“ การอ่านทำคนให้เป็นคนโดยสมบูรณ์”


             คำกล่าวของ เซอร์ ฟรานซิส เบคอน นักปรัชญาเมธีชาวอังกฤษ แสดงให้เห็นว่า การอ่าน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์
เพราะมนุษย์จะไม่สามารถเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบหากปราศจากการอ่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของทักษะทางภาษาที่จำเป็นต้องฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอ และสามารถฝึกฝนได้เรื่อย ๆ ตามวัย และประสบการณ์ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มนุษย์ได้รับความคิด ความรู้และความบันเทิง มีผลต่อชีวิตและจิตใจของมนุษย์ให้เจริญยิ่งขึ้น


http://e-learning.mfu.ac.th/mflu/1001103/chapter5/chapter5_1.html

           ๒. วิธีการอ่านเพื่อต้องการศึกษาค้นคว้า              

                  จะต้องรู้ว่าต้องการศึกษาเรื่องอะไร แล้วจึงเลือกหาหนังสือที่จะค้นคว้าโดยการพิจารณาจากประเภทของหนังสือ เมื่อได้หนังสือที่ต้องการแล้ว จะต้องพิจารณาจากส่วนประกอบที่สำคัญของหนังสือ เพื่อให้ประโยชน์ทางการศึกษาโดยตรง คือ

     ๑.๑ คำนำ 
            จะเป็นส่วนที่ผู้แต่งหนังสือจะบอกถึงจุดมุ่งหมายในการแต่ง สาระสำคัญของเรื่องและบางครั้งยังบอกวิธีการใช้หนังสือไว้ในคำนำ จึงทำให้เรารู้จักผู้แต่งได้มากขึ้น

    
     ๑.๒ สารบัญ

            จะเป็นตัวบอกขอบเขตของเนื้อหาว่ากล่าวถึงอะไรบ้าง ลำดับก่อนหลังของเนื้อหา และส่วนประกอบของหนังสือ เช่นภาคผนวก ดัชนี เป็นต้น ดังนั้นหน้าสารบัญที่ละเอียดจึงมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าแก่ผู้อ่าน
         หนังสือไม่จำเป็นจะต้องมีสารบัญทุกเล่ม สารบัญจำเป็นต้องมีในหนังสือประเภทที่มีหัวข้อเนื้อหาหลากหลายเรื่องรวมอยู่ในเล่มเดียว เช่น นิตยสาร วารสาร หรือหนังสือเพื่อการค้นคว้า เป็นต้น หนังสือที่ไม่จำเป็นต้องมีสารบัญ เช่น นวนิยาย นิทาน บทละคร เป็นต้น

     
     ๑.๓ บัญชีตารางและบัญชีภาพ
 
            มีในหนังสือบางประเภท เช่น รายงานการวิจัย ตำราและเอกสารทางวิชาการ เพื่อบอกให้ผู้อ่านทราบว่า ตารางแสดงสถิติตัวเลข แผนภูมิหรือภาพประกอบอยู่ในหน้าใดของหนังสือ จะช่วยให้ศึกษาได้สะดวกยิ่งขึ้น
     
     ๑.๔ เนื้อเรื่อง 
           สำหรับการอ่านเพื่อศึกษาค้นคว้า ผู้ศึกษาจะต้องรู้ว่าตนเองต้องการจะค้นคว้าอย่างละเอียดทั้งเรื่อง หรือ ค้นคว้าเฉพาะเรื่อง หากต้องการจะค้นคว้าทั้งเรื่อง ผู้อ่านต้องพยายามจับใจความในแต่ละย่อหน้าและแต่ละบทให้ได้
เมื่ออ่านจบ ต้องสามารถสรุปเนื้อหาในแต่ละย่อหน้าเรียบเรียงเป็นหนึ่งบทและสามารถเรียบเรียงแต่ละบท มาสรุปเป็นเรื่องเดียวกันได้
           การอ่านที่ต้องการค้นคว้าเฉพาะเรื่อง หมายถึงเรื่องย่อยๆที่กล่าวในบางตอนของหนังสือหรือวารสาร ผู้อ่านจะต้องเลือกเนื้อหาโดยอาศัยสารบัญเป็นสำคัญ สิ่งที่ควรจะฝึกให้เป็นนิสัยก็คือ อ่านให้ตลอดทีละย่อหน้า จับใจความของย่อหน้านั้นๆให้ได้ เมื่ออ่านจบแล้วจึงค่อยสรุปใจความออกมาเป็นหนึ่งบทเช่นเดียวกันกับการค้นคว้าทั้งเรื่อง

