" แสดงความคิดเห็นหลังจากการอ่าน สร้างคุณค่าให้แก่วรรณกรรม "
                   การอ่านอย่างพิจารณาหาเหตุผล นั้นเป็นการอ่านอย่างมีวิจารณญาณซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าต่อผู้อ่านได้มากที่สุด ทั้งเมื่อฝึกอย่างชำนาญก็สามารถแสดงความคิดเห็นหรือทัศนะเกี่ยวกับหนังสือให้ผู้อื่นได้รับรู้ต่อไปด้วย

                                                       ตัวอย่างการวิจารณ์หนังสือ

ตัวอย่างวิจารณ์    เขาชื่อกานต์
นวนิยาย     “เขาชื่อกานต์”
ผู้แต่ง   สุวรรณี สุคนธา (นามปากกา)   นามจริง สุวรรณี   สุคนธ์เที่ยง
ขนาด     ๔๔ ตอนจบ  ตีพิมพ์โฆษณาเผยแพร่เป็นครั้งแรกในนิตยสาร “สตรีสาร” รายสัปดาห์ พ.ศ.๒๕๑๓
โครงเรื่อง
                   ตัวละครเอกของเรื่องนี้คือ กานต์ เป็นผู้ที่จริงจังต่อชีวิต ถืออุดมคติที่จะทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยเฉพาะชาวบ้านที่ขาดแคลนด้านฐานะหรือด้านการศึกษา กานต์องมาจากครอบครัวที่ยากจนมีพื้นเพเดิมอยู่ที่จังหวัดห่างไกลแห่งหนึ่ง  แต่ได้พยายามจนเล่าเรียนสำเร็จเป็นนายแพทย์ ขณะที่เรียนอยู่นั้น กานต์บังเอิญได้พบเจอกับหฤทัยในวันฝนตกวันหนึ่ง  เขารู้ศึกประทับใจในเธอมาก แต่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกัน ต่อมาเมื่อกานต์เรียนสำเร็จและเป็นนายแพทย์ฝึกหัดอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอกานต์ได้มีโอกาสพบหฤทัยอีกครั้งหนึ่ง เธอมารับการรักษาพยาบาลเขาจำเธอได้ทันทีและได้เอาใจใส่เธอระหว่างเจ็บป่วยเป็นอย่างดี ทำให้เขาทั้งสองรู้จักสนิทสนมกันมากขึ้น
                   ส่วนหฤทัยนั้นกำพร้าบิดาและฐานะไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้รับความลำบากเป็นอย่างไรเพราะมารดาทำร้านขายอาหาร มีรายได้ส่งเสียเพียงพอให้เธออได้รับการศึกษาชั้นอุดมได้  ขณะที่หฤทัยเรียนอยู่ในชั้นมหาวิทยาลัยนั้น เธอมีความสัมพันธ์อยู่กับเพื่อนชายร่วมสถาบันคนหนึ่งชื่อ โตมร  เป็นผู้มีฐานะทางครอบครัวเข้าขั้นเศรษฐีเป็นเด่นในหมู่เพื่อนฝูงและมีความปราดเปรียวสนุกสนาน  ไม่จริงจังต่อชีวิต ใช้ชีวิคอย่างบุคคลเจ้าสำราญแม้หฤทัยกัยโตมรจะสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก แต่อุปนิสัยและการปฏิบัติตนของโตมรทำให้หฤทัยไม่มั่นใจนัก ว่าโตมรมีความรู้สึกจริงจังต่อเธอเพียงไร ครั้นเมื่อหมอกานต์ผู้มีอุปนิสัยทุกอย่างตรงข้ามกับโตมรขอแต่งงานกับเธอ เธอจึงตัดสินใจแต่งงานกับเขาในขณะที่โตมรท่องเที่ยวสำราญอยู่ในต่างประเทศ
