การปฏิวัติทางภูมิปัญญาในศตวรรษที่ 17 และ 18


ที่มาของความก้าวหน้าทางภูมิปัญญาในศตวรรษที่ 17-18 คือความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของยุโรปเช่น อิทธิพลของ Renaissance ความมั่งคั่งของชนชั้นกลาง และการเขยิบฐานะของชนชั้นต่ำ ความก้าวหน้าทางด้านวิชาการที่ถ่ายทอดมาจากแดนต่างๆ นอกทวีปยุโรป ลักษณะของการปฏิวัติทางภูมิปัญญาออกมาในรูปปรัชญา และวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่

นักปฏิวัติทางภูมิปัญญาในศตวรรษที่ 17
เรอเน เดส์คาร์ท เขาเป็นผู้ประกาศลัทธิใช้เหตุผล สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ในทางปรัชญาที่แตกต่างไปจากสมัยกลาง เขายังเชื่อในความรู้ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เขาสอนว่าความจริงที่มีประจักษ์พยาน โดยไม่มีความสัมพันธ์กับประสบการณ์ทางประสาท จะแฝงอยู่ในจิตนั้นเอง คงไม่อาจจะขึ้นถึงความจริงนี้ได้ด้วยประสาทสัมผัส เพราะความจริงนี้ เป็นส่วนประกอบของจิตมาตั้งแต่เกิดแล้ว

ยุคแห่งความรู้แจ้ง
จุดสูงสุดของการปฏิวัติทางภูมิปัญญาในทางปรัชญาเป็นกระบวนการที่เรียกว่า การรู้แจ้ง  ซึ่งเริ่มในอังกฤษราวค.ศ. 1680  แล้วแพร่ไปทั่วยุโรปและอเมริกา ศูนย์กลางของยุคนี้อยู่ในฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 ปรัชญาของยุคแห่งความรู้แจ้งนี้ เกิดจากการรวมเอาความคิดสำคัญๆหลายแง่ และหลายแหล่งด้วยกัน ความคิดที่สำคัญๆคือ

  1. เหตุผลเท่านั้นที่จะพาเราไปสู่ความฉลาดรอบรู้
  2. จักรวาลนี้คือเครื่องจักรกลที่ถูกควบคุมด้วยกำเกณฑ์ต่างๆที่ไม่อาจจะแปรปรวน หรือเปลี่ยนแปลงได้ด้วยอำนาจมนุษย์
  3. โครงสร้างของสังคมที่ดีที่สุดต้องเป็นธรรมดา และธรรมชาติที่สุด โดยอาศัยเหตุผล และเสรีภาพตามธรรมชาติที่จะพึ่งมี
  4. ไม่มีบาปดั้งเดิม

 

ผู้สถาปนายุคแห่งความรู้แจ้ง
เซอร์ ไอแซค นิวตัน การค้นพบกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเป็นหน้าที่ของวิทยาศาสตร์ หน้าที่ของคนคือ ยอมให้กฎเกณฑ์เหล่านั้นดำเนินไปโดยไม่บิดเบือน ดังนี้ ความคิดที่ว่าจักรวาลนี้ถูกนำไปตามความประสงค์ของพระเจ้า ของสมัยกลางจึงสิ้นสุดลง แต่ปรัชญาของนิวตัน มิได้ยกเลิกความคิดในเรื่องพระเจ้า แต่ก็ได้ลิดรอนอำนาจของพระเจ้า ในฐานะผู้นำดวงดาว และผู้ควบคุมดวงอาทิตย์ให้หยุดนิ่ง

ปราชญ์เอกของยุคแห่งความรู้แจ้งในศตวรรษที่ 18
วอลแตร์ เป็นบุตรของชนชั้นกลางเขาเป็นนักเขียนประเภทเสียดสี เยอะเย้ยสังคมที่ปากกล้าจนเคยถูกส่งเข้าคุกบาสตีญ์ แล้วถูกเนรเทศออกไปอังกฤษอยู่ถึง 3 ปี และทำให้เขาหลงใหลสถาบันการเมืองของอังกฤษมาก วอลแตร์ได้ชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนเสรีภาพส่วนบุคคล เขามองว่าการเข้มงวดกวดขันในเรื่องเสรีภาพของการพูด และคิดเป็นเรื่องของความป่าเถื่อน อมตวาจาของเขาที่เขียนถึงผู้ปรปักษ์ว่า “ข้าพเจ้าไม่ขอขัดแย้งในคำพูดที่ท่านได้กล่าวออกมาสักคำหนึ่ง แต่กลับจะยืนหยัดที่จะต่อสู้ ในสิทธิที่ท่านได้กล่าวออกมา จนถึงที่สุด” เป็นหลักเกณฑ์สูงสุดของการแสดงออก ซึ่งขันติคุณทางภูมิปัญญา วอลแตร์ชิงชังทรราชในวงการศาสนายิ่งนัก เขาเขียนต่อต้านฝ่ายศาสนาอย่างรุนแรงในการที่วัดเผา และทรมานปัญญาชน ที่กล้าตั้งปัญหาถามฝ่ายศาสนา

ศิลปะยุคแห่งความรู้แจ้ง
สถาปัตยกรรมแบบโรโคโค ในระหว่างศตวรรษที่ 18  ศิลปะอีก 2 แบบ เกิดตามศิลปะแบบบาร็อค ของศตวรรษที่ 16-17 มีชื่อว่า โรโคโค และแบบพระเจ้ายอร์ช ศิลปะแบบโรโคโคสง่างาม ประณีตกว่าแบบบาร็อค จะเห็นได้จากพระราชวัง ซองส์ ซูสี ที่ปอสต์ดัม ส่วนศิลปะแบบพระเจ้ายอร์ชนั้น เป็นความพยายามของสถาปนิกที่จะตกแต่งศิลปะแบบบาร็อคให้ดูเรียบๆ และสง่างามแบบกรีกดั้งเดิม เห็นได้จากบ้านเรือนในสมัยอาณานิคมของชาวอเมริกัน และในประเทศอังกฤษ
ลัทธิทางศาสนาของยุคแห่งความรู้แจ้ง ลัทธิที่เชื่อถือว่ามีพระเจ้าเป็นลัทธิที่ปราชญ์ยุคนี้      หันมานับถือแทนศาสนาทั้งหลาย ซึ่งเขาเหล่านั้นประณามว่า เป็นเครื่องมือเอารัดเอาเปรียบมนุษย์    หลักเกณฑ์ของลัทธิที่เชื่อถือว่ามีพระเจ้า อาจสรุปได้ดังนี้คือ