ความขัดแย้งระหว่างศาสนจักรและอาณาจักร

การช่วงชิงอำนาจในการตึ้งตำแหน่งสันตะปาปา

เยอรมน
         เมื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่ 3 ได้ทรงแต่งตั้งสันตะปาปาลิ โอที่เก้า ขึ้นดำรงตำแหน่งสันตะปาปานั้น สันตะปาปาได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากพวกสมาคมคลูนี (Cluny Order) ในปี ค.ศ. 910 ดุ๊คออฟวิลเลียม ผู้ปกครองแคว้นอากิแตนได้สละทรัพย์สร้างวัดที่เมืองคลูนี (Cluny) ในแคว้นเบอร์กันดีให้วัดนี้ขึ้นตรงต่อสันตะปาปา บาทหลวงองค์หนึ่งคือ ฮิลเดอร์แบรน (Hildebrand) เป็นบาทหลวงที่เคร่งครัดในระเบียบวินัยได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยสันตะปาปาลิโอที่ 9 และได้ช่วยในการปรับปรุงวัฏปฏิบัติ (Secular reforms) ด้วย ต่อมาเมื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่ 3 สิ้นพระชนม์ลง บาทหลวงฮิลเดอร์แบรนก็ยังคงดำเนินงานต่อไป แต่ไม่ได้ร่วมมือกับพระจักรพรรดิอีก จนกระทั่งเมื่อตนเองได้รับการแต่งตั้งเป็นสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 7 (1073-85) ก็ได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนหนึ่งตัวแทนที่แข็งขันต่อโรม และเตรียมออกกฎหมายที่ว่าพระราชาคณะและสงฆ์ตำแหน่งต่างๆ นั้นเป็นหน้าที่ของสันตะปาปาที่จะเลือกเอง ในปี ค.ศ. 1075 ก็ทรงออกประกาศยกเลิกพระราชอำนาจของพระจักรพรรดิที่จะต้องทรงยอมรับการแต่งตั้งสันตะปาปา (lay investiture) ซึ่งการกระทำดังนี้นั้นถือว่าเป็นการโจมตีตรงเป้าการควบคุมทางฆราวาสเหนือศาสนจักร


พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4

รูปภาพจาก
http://statics.atcloud.com/files/comments/45/451096/images/1_display.jpg

         พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 จึงทรงตัดสินพระทัยฟื้นฟูพระราชอำนาจของพระบิดา ทรงเห็นว่าแม้จะมีผู้เห็นด้วยกับสันตะปาปา คือ พวหขุนนางเยอรมัน และเจ้าผู้ครองแคว้นทางใต้ของอิตาลี แต่พระจักรพรรดิก็เห็นว่าไม่ควรจะยอมให้เป็นไปดังนั้น เพราะฐานะของพระจักรพรรดินั้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีพระวัสซัลให้ความสนับสนุนยิ่งกว่าผู้ปกครองพระองค์อื่นๆในยุโรป การที่ปล่อยให้พระสันตะปาปาเลือกตั้งกันเองได้ก็เท่ากับเป็นการตัดปล่อยให้พระจักรพรรดิต้องเผชิญกับรรดาขุนนางต่างๆโดยลำพัง พระจักรพรรดิจึงออกประกาศโต้ตอบว่าตำแหน่งของสันตะปาปาเป็นโมฆะ สันตะปาปาจึงประกาศบัพพาชนียกรรม (excommunicate) จักรพรรดิเฮนรี่ และยุบเลิกตำแหน่งต่างๆของบิชอปองค์อื่นๆที่ให้ความสนับสนุนจักรพรรดิเฮนรี่ ขุนนางเยอรมันต่างๆก็ถือโอกาศก่อการกบฎ เฮนรี่จึงจำเป็นต้องหาทางยุติข้อขัดแย้งกับสันตะปาปาเพื่อเตรียมปราบปรามการกบฏ พระองค์จึงรีบเสด็จไปยังปราสาทของเคาน์เตส แห่งทัสคานี (Countess of Tuscany) ที่คานอสซา (Canossa) ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1077 เนื่องจากปราสาทแห่งนี้นั้นเจ้าของได้ถวายให้เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ทรงแต่งพระองค์ด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบตามประเพณีคนบาปที่รู้สึกผิด ดำเนินด้วยพระบาทเปล่าไปประทับอยู่หน้าปราสาทท่ามกลางหิมะถึงสามวัน ในที่สุดพระสันตะปาปาก็ทรงประทานอภัยให้ พระเจ้าเฮนรี่เด็จกลับพร้อมด้วยความเห็นอกเห็นใจจากผู้คนเป็นอันมาก พวกขุนนางเยอรมันก็พากันยอมพ้ำและหันมาเป็นฝ่ายพระองค์อีก แต่ก็มีบางส่วนที่แต่งตั้งรูดอล์ฟ (Rudolf) ดุ๊คแห่งสวาเบีย (Swabia) ขึ้นมาเป็นคู่แข่งของกษัตริย์ โดยมีสันตะปาปาคอยให้ความสนับสนุนเมื่อปี ค.ศ.1080 ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อปราบกบฎได้แล้วนั้นพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 ก็ทรงเรียกร้องพระราชอำนาจในการแต่งตั้งพระราชาคณะคืน ถึงตอนนี้เสียงส่วนใหญ่ก็เริ่มไม่พอใจการกระทำของสันตะปาปาเพราะเห็นว่าเข้ามาก้าวก่ายในเรื่องนอกเหนือหน้าที่ ด้วยความช่วยเหลือของสงฆ์เยอรมันและอิตาลี เฮนรี่ก็ทรงประกาศปลดสันตะปาปาที่กรุงโรมเมื่อปี ค.ศ. 1084 แต่งตั้งคู่แข่งขันของสันตะปาปาคือ คลีเมนต์ที่ 3 เป็นสันตะปาปาและทำพิธีสวมมงกุฏจักรพรรดิให้แก่พระองค์ด้วย เกรกอรี่ต้องเสด็จหนีไปพึ่งพันธมิตรนอร์มันของพระองค์และสิ้นพระชนม์ในที่สุด
          อย่างไรก็ดี ทายาทของสันตะปาปาเกรกอรี่คือ เออร์บันที่ 2(ค.ศ. 1088-99) ก็ได้ดำเนินการปฏิรูปต่อไปรวมทั้งดำเนินการต่อสู้กับอำนาจของพระจักรพรรดิด้วย ทั้งนี้เพราะพวกที่ต่อต้านสันตะปาปานั้นจะมีจำกัดอยู่เฉพาะในอาณาเขตที่พระจักรพรรดิคตวบคุมถึงเท่านั้น พวกที่อยู่ไกลออกไปก็ฌข้ากับพระสันตะปาปา การแตกแยกทางศาสนา (Schism) จนดำเนินไปจนถึงสมัยที่พระจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ลง การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเฮนรี่เองก็จบลงอย่างน่าเศร้ากล่าวคือในปีสุดท้ายแห่งรัชสมัยของพระองค์นั้นพระเจ้าเฮนรี่ต้องเผชิญกับการทรยศ และการกบฏของพระโอรสของพระองค์เอง คือเฮนรี่ซึ่งเป็นพันธมิตรอันดีกับพระสันตะปาปา


พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5

รูปภาพจาก
http://www.rootsweb.ancestry.com/~engsurry/bisley/lords/henry5.jpg

        พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 (1106-25) เมื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์นั้นการแตกแยกของศาสนาก็ยุติลง แต่ปัญหาเรื่องการแต่งตั้งพระราชาคณะก็มิได้ยุติลงทีเดียว แต่ในสมัยสันตะปาปาถึงสามพระองค์ ก็ยังคงมีความขัดแย้งอยู่ บางครั้งก็ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นเหมือนกัน ในที่สุดต่างก็เห็นว่าควรจะยุติลงเสียทีตามข้อตกลงที่จัดตั้งขึ้นที่เมืองเวอร์ม (Worms) เมื่อปี ค.ศ. 1122

        ข้อตกลงแห่งเวอร์ม (Concodat of Worms) ค.ศ. 1122 ตกลงกันให้จักรพรรดิยังคงมีสิทธิทำพิธีมอบที่ดินให้แก่พระราชาคณะผู้ทำประโยชน์ได้ และในพิธีรับตำแหน่งพระราชาคณะนั้นสันตะปาปาจะต้องเป็นผู้ทำพิธีมอบแหวนและไม้เท้าประจำตำแหน่ง ทั้งพระจักรพรรดิและสันตะปาปาต่างก็มีสิทธิเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในตำแหน่งพระราชาคณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเลือกมาได้ ซึ่งนับว่าเป็นชัยชนะของสันตะปาปาที่จะได้มีสิทธิร่วมในการเลือกตั้งและแต่งตั้งพระสันตะปาปาด้วย ในขณะที่พระจักรพรรดิต้องทรงเสียสิทธิที่เคยเลือกและแต่งตั้งพระราชาคณะได้โดยไม่ต้องผ่านสันตะปาปา นอกจากนี้การพ่ายแพ้ของพระเจ้าเฮนรี่อีกประการหนึ่งก็คือ ไม่ได้ทรงมีฐานะเป็นผู้นำของชาวคริสต์อีกต่อไป เนื่องจากในการทำสงครามครูเสดครั้งที่ 1 นั้น คู่ต่อสู้ของพระองค์คือโป๊ปเออร์บัน (Urban) ที่ 2 ได้เป็นผู้นำแทน