" พื้นฐานความรู้ด้านวรรณกรรมที่ดี จะนำไปสู่ความสำเร็จในการพิจารณาประเมินค่าวรรณกรรม"
                   การแบ่งประเภทของวรรณกรรมนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สำคัญมาก เพื่อช่วยให้สามารถพิจารณาวรรณกรรมได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริงมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจไว้ในเบื้องต้น
                   การแบ่งประเภทของวรรณกรรมนั้นสามารถที่จะกระทำได้อย่างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่านำเอาเกณฑ์ใดเป็นตัวที่ใช้ในการแบ่ง

       รอบรู้เรื่องการแบ่งประเภทวรรณกรรม
ตามลักษณะในการแต่ง ตามลักษณะเนื้อเรื่อง
ตามลักษณะการถ่ายทอด ตามลักษณะเนื้อหา(เน้นไปทางวรรณคดีไทย)
ตามการบ่งเกิดหรือที่มา ตามคุณค่าที่มุ่งให้กับผู้อ่าน

      ๒.การแบ่งประเภทตามการแบ่งตามลักษณะเนื้อเรื่อง

                  ๒.๑ วรรณกรรมบริสุทธิ์(Pure Literature)  มุ่งให้เกิดการสะเทือนอารมณ์ โดยไม่มีจุดประสงค์อื่นๆแอบแฝง แต่อาจกลายเป็นวรรณกรรมล้ำค่าในสายตาผู้อ่าน โดยที่ไม่ได้เป็นเจตจำนงที่แท้จริงของผู้เขียนแต่ประการใด

                  ๒.๒ วรรณกรรมประยุกต์(Applied Literature) คือวรรณกรรมที่ผู้แต่งแต่งขึ้นโดยที่ตนมีเจตจำนงที่ชัดเจน

      ๓.การแบ่งประเภทตามลักษณะการถ่ายทอด

               
                      มี ๒ ประเภท คือ
          
              ๓.๑ วรรณกรรมมุขปาฐะ หมายถึง วรรณกรรมที่ถ่ายทอดโดยการบอกต่อ พูดหรือการใช้ภาษาของมนุษย์
ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนานและมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล สามารถมารถพบเห็นได้ง่ายโดยทั่วไป
          
              ๓.๒ วรรณกรรมลายลักษณ์ หมายถึง วรรณกรรมที่ถ่ายทอดโดยผ่านลายลักษณ์อักษร อาจโดย การเขียน หรือ การจารึก ลงในวัสดุต่างๆ  เช่น กระดาษ ใบลาน ศิลาจารึก ฯลฯ วรรณกรรมประเภทนี้ได้วิวัฒนาการเกิดขึ้นมาภายหลังวรรณวรรณกรรมประเภทมุขปาฐะ เพราะวรรณกรรมประเภทนี้สามารถรักษาเนื้อความให้คงอยู่ได้อย่างครบถ้วน และคงทนกว่าวรรณกรรมประเภทมุขปาฐะ

      ๔. แบ่งประเภทของวรรณกรรมตามลักษณะของเนื้อหา

                    (ซึ่งจะเน้นไปทางด้านวรรณคดีไทยเป็นส่วนใหญ่) มี ๗ ประเภท คือ

                  ๔.๑ วรรณคดีนิราศ  วรรณคดีประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะตัว โดยกวีมักใช้เขียนบรรยายถึงความรู้สึกโศกเศร้าที่ต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักไปแดนไกล และบอกเล่าเกี่ยวกับการเดินทางของตน เช่น นิราศเมืองเพชรบุรี ของ หม่อมพิมเสน  นิราศท่าดินแดง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑ เป็นต้น
                  ๔.๒ วรรณคดีเฉลิมพระเกียรติ เป็นวรรณคดีที่เขียนในเชิงประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสำคัญของบ้านเมือง  โดยมีลักษณะส่งเสริมพระเกียรติพระมหากษัตริย์  พบเห็นได้มากในวรรณคดีไทย เช่น  ลิลิตตะเลงพ่ายซึ่งเป็นการส่งเสริมพระเกียรติของสมเด็จพระนเรศวร  และ  ลิลิตยวนพ่ายซึ่งเป็นการส่งเสริมพระเกียรติของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นต้น
                  ๔.๓ วรรณคดีศาสนา วรรณคดีที่แสดงความเชื่อ ความศรัทธาเกี่ยวกับศาสนา เช่น  มหาชาติคำหลวง มหาชาติคำกลอนเทศน์ ปฐมสมโพธิกถา ซึ่งเป็นพุทธประวัติที่แต่งด้วยร้อยแก้ว กวีคือสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส
                  ๔.๔ วรรณคดีที่เกี่ยวกับพิธีการขนบธรรมเนียมประเพณี   โดยจะบรรยายขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณ เช่น โองการแช่งน้ำ ฉันท์ดุษฎีสังเวย เป็นต้น
                  ๔.๕ วรรณคดีสุภาษิต  มักเป็นการให้ข้อคิดสอนใจ
                  ๔.๖ วรรณคดีการละครหรือนาฏวรรณคดี วรรณคดีประเภทนี้นำไปใช้แสดงละคร หรือการแสดงทางนาฏศิลป์ในลักษณะอื่นๆ  เช่น ไกรทอง รามเกียรติ์   เรื่องอิเหนา  เป็นต้น
                  ๔.๗ วรรณคดีนิยาย  มีทั้งที่ถ่ายทอดในลักษณะกลอนและไม่ถ่ายทอดในลักษณะกลอน  เช่น พระอภัยมณี  เสภาขุนช้าง - ขุนแผน เป็นต้น

               กลับด้านบน  <<ก่อนหน้านี้  1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10  หน้าถัดไป>>