:: Welcome to Website *_*  ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์เรื่องโครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก ::

 
 
  ใบ (Leaf) เป็นอวัยวะหรือส่วนของพืชที่เจริญเติบโตยื่นออกมาจากด้านข้างของลำต้นบริเวณข้อ และมักมีตาอยู่บริเวณซอกใบ (Leaf axil) ที่อยู่ระหว่างใบกับลำต้น(หรือกิ่ง) ใบทำหน้าที่สังเคราะห์อาหาร (คือเปรียบเสมือนเป็นครัวของพืชนั่นเอง) ปกติใบมีสีเขียวของคลอโรฟิลด์ซึ่งทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)นอกจากนั้นอาจมีรงควัตถุอื่นปนอยู่ด้วย เช่น แคโรทีนอยด์ (Carotenoid)แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) แต่มีปริมาณน้อยกว่าคลอโรฟิลล์ จึงไม่เห็นสีของสารประกอบเหล่านั้น ใบมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไปตามชนิดของพืช แต่ส่วนใหญ่แล้วใบมีลักษณะแผ่ แบน บางชนิดใบอาจลดขนาดมีรูปร่างคล้ายเข็ม บางชนิดอาจเป็นแผ่นหรือเกล็ดเล็ก ๆ ไม่มีสีเขียว เรียกว่า ใบเกล็ด (Scale leaf) เช่นใบที่อยู่นอกสุดของหัวหอม หรือบางชนิดอาจเปลี่ยนเป็นรูปทรงกระบอกกลวง เช่น ใบหอม บางชนิดอาจเปลี่ยนเป็นที่จับแมลง เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง
1. โครงสร้างของใบ
ใบของพืชทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ด้วยแสง หายใจ และคายน้ำ ดังนั้นโครงสร้างของใบพืชจึงต้องมีลักษณะเหมาะสมกับกิจกรรมดังกล่าวซึ่งก่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดแก่พืชประกอบด้วย
1.1 โครงสร้างภายนอกของใบ
โครงสร้างภายนอกของใบที่มีส่วนประกอบสมบูรณ์ (Complete leaf)จะมีส่วนประกอบ 3 ส่วนดังนี้
1.1.1 ตัวใบหรือแผ่นใบ (Lamina หรือ Blade)
1.1.2 ก้านใบ (Petiole หรือ Stalk)
1.1.3 หูใบ (Stipule)
1.2 โครงสร้างภายในของใบ
ส่วนต่าง ๆ ของใบเมื่อตัดตามขวาง และนำมาส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์พบว่าประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ 3 ชั้นคือ
1.2.1 เอพิเดอร์มิส (Epidermis) เป็นเยื่อหุ้มใบที่มีอยู่ทั้งด้านบนและด้านล่างของใบประกอบด้วยเซลล์แถวเดียว และรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือน
ในลำต้นเป็นเซลล์ที่ไม่มี คลอโรพลาสต์ จึงทำให้ เอพิเดอร์มิส ทั้งด้านบนและด้านล่างไม่มีสีเขียวมี คิวทิน เคลือบที่ด้านนอกของผนังเซลล์จึงป้องกันการระเหยของน้ำออกจากใบเอพิเดอร์มิส ด้านบน (Upper epidermis) มักมี คิวทิน ฉาบหนากว่า เอพิเดอร์มิส ด้านล่าง(Lower epidermis) คิวทิน (Cutin) ที่ฉาบอยู่เป็นเยื่อบาง ๆ ใส ๆ เรียกว่า คิวทิเคิล(Cuticle) มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง เอพิเดอร์มิส บางเซลล์มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์คุม(Guard cell) อยู่กันเป็นคู่ ๆ มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว หรือคล้ายไต เซลล์คุม 2 เซลล์จะหันด้านเว้าและมีความหนามากกว่ามาประกบกันทำให้เกิดช่องว่าง เรียกว่า ปากใบหรือ
รูใบ(Stomata) เซลล์คุมเป็นเซลล์ที่มีเม็ดคลอโรพลาสต์อยู่ภายใน ในขณะที่เซลล์ของเอพิเดอร์มิส ไม่มีเม็ดคลอโรพลาสต์ใบพืชทั่ว ๆ ไปมักมีปากใบ
อยู่ทางด้านล่าง (Ventral side) ของใบมากกว่าด้านบน หากมีปากใบมากจะเกิดการคายน้ำมาก พืชที่มีใบอยู่ปริ่มน้ำ เช่น บัวสาย ปากใบ
จะอยู่ทางด้านบน (Dorsal side) ของใบเท่านั้น และพืชที่จมอยู่ในน้ำ เช่น สาหร่ายหางกระรอก (ไม่ได้จัดเป็นสาหร่าย แต่เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ในน้ำ)
ใบของสาหร่ายหางกระรอกจะไม่มีปากใบ และไม่มีสาร คิวทินฉาบใบด้วย จำนวนปากใบของพืชแตกต่างไปตามชนิดของพืช
1.2.2 มีโซฟิลล์ (Mesophyll) อาจเรียกว่าเป็นส่วนของเนื้อใบ หมายถึงส่วนของเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่าง เอพิเดอร์มิส ด้านบน และเอพิเดอร์มิส ด้านล่างเนื้อเยื่อส่วนใหญ่เป็นพวก พาเรงคิมา ที่มี คลอโรพลาสต์อยู่ด้วยจึงเรียกชื่อใหม่ว่า คลอเรงคิมา(Chlorenchyma = Chloroplast + Parenchyma) มีโซฟิลล์แบ่งออกเป็นสองชั้นคือ
1) แพลิเซดมีโซฟิลล์ (Palisad