Welcome to our Website


รสและสรรพคุณในตำรายาไทย

ใบ รสเย็น ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน ดับพิษฝี ถอนพิษของตำแย แก้คัน แก้เจ็บตา ตาแดง ตาแฉะ
ดอก รสเย็น แก้คัน
เถารสเย็น ใช้น้ำจากเถา หยอดตาแก้ตาฟาง  ตาแดง ตาช้ำ ตาแฉะพิษอักเสบในตาดับพิษแก้อักเสบชงกับน้ำ
ดื่มแก้อาการวิงเวียนศีรษะ
ราก  รสเย็น ดับพิษทั้งปวง แก้ตาฝ้า ลดไข้ อาเจียน
น้ำยางจากต้น,ใบรสเย็น แก้โรคเบาหวาน

การปรุงอาหาร
ยอดอ่อนและใบอ่อนของตำลึงนำไปลวกและนึ่งเป็นผัก จิ้มกับน้ำพริกและนำไปปรุงอาหารเป็นแกงเลียง แกงจืด ผัก บางท้องถิ่นชาวบ้านนำผลอ่อนของตำลึงไปดอง
และนำไปรับประทานกับน้ำพริกหรือปรุงเป็นแกง ได้ ยอดอ่อนของตำลึงเป็นผักที่คนไทยนิยมรับประทาน มีจำหน่ายในตลาดสดทุกภาคของเมืองไทย

ตำลึงยังมีประโยชน์ ดังนี้ คือ

ใบ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ตัวร้อน ดับพิษฝี แก้ปวดแสบปวดร้อน แก้คัน ดอก แก้คัน เมล็ด ตำผสมน้ำมันมะพร้าวทาแก้หิด

เถา ใช้น้ำจากเถาหยดตา แก้ตาฟาง ตาแดง ตาช้ำ ตาแฉะ พิษอักเสบในตา ดับพิษ แก้อักเสบ ชงกับน้ำดื่มแก้วิงเวียนศีรษะ

ราก ดับพิษทั้งปวง แก้ตาฝ้า ลดไข้ แก้อาเจียน น้ำยาง,ต้น,ใบ,ราก แก้โรคเบาหวาน หัว ดับพิษทั้งปวง

ประโยชน์ของตำลึงนอกจากจะปลูกเป็น "ผักสวนครัว รั้วกินได้"ให้เรานำ
มาปรุงอาหารรับประทานได้หลากหลายเมนูตามที่ป้า
เสลาได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น  ตำลึงยังมีคุณสมบัติ ในเชิงยาสมุนไพร  ทั้งในส่วนของใบ ยอด ผลอ่อน 
รากการรับประทานตำลึงเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้ ร่างกายได้รับวิตามินเอ ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาสาย ตาแล้ว ตำลึงยังมีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด  และช่วยเสริมส่งการมีสุขภาพดีอีกหลายอย่างเชียว

แกงจืดตําลึง

เครื่องปรุง

ตำลึง                      50กรัม

เนื้อหมูสับ                 30กรัม

ซอสปรุงรส                10กรัม

กระเทียม                  2กรัม

น้ำมันพืช                   5กรัม

วิธีทํา

1. ล้างเนื้อหมูและตําลึงให้สะอาด หมูสับให้ละเอียด ตําลึงเด็ดยอดออ่นเป็นช่อ

2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่ซอสปรุงรส หมูสับ ตําลึง พอเดือด

3. เจียวกระเทียมให้เหลือง ใส่ลงในหม้อคนให้เข้า

 

 


           

