4. ลายประจำยาม

ภาพที่ 5.6 ภาพลายประจำยาม
(แสดงโครงสร้างขั้นต้นและขั้นตอนการเขียนลาย และรูปแบบต่าง ๆ)

โครงสร้างของลายจะอยู่ในสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีลักษณะคล้ายดอกไม้สี่กลีบ มีการใช้ประดับตกแต่งมาตั้งแต่สมัยทราวดี การนำมาใช้วาดเส้นเป็นทั้งจัดเรียงต่อเนื่องกัน หรือเป็นลายดอกลอย ก็ได้ หรือวาดเส้นลายประจำยาม ในลักษณะดอกเด่นในกลุ่มลายประกอบ

5. ลายกาบ

ภาพที่ 5.7 ภาพลายกาบ (1)
(แสดงเส้นลายกาบที่มีลักษณะโครงสูงใช้ตกแต่งมุมฐานเสาในรูปแบบต่าง ๆ)

ภาพที่ 5.8 ภาพลายกาบที่ใช้ตกแต่งมุมฐานเสา
(สำนักราชเลขาธิการ, 2531, หน้า 429)

เป็นลายทรงสูงมีความสวยที่สง่างาม ใช้ตกแต่งหรือห่อหุ้มตกแต่งตามโคนเสา หรือ มุมเหลี่ยมต่าง ๆ ในงานทางสถาปัตยกรรม มีลักษณะคล้ายกับอ้อย ไผ่ ในการนำมาใช้จะเป็น ตัวแตกช่อลายออกไป รูปแบบในการเขียนลายกาบ

6. ลายนกคาบและนาคขบ

 

ภาพที่ 5.9 ภาพลายนกคาบ
(แสดงโครงสร้างขั้นต้นและขั้นตอนการเขียนลายนกคาบ และรูปแบบต่าง ๆ)

มีลักษณะเป็นหน้าของนกหน้านาคที่เอาปากคาบลายตัว อื่นเอาไว้หรือมีลายช่ออื่น ๆ ออกทางปาก ตำแหน่งของลายนกคาบจะอยู่ตรงข้อต่อที่จะเชื่อมก้านกันและกัน เช่น ลายตู้พระธรรมวัดเชิงหวาย รูปแบบของลายนกคาบ และนาคขบ

ภาพที่ 5.10 ภาพลายนกคาบ และนาคขบ
(แสดงลายนกคาบ นาคขบ การแตกช่อลาย และรูปแบบต่าง ๆ)

นอกจากส่วนต่าง ๆ ของส่วนลายที่สำคัญในการวาดเส้นลายไทยก็ยังประกอบด้วยลายช่อ ลายหน้ากระดาน ลายก้านต่อ ลายเถา ฯลฯ ซึ่งเกิดจากมีความเชี่ยวชาญในการวาดลายย่อยแล้วมาผูกรวมกันได้อย่างสวยงาม และนำไปประดับในส่วนต่าง ๆ ทั้งงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และตกแต่งเฉพาะงาน
ในการวาดเส้นลายไทย การผูกลาย หรือการเอาลายไทยในหลายส่วนมาวาดรวมกันเป็นแนวทางที่ทำกันมาตลอด ดังนั้นผู้วาดเส้นในการผูกลายจะต้องรอบรู้ในการเขียนลายหรือเรียกว่า ช่อลายต่าง ๆ อย่างเชี่ยวชาญจึงจะได้ภาพลายไทยได้จังหวะที่สวยงามตามกรอบของภาพที่กำหนด

 

ภาพที่ 5.11 ภาพช่อลายลายไทยที่มีลายนกคาบ นาคขบ ที่กลมกลืนในการจัดภาพ
ที่มา (น.ณ ปากน้ำ, 2515 หน้า 10)

บทที่ 5 หน้า 4 >>>