โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา
โครงงานวิทยาศาสตร์
E-learning for entrance
วิชา ชีววิทยา Biology

ครูที่ปรึกษา
ม. เดชา ขันธจิตต์

__________________

หน้าแรก
สารบัญ
คณะผู้จัดทำ
บทคัดย่อ
ที่มาและความสำคัญ

คุณคิดอย่างไรกับบทเรียนออนไลน์วิชาชีววิทยานี้
ดีมาก
ดี
ปานกลาง
พอใช้
ควรปรับปรุง
Free polls from Pollhost.com



 
18. การขับถ่ายและการรักษาสมดุลของร่างกาย

การสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์บางชนิด
การสืบพันธุ์ แบ่งออกเป็น
1.   แบบไม่อาศัยเพศ
-     การแบ่งตัวออกเป็นสองส่วน (BINARY FISSION) พบในอะมีบา พารามีเซียม และ แบคทีเรีย
-     การแตกหน่อ (BUDDING) พบในยีสต์ และ ไฮดรา
-     การงอกใหม่ (REGENERATION) พบในพลานาเรีย และ ดาวทะเล
2.   แบบอาศัยเพศ
ก.   การสืบพันธุ์ของสัตว์ที่มีสองเพศอยู่ในตัวเดียวกัน
-     พลานาเรียและไส้เดือนดินต้องผสมข้ามตัวเนื่องจากไข่และอสุจิสุกไม่พร้อมกัน
-     ไฮดรา สามารถผสมได้ทั้งภายในตัวเดียวกันและข้ามตัว

ตัวอย่างข้อสอบ
      สิ่งมีชีวิตใดต่อไปนี้มีการสืบพันธุ์แบบ TRANSVERSE BINARY FISSION
ก.    ไฮดรา
ข.    ยูกลีนา
ค.    พารามีเซียม
ง.    อะมีบา
ตอบ ค.

ข้อใดเป็นไปได้มากที่สุดเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของไฮดราและไส้เดือนดิน



ค.     การสืบพันธุ์ของคน
       การสืบพันธุ์ของคนและสัตว์ชั้นสูงอื่นๆ เป็นกระบวนการรวมตัวกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้(อสุจิ) และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย (ไข่)
กระบวนการสร้างอสุจิ



ข้อควรจำ
    ในคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมส่วนใหญ่มีโอโอไซต์ระยะแรกตั้งแต่แรกเกิดและจะไม่มีเพิ่มขึ้นอีก โอโอไซต์ระยะแรกจะเริ่มแบ่งเซลล์ แบบไมโอซิสครั้งที่ 1 เมื่อเด็กหญิงเข้าสู่วัยสาว(PUBERTY) จนถึงวัยหมดประจำเดือน เมื่ออายุประมาณ 45-50 ปี ดังนั้นตลอดชีวิตของเพศหญิงจึงมีโอโอไซต์ระยะแรกที่โอกาสเจริญไปเป็นไข่ประมาณ 400 เซลล์เท่าน้นส่วนสเปอร์มาโตไซต์ระยะแรกของเพศชายนั้น สร้างขึ้นได้ตลอดระยะของวัยเจริญพันธุ์

ตัวอย่างข้อสอบ

    เพศหญิงมีการสร้างไอโอไซต์ระยะแรกเมื่อใด
ก.    แรกเกิด
ข.    อายุ 1 ขวบ
ค.    อายุ 7 ขวบ
ง.    อย่างเข้าสู่วัยสาว
ตอบ ก.

ระบบสืบพันธุ์เพศชาย ประกอบด้วย
**    อัณฑะ มีถุงหุ้มอัณฑะทำหน้าที่ปรับอุณภูมิให้เหมาะสมต่อการสร้างตัวอสุจิ (ประมาณ 33-34 องศาสเซลเซียส)
-     SEMINIFEROUS TUBULE ทำหน้าที่สร้างตัวอสุจิ
-     EPIDIDYMIS เป็นที่พักตัวอสุจิ
-     SEMINAL VESICLE ทำหน้าที่สร้างน้ำเลี้ยงตัวอสุจิ
-     ต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่สร้างสารที่เป็นเบส
-     ต่อมคาวเปอร์ ทำหน้าที่สร้างสารหล่อลื่น
**    องคชาติ
**    อสุจิ ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
1.    ส่วนหัว (HEAD) ประกอบด้วยนิวเคลียสเป็นส่วนใหญ่ มี ACROSOME เป็นถุงที่บรรจุเอนไซม์ สำหรับสลายเยื่อหุ้มเซลล์ไข่ อยู่ด้านหน้า
2.    ส่วนกลาง (MIDDLE PIECE) เป็นส่วนของไมโตรคอนเดรีย ซึ่งทำหน้าที่ผลิตพลังงานสำหรับการเคลื่อนไหว
3.    ส่วนหางเป็นไมโครทูบูล ทำหน้าที่ในการโบกพัดเพื่อการเคลื่อนที่