                  ภายหลังที่แต่งงานแล้วหมอกานต์ได้พาเจ้าสาวของเขาคือ หฤทัย ไปอยู่อำเภอซึ่งทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญแห่งหนึ่ง และได้ใช้วิชาความรู้รักษาพยาบาลประชาชน ในอำเภอนั้นตามอุดมคติของเขา แต่นายอำเภอผู้เป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของอำเภอนั้นเป็นผู้ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว มักใช้อิทธิพลในทางมัจฉาทิฐิ ให้อภิสิทธิ์แก่คนบางกลู่มและให้ความไม่ป็นธรรมกับบุคคลส่วนใหญ่  ข้าราชการทุกคนในอำเภอต้องยอมอยู่ใต้อิทธิพลของเขา  ไม่เช่นนั้นจะไม่มีโอกาสมีชีวิตปรกติสุขอยู่ได้  หมอกานต์จึงถูกเพิ่งเล็งว่า “แข็ง” กับตน  แต่ในขณะเดียวกันผลงานของเขาก็ประจักษ์แก่ประชาชน  พ่อค้าและ เพื่อนข้าราชการ ทำให้เขาเป็นที่นับถือของคนเหล่านั้นพอสมควร
                  หฤทัยอยู่กับหมอกานต์ชั่วระยะหนึ่งก็ขอกลับไปเยี่ยมมารดาที่กรุงเทพฯ ในระหว่างที่หฤทัยมาเยี่ยมมารดานั้น  ได้กลับไปมีความสัมพันธ์เที่ยวเตร่กับโตมรอีกครั้งหนึ่งและได้รับอุบัติเหตุเนื่องจากรถยนต์ชนขณะไปเที่ยวกับโตมรจนสมองได้รับการกระทบกระเทือนมาก  ทำให้ความจำเสื่อมไปชั่วระยะหนึ่ง ส่วนหมอกานต์นั้นเขาต้องเดินทางไปมาระหว่างอำเภอที่เขาทำงานกับกรุงเทพ  ฯ เพื่อมาเยี่ยมหฤทัยที่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล  ขณะเดียวกันนั้นกานต์ได้รับความยุ่งยากในการทำงาน เนื่องจากการที่เขาเป็นคนตรงและเชิดชูอุดมคติไม่ยอมอ่อนน้อมต่อนายอำเภออิทธิพลผู้นั้นในทางที่ตนเห็นว่าไม่สมควร ประจวบกับขณะนั้นหมอกานต์ได้รับคำสั่งย้าย   จึงทำให้นายอำเภอเข้าใจผิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นป็นเพราะหมอกานต์เข้ากรุงเทพบ่อยๆ คงจะนำเรื่องของตนเสนอเจ้าสังกัด จึงได้วางแผนที่จะจำกัดหมอกานต์เสีย  ขณะนั้นโตมรก็มีแผนการที่จะแยกหฤทัยจากหมอกานต์โดยพยายามให้หมอกานต์ได้รับทุนไปดูงานต่างประเทศเสีย  ระหว่างที่หมอกานต์ก็ยังตัดสินไม่ได้ว่าจะรับทุนดีหรือจะลาออกจากราชการนั้น  หฤทัยได้แสดงความจำนงที่จะกลับไปอยู่กับเขาที่บ้านต่างจังหวัดอย่างเดิม   แต่หมอกานต์ก็โดนลอบยิงตายขณะเดินทางกลับไปยังอำเภอที่เขาทำงานอยู่นั่นเอง

