2.2ภาพที่เกิดจากการสะท้อนของแสงบนกระจกผิวโค้งทรงกลม

             

      กระจกเงาโค้งทรงกลมเป็นส่วนหนึ่งของผิวโค้งทรงกลม  ถ้าใช้ผิวโค้งเว้าของกระจกเป็นผิวสะท้อนแสง เรียกว่า กระจกเว้า ดังรูป 2.2.1 ก. และถ้าใช้ผิวโค้งนูนของกระจกเป็นผิวสะท้อนแสง เรียกว่า กระจกนูน ดังรูป 2.2.1 ข. พิจารณารูปกระจกเว้าและกระจกนูน ในรูป 2.2.2 C เป็นศูนย์กลางความโค้งของกระจก และของทรงกลม R เป็นรัศมีความโค้งของกระจก และรัศมีของทรงกลม เส้นตรงที่ลากผ่านจุด C ไปหาตำแหน่ง V ที่เป็นจุดกึ่งกลางบนผิวโค้งของกระจกเรียกว่า เส้นแกนมุขสำคัญ MM/  เป็นความกว้างของกระจกโค้ง ซึ่งมีค่าน้อย เมื่อเทียบกับรัศมีความโค้ง

    

         สำหรับรังสีตกกระทบทั้งหลายที่ขนานกับเส้นแกนมุขสำคัญ
ของกระจกเว้า  และมีแนวไม่ห่างจากแกนมุขสำคัญมาก  รังสีสะท้อนจะตัดแกนมุขสำคัญที่จุดๆหนึ่ง ซึ่งอยู่หน้ากระจกห่างจากจุดยอดของกระจกเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของรัศมีความโค้งของกระจก จุดนี้รัยกว่า โฟกัส ดังรูป 14.10 จุด F เป็นโฟกัสและระยะทางจากโฟกัสถึงจุดยอดของกระจก
เรียกว่า ความยาวโฟกัส

 ถ้า f แทนความยาวโฟกัส และ R แทนรัศมีความโค้งของกระจกเว้า

   

    

     ในกรณีของกระจกนูน รังสีตกกระทบของแสง
ที่มีแนวขนานกับแกนมุขสำคัญจะสะท้อน
ที่กระจกนูนตามกฎการสะท้อนของแสงดังรูป2.2.3
ถ้าต่อแนวของรังสีสะท้อนให้ย้อนกลับไปพบกัน
จะได้จุดตัดของรังสีสะท้อนหรือโฟกัสของกระจก
  ความยาวโฟกัสของกระจกนูนเป็นครึ่งหนึ่ง
ของรัศมีความโค้งเช่นเดียวกับกระจกเว้าดังสมการ
สำหรับรังสีทั้งหลายที่ขนานกันแต่
ไม่ขนานกับแกนมุขสำคัญ  เมื่อสะท้อนกับกระจกโค้ง
จะไปตัดกันที่จุดบนราบโฟกัส  รูป 2.2.4
แสดงการสะท้อนแสงที่กระจกเว้าในกรณีที่รังสีตกกระทบ
ไม่ขนานเส้นแกนมุขสำคัญ  อย่างไรก็ตาม
หลักเกณฑ์นี้ใช้ได้เฉพาะรังสีตกกระทบที่ทำมุมเล็ก
กับแกนมุขสำคัญ และตกกระทบกระจกบริเวณใกล้
กึ่งกลางกระจกเท่านั้น

              การหาตำแหน่งภาพของวัตถุมีขนาดที่อยู่หน้ากระจกเว้า  สรุปเป็นหลักที่ใช้ในการเขียนรูปแสดงการเกิดภาพดังนี้

  • เขียนรังสีตกกระทบจากปลายวัตถุถึงผิวกระจกในแนวซึ่งขนานกับเส้นแกนมุขสำคัญจะได้รังสีสะท้อนจากผิวกระจกผ่านโฟกัส
  • เขียนรังสีตกกระทบจากปลายวัตถุผ่านจุดโฟกัสถึงผิวกระจก  จะได้รังสีสะท้อนจากผิวกระจกขนานกับแกนมุขสำคัญ
  • เขียนรังสีตกกระทบจากปลายวัตถุผ่านศูนย์กลางความโค้งถึงผิวกระจก  จะได้รังสีสะท้อนจากผิวกระจกย้อนกลับทางเดิม

        สำหรับขนาดของภาพมีทั้งใหญ่กว่า  เท่าและเล็กกว่าวัตถุ  เรียกการเปรียบเทียบขนาดของภาพกับขนาดของวัตถุ  ว่า การขยาย ให้ M แทนการขยายจะได้

        สำหรับการเกิดภาพของกระจกนูน  พบว่าภาพจากกระจกนูน  เป็นภาพเสมือนที่มีขนาดเล็กกว่าวัตถุทั้งสิ้น
การหาตำแหน่งภาพ  นอกจากจะใช้วิธีเขียนรังสีของแสงตกกระทบและรังสีของแสงสะท้อนแล้ว  ยังสามารถใช้วิชาคณิตศาสตร์คำนวณหาตำแหน่งภาพได้ 


ที่มา
- หนังสือฟิสิกส์ ชั้นม.5 เล่ม2

 

 

Copyright © 2009 Light_and_visual_aid.com | ออกแบบและพัฒนาโดยทีมงาน Light and visual aid

โรงเรียน ประจวบวิทยาลัย   ตำบล ประจวบฯ  อำเภอ เมือง  จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์  77000