การท่องกลอนสุภาพ การท่องกาพย์ยานี11 การท่องโคลงสี่สุภาพ
บทอาขยาน(ช่วงชั้นที่ 2)
พฤษภกาสร
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท
ตนเป็นที่พึ่่งแห่งตน
ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
ผู้ชนะ
เป็นมนุษย์หรือเป็นคน
วิถีเด็กไทย
ฟังใดได้รู้เรื่อง
ดวงตะวัน

 

 

หลักการท่องบทอาขยาน

การท่องอาขยานทำได้ 2 แบบ คือ การอ่านบทอาขยานตามหลักทั่วไปหรือออกเสียงแบบร้อยแก้ว และการอ่านแบบทำนองเสนาะ ดังนี้

การท่องบทอาขยานตามหลักการทั่วไป
      การท่องบทอาขยานส่วนใหญ่เป็นการท่องออกเสียง คือ ผู้ท่องเปล่งเสียงออกมาดังๆ ในขณะที่ใช้สายตากวาดไปตามตัวอักษร ยึดหลักการออกเสียงเหมือนหลักการอ่านทั่วไป เพื่อให้การออกเสียงมีประสิทธิภาพควรฝึกฝนดังนี้

      1 . ฝึกเปล่งเสียงให้ดังพอประมาณ ไม่ตะโกน ควรบังคับเสียง เน้นเสียง ปรับระดับเสียงสูง - ต่ำ ให้สอดคล้องกับจังหวะลีลา ท่วงทำนอง และความหมายของเนื้อหาที่อ่าน
      2 . ท่อง ด้วยเสียงที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไม่แตกพร่า เปล่งเสียงจากลำคอโดยตรงด้วยความมั่นใจ
      3 . ท่อง ออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือความนิยม และต้องเข้าใจเนื้อหาของบทอาขยานนี้ก่อน
      4 . ออกเสียง ร ล คำควบกล้ำ ให้ถูกต้องชัดเจน
      6 . ท่อง ให้ถูกจังหวะและวรรคตอน
      7 . ท่องให้ได้อารมณ์และความรู้สึกตามเนื้อหา
   

การอ่านบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะ
      การท่องบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะช่วยให้บทอาขยานนั้นมีความไพเราะ ผู้ท่อง เกิดความสนใจจดจำบทอาขยานได้ดี และสนุกสนานยิ่งขึ้น การฝึกอ่านทำนองเสนาะมีขั้นตอนดังนี้
      1 . ท่อง เป็นร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกต้องชัดเจน ตามอักขรวิธีก่อน ทั้ง ร , ล ตัวควบกล้ำ อ่านออกเสียงให้ตรงตามเสียงวรรณยุกต์
      2 . ท่องให้ถูกจังหวะวรรคตอน การอ่านผิดวรรคตอนทำให้เสียความ
      3 . ท่องให้สัมผัสคล้องจองกันเพื่อความไพเราะ
      4 . ท่องให้ถูกทำนองและลีลาของคำประพันธ์แต่ละชนิด คำประพันธ์แต่ละชนิดจะมีบังคับจำนวนคำสัมผัส หรือคำเอก คำโท แตกต่างกัน การอ่านทำนองเสนาะจึงต้องอ่านให้ถูกท่วงทำนองและลีลาของคำประพันธ์แต่ละชนิด
      5 . ท่องโดยใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับเนื้อหาและอ่านพยางค์สุดท้ายของวรรคด้วยการทอดเสียง แล้วปล่อยให้หางเสียงผวนขึ้นจมูก