แบบทดสอบหลังเรียน

กิจกรรมที่ 2 เกษตรอินทรีย์

โจทย์   บริบูรณ์มีอาชีพทำนาข้าว  เขามีที่นาอยู่  16  ไร่  ทำนาได้ปีละครั้ง  ทุกปีที่ผ่านมาเขาใช้ปุ๋ยเคมีใส่นาข้าวไร่ละ  15 กิโลกรัม โดยราคาปุ๋ยเคมี  1 กระสอบ น้ำหนัก  50  กิโลกรัม ราคา  1,000  บาท ต่อมาเขาคิดได้ว่า เขามีเวลาว่างจากฤดูทำนามาก  อีกทั้งเขาเคยได้รับคำบอกเล่าจากผู้อาวุโสในหมู่บ้านว่า ในอดีตสมัยที่ยังใช้แรงงานวัวควายไถนา  ไม่เคยมีการใส่ปุ๋ยเคมี ต้นข้าวก็ยังเจริญเติบโตงดงาม และไม่ค่อยจะมีโรคแมลงเหมือนในยุคนี้  เมื่อเขาหาหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรมาอ่าน เขาพบว่าต้นพืชต้องการธาตุอาหารหลายชนิด เช่นไนโตรเจน (N)โปแตสเซียม (K) ฟอสฟอรัส (P) ซัลเฟอร์ (S) แคลเซียม (Ca) และธาตุอื่นๆ อีกมากมาย แต่ทำไมบนกระสอบปุ๋ยเคมีจึงระบุว่ามีเพียงสามธาตุเท่านั้น คือ ไนโตรเจน  โปแตสเซียม และฟอสฟอรัส  ดังนั้น  เขาและคนในครอบครัวจึงใช้เวลาว่างงานที่มีอยู่ไปเก็บรวบรวมปุ๋ยธรรมชาติ ได้แก่ เศษผลไม้  ใบไม้  กิ่งไม้  และมูลสัตว์ซึ่งมีอยู่ทั่วไปและหาได้ง่ายในท้องถิ่นมาทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้

 เป็นผลให้ในปีต่อมาเขาลดการใช้ปุ๋ยเคมีเหลือเพียง  5  กิโลกรัม ต่อไร่ โดยเขายังคงได้รับผลผลิตเท่าเดิมและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นด้วยเพราะสิ่งที่เขาสังเกตเห็นคือ ที่ดินในนาของเขาร่วนซุยขึ้น ไถคราดได้ง่าย และดินอุ้มน้ำและ ความชื้นได้ดีกว่าเดิม อีกไม่นานเขาอาจจะไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีอีกต่อไปปีต่อๆ ไปเมื่อเสร็จฤดูนาปี เขาเริ่มคิดที่จะปลูก พืชไร่ที่ใช้น้ำไม่มากนักได้อีก  เช่น ข้าวโพด  หรือถั่วเขียว

1. เมื่อบริบูรณ์ทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี บริบูรณ์สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีลงได้เท่าไร
ก. 1,600 บาท
ข. 2,300 บาท
ค. 3,200 บาท
ง. 4,800 บาท

2. การที่บริบูรณ์สามารถลดการจ่ายเงินซื้อปุ๋ยเคมี ลงได้นั้น เพราะใช้คุณธรรมในข้อใด
ก. อิทธิบาท 4
ข. สังคหะวัตถุ 4
ค. พรหมวิหาร 4
ง. วัฏฏะ 3

3. การกระทำของบริบูรณ์ตรงกับสำนวนโวหารข้อใด
ก. พึ่งลำแข้งตัวเอง
ข. เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า
ค. น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
ง. ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ผลคะแนน =
เฉลยคำตอบ:

กลับไปหน้าแบบทดสอบ