มหัศจรรย์ผักสวนครัว

...รายละเอียด


บางท่านอาจไม่เชื่อว่า..แตงกวา
จะทำได้เพียงนี้

...รายละเอียด


หน้านี้มีทั้งหมด ลิงค์

แตงกวา (Cucumber)

  เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า ซึ่งมีการปลูก กันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ มีอายุตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว สั้น โดยใช้เวลาเพียง 30-45 วัน หลังจาก ปลูก เมื่อเปรียบเทียบรายได้จาก การปลูกแตงกวากับพืชอื่นๆ หลายชนิดแล้ว แตงกวาเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ สา มารถทำลายได้ดีทีเดียว สำหรับในแง่ของผู้บริโภคแล้วแตงกวาสามารถนำ ไปปรุงอาหาร ได้มากมายหลายชนิด เช่นการนำไปแกงจืดผัด จิ้มน้ำพริก หรืออาจแปรรูปเป็นแตงกวาดอง จะ เห็นได้ว่าแตงกวาเป็นพืชที่เข้ามามีบท บาทต่อการค้าทั้งในและต่างประเทศ

สภาพแวดล้อมในการปลูกแตงกวา

  อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกของเมล็ดระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส สามารถเจริญเติบโต ได้ผลดีระหว่างอุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส อุณห ภูมิกลางวัน 22-28 องศาเซลเซียส แตงกวาจะชะงักการเจริญเติบโต สำ หรับอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการผสมเกสรนั้นอยู่ระหว่าง 17-25 องศา เซลเซียส แตงกวาเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมาก แต่ขาด น้ำไม่ได้ โครงสร้างของดินที่ปลูกแตงกวา ควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี ควรมีความเป็นกรด ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 5.5 - 6.5 ในสภาพดินที่เป็นดินทรายจัด หรือเหนียวจัดจำเป็น
ต้องปรับปรุงบำรุงดินก่อนการปลูก โดย ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่นปุ๋ยคอกหรือ ปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้ว และสภาพความเป็นกรด-ด่างนั้น ควรจะ วิเคราะห์ หาค่าความต้องการปูนก่อนที่จะใช้ปูนขาว เพื่อให้มีการใช้ในปริมาณที่ เหมาะสม การเตรียม ดินก่อนการปลูกแตงกวาไถพรวนดิน ตากไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อทำลายวัชพืช และศัตรูพืชบางชนิดที่อยู่ในดิน จากนั้นจึงไถ
พรวนเก็บเอาเศษวัชพืชออก แล้วเตรียมแปลงขนาดกว้าง 11.2 เมตรโดย มีความยาวตามลักษณะของพื้นที่ แล้วจึงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไปปรับโครง สร้างของดินให้้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแตงกวา การเตรียมหลุม ปลูกนั้นควรกำหนดระยะ ระหว่างต้นประมาณ 60-80 เซนติเมตร ระหว่าง แถวประมาณ 1 เมตร สำหรับการใส่ปุ๋ยเคมีรองพื้น นั้นอาจใช้สูตร 15-15-15 ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ในบางแหล่งอาจใช้พลาสติกคลุมดิน เพื่อรักษาความชื้นในดิน ป้องกันความงอกของวัช พืช และพลาสติกบางชนิดสามารถที่จะไล่แมลงไม่ให้เข้ามาทำลายแตงกวาได้

การเตรียมดิน

   ก่อนการปลูกแตงกวา ไถพรวนดินตากไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อทำลายวัชพืช และศัตรูพืชบางชนิดที่อยู่ในดินจากนั้น จึงไถ พรวนเก็บเอาเศษวัชพืชออก แล้วเตรียมแปลงขนาดกว้าง 1-1.2 เมตร โดยมีความยาวตามลักษณะของพื้นที่ แล้วจึงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ลงไปปรับโครงสร้างของดิน ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของ แตงกวาการเตรียมหลุมปลูกนั้น ควรกำหนดระยะระหว่างต้น ประ มาณ 60-80 เซนติเมตร ระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร สำหรับ การใส่ปุ๋ยเคมีรองพื้นนั้นอาจใช้สูตร 15-15-15 ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ในบางแหล่งอาจใช้ พลาสติกคลุมดินเพื่อรักษา ความชื้นในดิน ป้องกันความงอกของวัชพืช และพลาสติกบาง ชนิด สามารถที่จะไล่แมลง ไม่ให้เข้ามาทำลายแตงกวาได้

การเตรียมพันธุ์

   ขั้นตอนการเตรียมพันธุ์ นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการปลูกแตงกวา ซึ่งพอแบ่งได้ดังนี้

