หุ่นของไทยมีมาแต่สมัยอยุธยาตอนต้น และได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาตลอด แบ่งได้เป็น 4 ชนิดคือ

  1. หุ่นหลวง
  2. หุ่นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
  3. หุ่นกระบอก
  4. หุ่นละครเล็ก

หุ่นหลวงมีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น มีการจัด "ช่างหุ่น" เป็นสาขาหนึ่งใน "ช่างสิบหมู่

การแสดง พิจารณาจากวรรณคดีหลายเรื่อง เช่น
ปุณโณวาทคำฉันท์ ของพระมหานาค วัดท่าทราย สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กล่าวถึงการแสดงหุ่นหลวง
สมโภชพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี ว่า

" ฝ่ายหุนก็ตั้งโห่          ศัพทส้าวกระโหมโครม
ชูเชิดพระโคโดม         ทวิพราหมณรณรงค์ "           

ในอิเหนา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ตอนงานพระเมรุเมืองหมันหยา กล่าวว่า

" ทั้งหุ่นโขนโรงใหญ่ช่องระทา          มานอนโรงคอยท่าแต่ราตรี "

ในขุนช้างขุนแผน ตอนงานศพนางวันทอง กล่าวว่า

" พวกหุ่นเชิดชักยักย้ายท่า          ตนเจรจาสองข้างต่างถุ้งเถียง
จำอวดเอาอ้ายค่อมค่ายค้อมเมียง          พูดจาฮาเสียงสนั่นโรง "     

ในคำพากท์รามเกียรติ์สำนวนเก่า บทเบิกหน้าพระ พากท์สามตระ กล่าวว่า

" กลางวันโขนละคอนโสภา          หุ่นเห็นแจ่มตา
ประดับด้วยเครื่องเรืองไร "                                         

   จากวรรณคดีเหล่านี้ พอจะอนุมานได้ว่า ลักษณะการแสดงหุ่น ต้องมีการโหมโรงกระทุ้งเสามีคนเชิด
มีคนเจรจา มีจำอวดหรือตลกด้วย และนิยมแสดงตอนกลางวัน