คุณค่าของเรื่อง (ประมวลจากความเห็นของคณะกรรมการ)


                “เขาชื่อกานต์” มีลักษณะเป็นนวนิยายสมจริงที่มีเอกภาพเน้นสารัตถะสำคัญของเรื่อง  คือ  ความเข้มแข็งที่จะรักษาอุดมการณ์ในการปฏิบัติงานและการเสียสละความสุขส่วนตนของนายแพทย์ชนบทผู้หนึ่ง  มีตัวละครไม่สู้มากนัก แต่ล้วนเป็นตัวแทนของกลุ่มชนหลายประเภทที่มีตัวจริงอยู่ในสังคม ในกรุงเทพฯในชนบทขณะนี้  เค้าโครงเป็นเรื่องการกล่าวถึงสภาพชีวิตตัวละครเหล่านั้นทุกคน  ทั้งเป็นผู้มีการศึกษาและฐานะพื้นเพ  มีอาชีพและมีทัศนะแตกต่างกัน   แต่ต่างมีบทบาทความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน   เรื่องจบลงด้วยการเสียชีวิตของนายแพทย์ที่มีชิอว่า “กานต์” ผู้นั้น   จุดสะเทือนใจในตอนจบเป็นเครื่องแสดงว่า   อุดมคติยังใช้ได้อยู่ในสถานที่ๆเต็มไปด้วยเนื้อเรื่องมีทั้งในกรุงเทพมหานครและในชนบทห่างไกลความเจริญ เป็นการแสดงภาพทำนองชีวิตในการเทียบเคียงอย่างชัดเจน     บทสนทนาเป็นไปอย่างเหมาะสมแก่ฐานะและพื้นฐานนิสัยใจคอของแต่ละบุคคลในเรื่อง   จึงมีลักษณะสมจริง  และมีชีวิตชีวาจึงอาจกล่าวได้ว่า   นวนิยายเรื่องนี้เป็นนวนิยายที่ดีเยี่ยมในด้านองค์ประกอบต่างๆของเนื้อเรื่อง.
แต่นับได้ว่านวนิยายเรื่องนี้มีคุณค่าสมบูรณ์ด้านวรรณกรรม  คือวิธีแสดงเรื่องตาม  ซึ่งประกอบไปด้วยกลวิธีแต่ง   และสำนวนโวหารอันเป็นสำนวนเฉพาะในการแต่ง
                 ผู้เขียนมีความสามารถเด่นยิ่งในการนำเสนอนวนิยายเรื่องนี้  โดยอาศัยกลวิธีแต่งหลายแบบผสมผสานกันอย่างแนบเนียน  วางส่วนสัดตรงกับเนื้อเรื่องอย่างสมดุลกระทัดรัดไม่ยืดเยื้อ  เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องดำเนินเข้าสู่จุดของเรื่อง   เป็นการรักษาเอกภาพของเนื้อเรื่องไว้ได้เป็นอย่างดี  เป็นการเปลี่ยนฉากสนับสนุนเนื้อเรื่อง   และแทรกบทสนทนาตามที่เหมาะสม ทำให้มีความแปลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา   ละจากบทสนทนานี้เองทำไห้ผู้อ่านรู้จักตัวละครอีกด้วย  ตัวละครมีไม่มากนัก   และผู้แต่งมีกลวิธีปล่อยตัวอย่างรัดกุมไม่ทำให้เกิดความสับสน  แต่ทำให้บทบาทและบุคลิคภาพของตัวละครกระจ่างชัดขึ้น   โดยที่ผู้แต่งไม่ต้องอธิบายอย่างตรงไปตรงมาแต่อาศัยวิธีการละเมียดละไมแนะให้เห็นภาพบุคคลในเรื่องในจินตนาการของผู้อ่าน  ตัวละครแต่ละตัวเป็นคนในชีวิตจริง มีทั้งคนโลภ-ทุจริต  คนหนุมเจ้าสำราญ  พ่อค้าผู้มีผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง  คุณนายหัวเมืองกับขวดน้ำดื่มจุกหุ้มผ้าดอกสีเลอะเทอะชาวบ้านที่ยากจนไร้การศึกษาแต่มีน้ำใจ ซื่อและเอื้อเฟื้อเหล่านี้แสดงลักษณะตัวละครหลายประเภทและหลายด้าน หลายมุม โดยเฉพาะหมอกานต์ผู้มีปณิธานว่าจะรักษาความสุจริตและอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์  และหฤทัยภรรยาหมอกานต์   ซึ่งเป็นแบบอย่างของหญิงไทยรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูง   มีความคิด  ความฉลาดในการตัดสินใจ  และมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆในสถานการของตนได้เป็นอย่างดี  ทั้งที่ดูดผิวเผินแล้วดูราวกับเป็นคนสำรวยรักความสุขความสะบาย   แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องตัดสินใจเลือกเอาระหว่างความสบายอย่างฉาบฉวยกับความมั่นคงและความถูกต้องแล้ว  หฤทัยก็เลือกอยู่ข้างหมอกานต์ผู้ยากจน แต่มีอุดมคติแน่วแน่เสมอทุกครั้ง  ภาพตัวละครเหล่านี้ปรากฏในบทสนทนาและความนึกคิดของตัวละครเองค่อยๆประจักษ์ชัดเจนเป็นบุคลิคของตัวละครแต่ละบุคคน  ให้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านอย่างซึมซาบ
                 ผู้ประพันธ์มีกลวิธีในการเปิดโปงเรื่อง โดยสร้างความแตกต่างอย่างตรงกันข้ามคือการเปิดเรื่องด้วยงานรื่นเริงฉลองการแต่งงานระหว่างหมอกานต์กับหฤทัย  และจบลงอย่างเศร้าหมองด้วยความตายของหมอกานต์   ทุกคนร้องไห้เสียดายหมอที่ชื่อ กานต์   ในขณะ “ฝนตกพร่างพรราวกับว่าฟ้าร้องไห้อำลาร่างที่ปราศจากชีวิตของเขา” สุวรรณี สุคนธา ยังได้ให้กลวิธีในการเขียนนวนิยายเรื่องนี้อีกหลายแบบ เป็นต้นว่าการกล่าวถึงเรื่องราวแบบย้อนหลัง การพรรณาความแบบจิตประหวัดได้อย่างแนบเนียนและเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณและจินตนาการร่วมด้วยโดยใช้วิธีแนะดังได้กล่าวแล้ว
เหล่านี้เป็นกลวิธีการแต่งดีเด่นควรแก่การยกย่อง

