"วรรณกรรมดี ตีค่าด้วย การพิจารณาวรรณกรรม"
           เมื่อเรามีพื้นฐานความรู้เรื่องวรรณกรรมและรู้จักการอ่านที่ถูกวิธีแล้ว เราจะสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้เพื่อการประเมินคุณค่าของวรรณกรรมที่เราอ่าน อันเป็นการพัฒนาทักษะการคิด การอ่านและการดำรงชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต  

         วรรณกรรมร้อยกรอง
 

     
        ๓. ความไพเราะของวรรณกรรมร้อยกรอง       

 
                ความไพเราะของคำประพันธ์ที่ได้รับการยกย่องตามลักษณะร้อยกรองไทย ได้แก่ความงาม ๒ ประการคือ ความงามที่เกิดด้วยรสถ้อยคำ และความงามที่เกิดจากความลึกซึ้งของข้อความ
๓.๑ ความงามที่เกิดด้วยรสคำ        
             
             - เลือกใช้คำภาษากวี  เป็นกลุ่มคำพิเศษที่กวีได้เลือกสรรหรือดัดแปลงสำหรับคำประพันธ์โดยเฉพาะ  ไม่นิยมใช้คำธรรมดาพื้นๆ คำพิเศษเหล่านี้มักมาจากภาษาบาลี สันสกฤต เขมร และคำภาษาต่างประเทศบางคำ เช่น ลีลา บุหลัน ตุนาหงัน เยาวมาลย์ เป็นต้น คำภาษาถิ่น เช่น บ(ไม่) ข่วง(เขต) คำภาษาโบราณ เช่น มลัก(เห็น) กระชง(งง) ครีครอ(รีรอ) เป็นต้น ซึ่งคำพิเศษเหล่านี้หากเลือกใช้ในอารมณ์และบรรยากาศที่เหมาะสม ก็จะเป็นส่วนสำคัญช่วยให้คำประพันธ์สูงส่ง สง่างามหรือมีความหมายลึกซึ้งตามที่กวีปรารถนา


                             ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง     แรมนวล นาฎฤา
               เสนาะสนั่นดินครวญ            ครุ่นฟ้า
               สารสั่งพี่กำสรวล                 แสนเสน่ห์ นุชเอย
               ควรแม่ไว้ต่างหน้า                พี่พู้นภายหลัง

                                                       (โคลงนิราศนรินทร์)

             - เลือกคำมีเสียงเสนาะ  มี ๒ ประเภท คือ

               ๑. คำที่แฝงลีลาจังหวะอ่อนเนิบ นิ่มนวล หรือ เร่งเร้า รุนแรงตามที่กวีต้องการ หากบรรยายอารมณ์หรือบรรยากาศที่รุ่มร้อนรุนแรง ก็จะเลือกใช้คำที่แข็งกร้าวกระชากกระชั้น หากจะบรรยายถึงบรรยากาศที่เงียบสงบ นิ่มนวล ก็จะเลือกใช้คำที่แฝงลีลาอ่อนโยน เช่น

            หนาวอารมณ์ลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยชื่น          ระรวยรื่นรินรินกลิ่นเกสร
   แสนสงสารบ้านเรือนเพื่อนที่นอน                     จะอาวรณ์อ้างว้างอยู่วังเวง
                                                                         
                                                                           (พระอภัยมณี)

                 คำบางคำที่เลียนเสียงธรรมชาติ ก็จะเลือกหาคำมาใช้เพื่อให้ได้ความหมายและบรรยากาศที่ต้องการ ให้อ่านแล้วเห็นภาพ เช่น ครุ่มครื้ม ท้าตะเติง แตร้นแตร่น และหวู่หวู้ ในโคลงต่อไปนี้

                          กลองทองตีครุ่มครื้ม            เดินเรียง
          ท้าตะเติงเติงเสียง                              ครุ่มครื้ม
          เสียงปี่รี่เรื่อยเพียง                               การเวก
          แตร้นแตร่นแตรฝรั่งขึ้น                        หวู่หวู้เสียงสังข์

                                                         (กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง)

               ๒. คำที่ให้เสียงกระทบกระทั่ง  เกิดจากการพลิกแพลงใช้คำ  ได้แก่การเล่นคำ ซ้ำคำ ซ้ำเสียง ซ้ำอักษร สัมผัสใน ส่งสัมผัสด้วยคำหายาก ตลอกจนการใช้ กลบทและกลอักษร
    
ตัวอย่างการเล่นคำให้เกิดเสียงกระทบกระทั่ง


                ลวดลายระบายระบุกระหนาบ             กระแหนะภาพกระหนกพัน 
    แผ่เกี่ยวผกาบุษปวัล                                     สิและวางระหว่างเนือง 
    ภายใต้เศวตฉัตรรัตน์                                    ก็จรัสจรูญเรือง 
    ตั้งราชอาสนะประเทือง                                 วรมัญจบรรจ์ถร์ 
    ห้อยย้อยประทีปอุบะประทิน                           รสกลิ่นก็เอมอร 
    อาบอบตระลบกระแจะขจร                             ดุจทิพย์สุมาลัย 

                                                                   (สามัคคีเภทคำฉันท์)