  1. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์แตงกวา ควรคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ ซื้อจากร้านค้า ให้เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือ มีการบรรจุหีบห่อเมล็ดที่สามารถป้องกันความชื้น หรือ อากาศ จากภายนอกเข้าไปได้ ลักษณะเมล็ดแตงกวาควรมีการคลุกสารเคมี เพื่อป้อง กันศัตรูพืชที่อาจติดมากับเมล็ด และก่อนใช้เมล็ดทุกครั้งควรทำการทดสอบความงอก ก่อน
  2. การเตรียมดินเพาะกล้า อัตราส่วนดิน : ปุ๋ยคอก 3:1 และใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อต้นกล้า 1 ไร่ คลุกให้เข้ากัน แล้วบรรจุลงในถุงพลาสติกขนาด 6x10 เซนติเมตร เพื่อเตรียมสำหรับหยอดเมล็ดแตงกวาต่อไป
  3. ทำการบ่มเมล็ด โดยนำเมล็ดบรรจุถุงพลาสติกที่เจาะรูพรุน แช่ในสารละลายเคมีป้อง กัน และกำจัดศัตรูพืช เช่น แคปเทนออโธไซด์ ผสมอัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร แช่ เมล็ดนาน 30 นาที เพื่อทำลายเชื้อราที่ผิวเมล็ด จากนั้นนำมาแช่น้ำ 4 ชั่วโมง แล้ว จึงบ่มในผ้าชุบน้ำหมาดๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกรัดปากถุงให้แน่น บ่มในสภาพ อุณหภูมิห้องนาน 24 ชั่วโมง หลังจากรากงอกยาว 0.5 เซนติเมตร จึงนำไปเพาะต่อ ไป
  4. การหยอดเมล็ดลงถุง นำเมล็ดที่ได้บ่มไว้หยอดลงแต่ละถุง จำนวนถุงละ 1 เมล็ด แล้วใช้ดินผสม หยอดกลบบาง ประมาณ 1 เซนติเมตร

การปลูก

    วิธีการปลูกแตงกวานั้น พบว่ามีการปลูกทั้งวิธีการหยอดเมล็ดโดยตรง และ เพาะกล้าก่อนแล้วย้ายปลูก การหยอดเมล็ดโดยตรงนั้น อาจจะมีความสะดวกใน การปลูก แต่มีข้อเสีย คือ สิ้นเปลืองเมล็ด หากใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมซึ่งมีราคา แพงแล้ว จะเกิดความสูญเสียเปล่าและเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต รวมทั้งวิธีการ หยอดเมล็ดนี้จำเป็นที่จะต้องดูแลระยะเริ่มงอกในพื้นที่กว้าง ดังนั้นการใช้วิธีการ เพาะกล้าก่อน จึงมีข้อดีหลายประการ อาทิเช่น ประหยัดเมล็ดพันธุ์ ดูแลรักษา ง่าย ต้นกล้ามีความสม่ำเสมอ ประหยัดค่าแรงงานในระยะกล้า เป็นต้น

  สำหรับการย้ายกล้าปลูกนั้น ให้ดำเนินการ ตามกระบวนการเพาะกล้า ตามที่กล่าวแล้ว และเตรียมหลุมปลูกตามระยะที่กำหนด จาก นั้นนำต้นกล้าย้ายปลูกลงในหลุม ตามระยะระหว่างต้นและระหว่างแถวตามที่ได้กำหนดไว้ โดยการฉีกถุงพลาสติกที่ใช้เพาะกล้าออกแล้วย้ายลงในหลุมปลูก ช่วงเวลาที่จะย้ายกล้า นั้นควรย้ายช่วงประมาณเวลา 17.00 น. จะทำให้ปฏิบัติงานในไร่นาได้สะดวกและต้นกล้า สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น

การให้น้ำ

   หลังจากย้ายกล้าปลูกแล้ว ต้องให้น้ำทันที ระบบการให้น้ำนั้นอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่ กับสภาพพื้นที่ แต่ระบบที่เหมาะสมกับแตงกวา คือการให้น้ำตามร่อง เพราะว่าจะไม่ทำให้ ลำต้น และใบไม่ชื้น ลดการลุกลามของโรคพืชทางใบ ช่วงเวลาการให้น้ำในระยะแรกควร ให้ 2-3 วันต่อครั้ง และเมื่อต้นแตงกวา เริ่มเจริญเติบโตแล้ว จึงปรับช่วงเวลาการให้น้ำให้ นานขึ้น ข้อควรคำนึงสำหรับการให้น้ำนั้น คือ ต้องกระจายในพื้นที่สม่ำเสมอตลอดแปลง และตรวจดูความชื้นในดินไม่ให้สูงเกินไป จนกลายเป็นแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่าได้

การใส่ปุ๋ย

การใส่ปุ๋ยในแตงกวานั้น อาจแบ่งเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  1. ระยะเตรียมดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตันต่อไร่ และใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตราประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่
  2. หลังย้ายปลูกประมาณ 7 วัน ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน เช่น ยูเรีย หรือ แอมโมเนียซัลเฟต ในอัตราประมาณ 20 กิโลกรัม ต่อไร่
  3. ระยะแตงกวาออกดอก ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 25 วัน หลังจากย้ายกล้า ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตรา ประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่

               

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์