                  ส่วนสำนวนโวหารอันเป็นแบบเฉพาะตัวของผู้ประพันธ์นั้น ในการเขียนนวนิยายเรื่องนี้ สุวรรณี สุคนธา ได้แสดงคุณสมบัติพิเศษในฐานะที่เป็นนักเขียนอย่างแท้จริง  มีลักษณะที่เป็นแบบเฉพาะตัวในการเลือกใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรง  กระชับ สั้น และรัดกุม  แต่ทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจและความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง  สำนวนที่ว่า “อ่านได้ระหว่างบรรทัด” อีกด้วย และแม้เรื่องจะจบลงเสมือนว่าหมอกานต์สิ้นชีวิตลงอย่างเปล่าดายไร้รางวัลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น  แต่ผู้แต่งก็ได้กล่าวแนะโดยนัยถึงเหตุการณ์ที่แสดงปัญหาด้านครอบครัวและความรักของหมอกานต์นั้นเรียบร้อยลงแล้ว  เพราะหฤทัยแสดงความตั้งใจที่จะกลับไปอยู่กับหมอกานต์ที่บ้านในชนบทต่อไป  ความเศร้าโศกอาลัยของบุคคลที่เห็นหมอกานต์ตาย เป็นรางวัลของชีวิตอย่างหนึ่ง ที่เป็นประจักษ์พยานยืนยันความคิดของทุกคนว่า “ความดีไม่สูญเปล่า” ชีวิตที่มีแค่ควรแก่การอาลัยนั้น คือชีวิตที่ซื่อตรงและเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์  และบุคคลอย่างเขาที่ชื่อกานต์นี้แหล่ะคือผู้เชิดชูอุดมคติให้ยืนยงมั่นคง อยู่ในความนึกคิดของมนุษยชาติตลอดไป  จึงนับว่าผู้ประพันธ์ได้ใช้โวหารง่ายๆตรงไปตรงมาแต่สร้างความรู้สึกตระหนัก ในคุณค่าของอุดมคติและการเสียสละได้อย่างแนบแน่นลึกซึ้ง
โดยสรุปแล้ว นวนิยายเรื่องนี้ มีความดีเด่นหลายประการได้แก่ เนื้อเรื่อง กลวิธีการแต่ง และสำนวนโวหารการใช้ถ้อยคำ จึงเป็นเรื่องที่มีคุณค่าสอดคล้องกับสภาพชีวิตในปัจจุบันซึ่งต้องการสร้างเสริมและกำลังใจสนับสนุนในด้านอุดมคติ ความจริงจังต่อชีวิต ความซื่อสัตย์สุจริตและการเสียสละเป็นอย่างยิ่ง

                                                                             -(หน้าที่ 170-174 วรรณคดีวิจารณ์ โดย ศาสตราจารย์กุหลาบ มัลลิกะมาส)

กลับด้านบน  <<ก่อนหน้านี้  1 , 2 , 3