ตำลึง


ลักษณะพฤกษศาสตร

ตำลึงละตำลึงเป็นผักพื้นบ้านหากินได้ทุกหัวระแหง ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นตำลึงขึ้นพันธุ์ไม้อื่นหรือ
ไม่ก็ขึ้นตามริมรั้วจะเรียกผักริมรั้วก็คงไม่ผิด ปกติบ้านใครมีที่มีทางก็แทบไม่ต้องซื้อหาให้เปลือง แต่ถ้าอยู่ในเมืองลองไปเมียงๆมองๆแถวตลาดสดหรือตลาดติดแอร์ดูเถอะ รับรองไม่ผิดหวัง ตำลึงมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก และที่เห็นจะถูกใจคนรักสุขภาพแน่ ๆ ก็คือ ตำลึงมีเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจขาดเลือด นอกจากนี้ยังให้แคลเซียมอีกด้วย ส่วนใครที่มีปัญหาขับถ่ายน่าลองมารับประทานดูเพราะตำลึงมีกากใยที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงาน ได้ดีตำลึงเป็นไม้เถาเลื้อยที่มีมือจับเพื่อเกาะยึดหลักหรือต้นไม้อื่นๆลำเถาสีเขียวใบเป็นใบเดี่ยว สลับกันไปตามเถา ฐานใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักแบบฟันเลื้อยตื้นๆ หยักเว้า 5 แฉก เส้นใบแยกจากโคนใบที่จุดเดียวกัน 5-7 เส้น ใบกว้าง 3-4 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3-5 เซนติเมตร
ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ ออกเดี่ยวๆหรือออกเป็นกลุ่ม 2-3 ดอก เป็นไม้ที่ไม่สมบูรณ์เพศ คือเพศผู้และเพศเมียจะอยู่คนละต้นกันซึ่งสังเกตได้จากใบถ้าใบหยักมากเป็นเพศผู้แต่ดอกจะสีขาว ทรงกระบอก หัวแฉกเหมือนกันผล มีรูปร่างคล้ายแตงกวา แต่มีขนาดเล็กกว่า ผลที่อ่อนมีสีเขียว และมีลายขาว พอสุกจะกลายเป็นสีแดงสด เนื้อลักษณะสีแดง สามารถรับประทานได้

ฤดูกาล :

ตำลึงแตกยอดตลอดปี ให้ผลผลิตมากในฤดูฝน

แหล่งปลูก :

ตำลึงขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามรั้วบ้าน สวนพบในทุกภาคทั่วประเทศไทย ส่วน จ.นนทบุรีเป็นแหล่งปลุกเพื่อจำหน่ายยอดอ่อน

ส่วนที่ใช้เป็นยา                    ใบ ดอก เถา ราก น้ำยางต้น

ช่วงเวลาเก็บยา                     เก็บใบสดและสมบูรณ์ มีตลอดปี

การปลูก

พรวนดินให้ร่วนซุยผสมกับปุ๋ยคอก ขุดหลุมและหยอดเมล็ดในหลุม เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกหาไม้มา
ทำเป็นหลักให้ลำต้นเลื้อยพันบนหลัก ไม้ที่ทำเป็นหลักอาจจะปักพิงกับรั้วทะแยงทำมุม 45 - 60 องศา ในระยะแรกพยายามจัดให้ต้นพันไปที่หลักอย่าให้เลื้อยไปตามผิวดิน หมั่นรดน้ำเช้า - เย็น และให้ปุ๋ยยูเรีย 2 - 3 สัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง เมื่อตำลึงทอดยอดยาว หมั่นเด็ดยอดมารับประทาน จะทำให้เกิดยอดใหม่ขึ้นมาแทน

การขยายพันธุ์

เมล็ด ใช้เมล็ดจากผลแก่ หยอดลงในหลุม เมื่อต้นกล้างอก หาไม้ปักเป็นหลัก เพื่อให้ตำลึงเลื่อย ปลูกได้ดีในดินร่วนซุย นอกจากนั้นสามารถนำเถาแก่ปักชำ โดยตัดเถาแก่ขนาด 5-6 นิ้ว ปักในถุง
เพาะชำ เมื่อรากและยอดงอก ก็ย้ายไปปลูกในหลุม

 




Welcome to Fruit Stores
Home  |   About Us  |   Services  |   Food gallery  |  Pricing & Ordering   |   Delivery & Shipping  |   Contacts
All major credit cards accepetd