           การค้นคว้าทั้งสองแบบนั้น ควรจะใช้การบันทึกประกอบด้วยเพื่อให้เกิดการศึกษาที่เป็นระบบ จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่การลำดับความสำคัญและการจดจำ

    
     ๑.๕ ภาคผนวก
 
           รวบรวมเรื่องที่อ้างอิงและข้อเขียนที่หาอ่านได้ยากไว้ท้ายเล่ม แม้ไม่ใช่เนื้อหาโดยตรงที่แท้จริง แต่จะช่วยขยายความรู้ ความเข้าใจและความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาได้มาก

    
     ๑.๖บรรณานุกรม

          คือ หนังสืออ้างอิงที่ผู้แต่งใช้ประกอบในการเขียนหนังสือเรื่องนั้น เรื่องลำดับไว้ตามตัวอักษรชื่อผู้แต่ง ผู้ศึกษาค้นคว้าควรดูรายละเอียดในส่วนนี้ด้วย เพราะบางครั้งจะต้องติดตามเรื่องที่อ้างอิงในหนังสือเล่มนั้น

    
     ๑.๗ ดัชน

          คือ ส่วนสุดท้ายของหนังสือ ช่วยในการหาเนื้อหาที่ต้องการศึกษา สำหรับผู้ศึกษาที่มีเวลาน้อย จะรวบรวมเอาชื่อและคำต่างๆที่มีในหนังสือ พร้อมกับบอกหมายเลขหน้าเอาไว้

              

         ๓. วิธีอ่านเพื่อความคิดหรือเพื่อสนองความต้องการอื่นๆ

                   คือ ความต้องการที่จะหาข้อคิด คำแนะนำในการดำรงชีวิต ในการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การเสริมสร้างบุคลิกภาพของตนเอง  ส่งเสริมหน้าที่การงาน หรือยกระดับจิตใจ  เป็นต้น ซึ่งควรจะต้องอ่านให้เหมาะสม คือ
       ๑. สำรวจตนเองว่าขณะนี้ต้องการอะไร และเลือกหนังสือให้ตรงกับความต้องการของตนเอง
เช่น มีความสามารถต้องการสมัครงานแต่รู้ว่าตนเองมีบุคลิกที่ไม่ดี ก็ควรหาหนังสือประเภทส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูน่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ เป็นต้น

         ๒. อ่านอย่างช้าๆ ตีความหมายในเนื้อเรื่องให้แจ่มแจ้ง

               
              เมื่ออ่านจบแล้วจะต้องรู้ว่าสิ่งที่อ่านมาทั้งหมดนั้นสนองความต้องการของตัวเองแล้วหรือไม่ มีส่วนใดที่น่าพึงใจและประทับใจ การอ่านแบบนี้เป็นการอ่านที่เน้นประโยชน์จากการอ่านเป็นสำคัญ ไม่ว่าผู้อ่านจะเป็นคนระดับไหนก็ตาม แต่สามารถที่จะเข้าใจตนเอง พัฒนาตนเอง มีความสุขจากการได้อ่านหนังสืออย่างเข้าใจถ่องแท้ ประโยชน์ก็จะเกิดแก่เขาผู้นั้น