ผลกระทบที่เกิดจากลมฟ้าอากาศ

1. ผลกระทบจากพายุฟ้าคะนอง

การเกิดของพายุฟ้าคะนอง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดพายุฟ้าคะนองได้แก่

  1. อากาศมีความชื้นสูง
  2. อากาศไม่มีการทรงตัวหรือไม่มีเสถียรภาพ (instability)
  3. อากาศไม่มีเสถียรภาพแบบมีเงื่อนไข (Conditional Instability)
  4. มีแรงยกที่ทำให้อากาศลอยตัวขึ้น (Lifting Action) เช่น แรงที่เกิดจากพาความร้อนในแนวดิ่ง แนวปะทะอากาศชนิดใดชนิดหนึ่ง แนวเทือกเขา แนวลมพัดสอบเข้าหากัน

ระยะของการเกิดพายุฟ้าคะนองอาจจะแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้

  1. ขั้นคิวมูลัส ใช้เวลา 10-15 นาที
  2. ขั้นเจริญเติบโตเต็มที่ ใช้เวลา 15-30 นาที
  3. ขั้นสลายตัว ใช้เวลา 30 นาที

ทำให้มีผลต่อการบิน

   เพราะในพายุฟ้าคะนองมีสภาวะอากาศที่เลวร้ายที่สุดมีลมกระโชกรุนแรงมีกระแสอากาศพัดขึ้น - ลงรุนแรงทำ ให้เครื่องบินที่บินผ่านเข้าไป หรือบินอยู่ใกล้เคียงได้รับความปั่นป่วนกระเทือนรู้สึกถูกกระแทก  ทำให้ความสูง ของเครื่องบินเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งที่นักบินไม่สามารถรักษาระดับบิน ไว้ได้เป็นเหตุให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุ ตกมาแล้วมากมาย บางครั้งเครื่องบินจะได้รับอันตรายจากลูกเห็บด้วย และมีน้ำแข็งเกาะจับเครื่องบินอย่างรุน แรงด้วยซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าเครื่องบินหากเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยงการบินผ่านเข้าไปในพายุฝนฟ้าคะนองในวันหนึ่ง ทั่วโลกมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นประมาณ 44,000 ครั้ง โดยเฉพาะในเขตร้อนมีเกิดขึ้นแทบทุกวันดังนั้นโอกาส ที่นักบินแต่ละเที่ยวบินจะประสบกับพายุฝนฟ้าคะนองมีสูงมาก 

   ในปัจุจบันมีการเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศของโลกเป็นอย่างมาก ซึ่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งโดยทางตรงและโดยทางอ้อม รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมี ชีวิต ต่างๆบนโลกด้วย เช่น ภาวะ เรือนกระจกการเกิดสภาวะแห้งแล้งโดยทั่วไปทำให้เกิด บริเวณที่เป็นทะเล ทรายที่แห้งแล้งมากขึ้น หรือระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากการที่น้ำแข็งขั้วโลกละลายมากขึ้น ทำให้อาจเกิดภาวะ น้ำท่วมโลก    สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศ

  1. เป็นโดยธรรมชาติ
  2. การกระทำของมนุษย์

    การกระทำของธรรมชาติที่ทำให้สภาพดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง      

  1. ช่วยเสริมการกระทำของมนุษย์ทำให้พื้นที่บริเวณต้นน้ำลำธารเสื่อมโทรม มากยิ่ง ขึ้นได้แก่ ฝนตกหนักแล้วเกิดน้ำไหลบนผิวดินมีปริมาณมากเกินกว่า ปกติ


  1. ลมพัดแรงหรือพายุพัดพาดินให้เคลื่อนที่หรือสึกกร่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับท้องที่ซึ่งเป็นดินร่วน และดินทรายที่ไม่มีพืชปกคลุมเพียงพอ

  

  1. พื้นดินตามบริเวณที่มีความลาดชันหรือชายเนินได้เลื่อนทลายลงสู่เบื้องล่าง เนื่องจากเป็นดินร่วน หรือ ดินทราย และเป็นบริเวณที่มีน้ำในดินไหลออกมามากจนดินขาดการทรงตัวอยู่ได้ตามธรรมชาติ

การกระทำของมนุษย์ที่ทำให้สภาพดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง

  1. การปล่อยควันพิษ เช่น ไฮโดรคาร์บอน แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซค์ แก๊สไนโตรเจนไดออกไซค์ แก๊สคาร์ บอนมอนอกไซค์ ฝุ่นละอองจากโรงงานอุตสาหกรรม และจากรถยนต์ เป้นต้น
  2. การปล่อยสารเคมีเข้าบรรยากาศโดยรู้ไม่ถึงการ์ เช่น การเผาขยะ (สารโลหะหนัก) การพ่นยาฆ่าแมลง และปราบศัตรูพืช (สารปรอท สารแคดเมียมหรือการใช้สารสเปรย์ (สารCFC) เป็นต้น
  3. การทำลายป่าและแหล่งน้ำ

      ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับลมฟ้าอากาศ เพื่อให้ สามารถเตรียมตัวที่จะรับกับ
สภาพการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีรวม ทั้งช่วยให้เราสามารถวางแผนการทำกิจกรรมต่างๆใน
ชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมต่อไป


สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ    มหาวิทยาลัยศรีปทุม          ศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิก อันดับ 1 ในประเทศไทยในใจของคุณ     NIIT