การละครตะวันตกเริ่มต้นมานาน การแสดงในระยะแรกๆ จึงเป็นการแสดงเพื่อบูชาสรรเสริญพระเจ้าหรือกษัตริย์ ต่อมาพัฒนามาเป็นการเล่าเรื่อง การล่าสัตว์ และงานกิจกรรมทางศาสนา
ละครตะวันตกจัดแบ่งออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ 2 กลุ่ม คือ ละครมาตรฐาน และละครสมัยใหม่

ละครมาตรฐาน
ละครมาตรฐานปรากฏรูปแบบการแบ่งการแสดงไว้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. ละครที่แบ่งตามโครงเรื่อง ( เนื้อเรื่อง ) ซึ้งมี 2 ลักษณะได้แก่
1.1 ละครโศกนาฏยกรรม ( Tragedy ) ก่อเกิดมาจากความเกรงกลัว ผู้หญิงจะเป็นผู้ร้องเพลงและเต้นรำเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าไดโอนิซัส ( Dionysus ) ในสมัยโบราณ โศกนาฏกรรมเป็นเรื่องเร้าใจให้ผู้ชมละครเกิดอารมณ์สงสาร เกิดความกลัวว่าเหตุการณ์เช่นนั้นจะเกิดกับตัวเองบ้าง เป็นละครที่แสดงความทุกข์ยากของมนุษย์ และพัฒนามาจนถึงขั้นสูงสุด เกิดเป็นบทนวนิยายที่เกี่ยวกับความตาย

 

 

 

1.2 ละครสุขนาฏกรรม ( Comedy ) กำเนิดมาจากการร้องเพลงศาสนาของกรีด เป็นละครที่ทำให้ผู้ชมเกิดความสุข ความเพลิดเพลิน ความเพลิดเพลินนี้ทำให้ชมละครยิ้มเงียบๆ  จนถึงขั้นหัวเราะดังทีเดียว สุขนาฏกรรมมีหลายประเภท ได้แก่

1) สุขนาฏกรรมที่แสดงลักษณะนิสัย ( Comedy Manners ) เป็นการพรรณนาลักษณะนิสัยของบุคคลที่มีข้อบกพร่องบางอย่าง แล้วทำให้ผู้อื่นขบขัน เช่น คนเห่อยศ ทะเยอทะยาน เป็นต้น
2) สุขนาฏกรรมที่เกิดจากความเข้าใจผิด ( Comedy of Errors ) โครงเรื่องอาศัยความเข้าใจผิดเป็นสำคัญ เป็นเรื่องชีวิตจริง เช่น ชีวิตครอบครัวเป็นต้น
3) สุขนาฏกรรมที่แสดงความรู้สึกในใจ ( Sentimental Comedy ) เป็นละครที่สอนเกี่ยวกับศีลธรรม ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ และสามารถทำให้หัวเราะได้
4 ) สุขนาฏกรรมที่แสดงนิสัยหรือความคบขัน ( Comedy of Character of Humours ) เป็นละครที่นำเอาเรื่องเกี่ยวกับข้อบกพร่องของมนุษย์แล้วทำจนเป็นนิสัย เช่น นิสัยขี้อิจฉาริษยา เป็นต้น
5) หัสนาฏกรรม ( Farce ) คือละครที่เกิดความจริง แต่ตลกขบขัน มีจุดมุ่งหมายเพียงให้ผู้ชมหัวเราะ
6) ละครรักโศกเร้าอารมณ์ ( Melodrama ) เป็นละครที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ตื่นเต้นกินใจ ตัวแสดงมีลักษณะเกินความจริง และมักจบลงแบบมีความสุข
2. ละครที่แบ่งตามวิธีเขียนบทละครและการจัดการแสดงละคร การจัดแบ่งประเภทของละครมาตรฐานตะวันตกตามวิธีเขียนบทละครและการจัดการแสดงละคร ได้แก่
2.1 ละครที่มีเรื่องสมจริง เรื่องที่แสดงต้องเป็นเรื่องชีวิต เป็นเรื่องสมจริงเท่าที่จะสามารถรับรู้ทางการเห็นได้ด้วยตา การจัดการแสดงต้องสมจริง เป็นธรรมชาติทั้งการจัดฉาก การแต่งกาย การแต่งหน้า และภาษาพูด การแสดงที่เกิดขึ้นต้องสมจริงที่สุด
2.2 ละครที่มีเรื่องเกี่ยวกับคตินิยม ละครประเภทนี้จะต้องเป็นละครอุดมคติทั้งหมด ตัวละครโดยเฉพาะพระเอก-นางเอกจะต้องเป็นแบบอย่างของการทำดี ไม่มีอะไรผิดพลาด ละครแนวนี้ปัจจุบันไม่นิยม เพราะมีความขัดแย้งกับสุขภาพความเป็นจริงของสังคม
2.3 ละครที่มีเรื่องสมมติ มีการสมมติสิ่งต่างๆ ข้นแทนความหวังของมนุษย์ และมักจะแทรกการสอนศีลธรรมคำสอนไว้ด้วย
2.5 ละครที่มีเรื่องเกี่ยวกับเทพนิยาย เป็นละครที่มุ่งสอนศีลธรรม เนื้อเรื่องไม่มีความซับซ้อน ตัวละคร
ถูกสมมติเป็นเทวดา นางฟ้า สัตว์ที่พูดได้ เนื้อเรื่องฝ่ายธรรมะจะต้องชนะฝ่ายอธรรมเสมอเป็นละครที่เหมาะสมกับเด็กๆทุกวัย