับไม่รักฉันเลย

แต่ทว่า

            ๒.๓ ประโยคที่มีเนื้อความให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ประโยคที่มีกริยา ๒ กริยาที่ต่างกัน มีสันธาน หรือ  หรือไม่ก็ มิฉะนั้น...ก็  ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม เช่น


ประโยคความรวม

ประโยคความเดียว

ประโยคความเดียว

สันธาน

แก้วหรือไม่ก็ก้อยไปช่วยแม่ยกของหน่อยจ้ะ

แก้วไปช่วยแม่ยกของ

ก้อยไปช่วยแม่ยกของ

หรือไม่ก็

           ๒.๔ ประโยคที่มีเนื้อความเป็นเหตุเป็นผล คือ ประโยคที่มีประโยคความ
เดียวประโยคหนึ่งมีเนื้อความเป็นประโยคเหตุและมีประโยคความเดียวอีกประโยค
หนึ่งมีเนื้อความเป็นประโยคผล มีสันธาน จึง ฉะนั้น ดังนั้น เพราะฉะนั้น ฯลฯ เป็นตัวเชื่อม  เช่น


ประโยคความรวม

ประโยคความเดียว

ประโยคความเดียว

สันธาน

เพราะเธอเป็นคนเห็น
แก่ตัวจึงไม่มีใครคบค้า
สมาคมด้วย

เธอเป็นคนเห็นแก่ตัว
(ประโยคเหตุ)

ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย
(ประโยคผล)

เพราะ...จึง

ข้อสังเกต        ประโยคความรวมที่มีเนื้อความเป็นเหตุเป็นผลนั้น  ประโยคเหตุจะต้องมาก่อน
                      ประโยคผลเสมอ