ชนิดของดอก

ดอกเดี่ยว (Solitary Flower) ดอกที่มีเพียงดอกเดียวอยู่บนก้านดอก

ดอกช่อ (Inflorescence Flower) กลุ่มของดอกย่อยที่เกิดบนก้านดอกเดียวกัน และดอกย่อยแต่ละดอกอาจมีก้านดอกย่อย (pedicel)

ลักษณะของช่อดอก (Inflorescence Type)

  • แบบช่อกระจุก (cymose type) ช่อดอกที่มีดอกย่อยที่เกิดก่อนอยู่ตรงกลาง หรือปลายช่อดอกการบานของดอกเริ่มที่ดอกย่อยบริเวณกลางหรือด้านปลายบนของช่อดอก มีหลายประเภทได้แก่ ช่อกระจุกด้านเดียวชนิดเดี่ยว ช่อวงแถวเดี่ยว (ช่อกระจุกด้านเดี่ยวชนิดประกอบ) ช่อกระจุกซ้อนเดี่ยว ช่อกระจุกซ้อนเชิงประกอบ ช่อกระจุกซ้อนผสม
    • ช่อกระจุกด้านเดียวชนิดเดี่ยว (simple monochasium) ช่อดอกที่มีดอก 2 ดอก โดยดอกย่อยที่อยู่ปลายสุดบานก่อนดอกย่อยที่อยู่ด้านข้าง
    • ช่อวงแถวเดี่ยว (helicoids cyme) เป็นช่อกระจุกด้านเดี่ยวชนิดประกอบ (compound monochasium) มีดอกย่อยที่ปลายสุดบานก่อน ดอกย่อยออกด้านเดียวทำให้ดอกโค้งเข้าหาช่อดอก เช่น ช่อดอกหญ้างวงช้าง
    • ช่อวงแถวคู่ (scorpioid cyme) เป็นช่อกระจุกด้านเดี่ยวชนิดประกอบ (compound monochasium) มีดอกย่อยที่ปลายสุดบานก่อน ดอกย่อยออกเป็นแนวซิกแซกทำให้ช่อดอกโค้งเข้าหาช่อดอก
    • ช่อกระจุกซ้อน (dichasium) ช่อดอกที่ดอกย่อยที่เกิดก่อนอยู่ที่ปลาย มีดอกย่อยเกิดสองข้างของดอกที่ปลายช่อ
    • ช่อกระจุกซ้อนเดี่ยว (simple dichasium) ช่อดอกที่มีดอกย่อย 3 ดอก ดอกย่อยตรงกลางบานก่อนดอกย่อยด้านข้างทั้งสองดอก เช่น ช่อดอกมะลิลา
    • ช่อกระจุกซ้อนเชิงประกอบ (compound dichasium) ช่อดอกที่มีหลายช่อกระจุกซ้อนเดี่ยว เช่น ช่อดอกเข็ม มะลิ
    • ช่อกระจุกซ้อนผสม (pleiochasium) ช่อดอกแบบช่อกระจุกซ้อน แต่ที่ปลายก้านดอกจะมีช่อดอกแบบช่อกระจุกซ้อนประกอบมากกว่าสองชุดขึ้นไป
  • แบบช่อกระจะ (racemose type) ช่อดอกที่มีดอกย่อยที่เกิดก่อนอยู่ล่างสุดหรือด้านนอกสุดของช่อดอก ดอกที่อ่อนสุดอยู่ส่วนปลายหรือใจกลางของช่อดอก การบานของดอกเริ่มที่ดอกย่อยบริเวณโคนช่อหรือด้านนอกของช่อดอก มีหลายประเภทได้แก่ ช่อกระจะ ช่อเชิงลด ช่อแบบหางกระรอก ช่อเชิงหลั่น ช่อเชิงลดมีกาบ ช่อซี่ร่ม ช่อซี่ร่มเชิง-ประกอบ ช่อกระจุกแน่น ช่อแยกแขนง
    • ช่อกระจะ (raceme) ช่อดอกย่อยที่มีก้านดอกย่อยยาวไล่เลี่ยกัน ดอกเกิดสลับสองข้างของแกนกลาง ดอกเกิดและบานก่อนอยู่ด้านล่างของช่อดอก เช่น ช่อดอกกล้วยไม้
    • ช่อเชิงลด (spike) ช่อดอกที่คล้ายช่อกระจะ แต่ดอกย่อยไม่มีก้านดอกย่อย เช่นช่อดอกกระถินณรงค์
    • ช่อแบบหางกระรอก (ament, catkin) ช่อดอกที่คล้ายช่อเชิงลด แต่ช่อดอกห้อยลงและมักเป็นดอกเพศเดียว เช่นช่อดอกหางกระรอก
    • ช่อเชิงหลั่น (corymb) ช่อดอกที่ดอกย่อยมีก้านดอกย่อยยาวไม่เท่ากัน ดอกย่อยที่อยู่ล่างสุดมีก้านดอกย่อยยาวที่สุดแล้วลดหลั่นกันไปที่ปลายยอด ดอกย่อยมักจะเรียงอยู่ในระนาบเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เช่นช่อดอกหางนกยูงไทย ผักกาดเขียว
    • ช่อเชิงลดมีกาบ (spadix) ช่อดอกที่คล้ายช่อเชิงลด ดอกย่อยเกิดเบียดกันอยู่บนแกนกลางและมีกาบ (spathe) หุ้มช่อดอก เช่นช่อดอกหน้าวัว บอนสี
    • ช่อซี่ร่ม (umbel) ช่อดอกที่ก้านดอกย่อยเจริญออกมาจากปลายก้านช่อดอกที่จุดเดียวกันและมีขนาดไล่เลี่ยกัน คล้ายซี่ร่ม เช่นช่อดอกหอม กุยช่าย
    • ช่อซี่ร่มเชิงประกอบ (compound umbel) ช่อซี่ร่มที่บนก้านย่อยมีการแตกเป็นช่อดอกย่อยแบบช่อซี่ร่มย่อย (umbelet) อีก และแต่ละช่อดอกย่อยมีใบประดับรองรับ เช่น ช่อดอกของผักชีล้อม
    • ช่อกระจุกแน่น (capitulum, head) ช่อดอกที่มีดอกย่อยเรียงบนฐานรองดอกที่พองออกหรือแผ่กว้าง และไม่มีก้านดอกย่อย เช่นช่อดอกทานตะวัน บานไม่รู้โรย ผกากรอง
    • ช่อแยกแขนง (panicle, compound raceme) ช่อดอกที่มีช่อกระจะหลายช่อมาซ้อนกัน ช่อรูปถ้วย (cyathium) ช่อดอกที่ประกอบด้วยดอกเพศเมียที่ลดรูปเหลือเพียงเกสรเพศเมีย 1 ดอก และดอกเพศผู้ที่ลดรูปเหลือเพียงเกสรเพศผู้จำนวนมาก และมีใบประดับรองรับ เช่น ช่อดอกโป๊ยเซียน น้ำนมราชสีห์
  • ฐานดอกรูปถ้วย (hypanthium) ช่อดอกที่เกิดจากฐานรองดอกเจริญขึ้นเป็นรูปถ้วย อาจจะเจริญร่วมกับกลีบเลี้ยง
  • ช่อฉัตร (verticillate) ช่อดอกที่มีดอกย่อยเกิดบริเวณรอบข้อของแกนกลาง คล้ายฉัตรเป็นวง เช่น ช่อดอกกะเพราะ โหระพา


แหล่งที่มา http://web3.dnp.go.th/botany/BFC/flwer.html#Types