ข้อควรจำ
    น้ำกาม(Semen) คือสารที่หลั่งจากต่อมต่างๆ ภายในอัณฑะ ประกอบด้วย อสุจิ น้ำเลี้ยงอสุจิ สารที่เป็นเบส และสารหล่อลื่น

ตัวอย่างข้อสอบ
      สารใดที่สร้างจากต่อมลูกหมาก
ก.    ตัวอสุจิ
ข.    อาหารของตัวอสุจิ
ค.    สารซึ่งมีสมบัติเป็นเบสอย่างอ่อน
ง.    สารซึ่งช่วยหล่อลื่นทำให้อสุจิเคลื่อนที่ได้สะดวก
ตอบ ค.

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง
มดลูก ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้นคือ
1.     ชั้นใน (ENDOMETRIUM) เป็นชั้นที่มีการสร้างรก เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนก๊าซและส่งอาหารให้ตัวอ่อน
2.     ชั้นกลาง (MYOMETRIUM) เป็นชั้นที่เป็นกล้ามเนื้อให้ความแข็งแรงมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้มดลูกขยายตัวได้ขณะตั้งครรภ์ และบีบตัวให้ทารกออกมาขณะคลอด (โดยการกระตุ้นของฮอร์โมน OXYTOCIN)
3.     ชั้นนอก (SEROUS MEMBRANE) ผนังชั้นนอกสุด เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

กระบวนการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต
การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตหมายถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีระเบียบ ยังผลให้เนื้อเยื่อมีความซับซ้อนขึ้น หรือสมบูรณ์ขึ้นทั้งในด้านโครงสร้างและหน้าที่การทำงาน การเจริญเติบโตเกี่ยวข้องกับขบวนการต่างๆต่อไปนี้คือ
1.     การเพิ่มจำนวนเซลล์(CELL MULTIPLICATION)
2.     การเจริญเติบโต (GROWTH)
3.     การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (CELL DIFFERENTIATION)
4.     การเกิดรูปร่างที่แน่นอน(MORPHOGENESIS)

ข้อควรจำ
      เซลล์ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตมีอัตราการเจริญเติบโตแตกต่างกัน เช่น เซลล์บางชนิดจะมีการ
เจริญขึ้นตลอดชีวิต เช่น หนังกำพร้า อสุจิ เยื่อบุผิวเซลล์ปอด เซลล์หัวใจ เป็นต้น

ตัวอย่างข้อสอบ
      เซลล์ชนิดใดที่อยู่ในสภาพอินเตอร์เฟสตลอดเวลา
ก.    เซลล์เยื่อบุผิวลำไส้
ข.    เซลล์รับแสงของนัยน์ตา
ค.    เซลล์ที่อยู่ขอบนอกของตับ
ง.    เซลล์สเปอร์มาโตโกเนียม
ตอบ ข.

การเจริญของสัตว์ชั้นสูง
   การเจริญของสัตว์แต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันไป โดยต่างก็มีแบบแผนเฉพาะตัว แต่โดยทั่วไปแล้ว จะมีลำดับขั้นตอนดังนี้
1.  คลีเวจ (CLEAVAGE)
เป็นการแบ่งเซลล์แบบไมโตรซิสเพื่อให้ได้เซลล์จำนวนมาก แบบแผนของการแบ่งเซลล์มีความแตกต่างๆกันออกไปดังต่อไปนี้
      - เซลล์ที่มีไข่แดงน้อย มีการแบ่งตัวตลอดทั้งเซลล์
      - เซลล์ที่มีไข่แดงมาก มีการแบ่งตัวเฉพาะบริเวณที่ไม่มีไข่แดงเพราะไข่แดงจะเป็นอุปสรรคต่อ
การแบ่งเซลล์
2.  บลาสตูลา(BLASTULA) เป็นระยะที่มีเซลล์จำนวนมากเรียงตัวเป็นชั้นเดียว ภายในเกิดเป็นโพรงเรียกว่า BLASTOCEAL ซึ่งบรรจุของเหลวอยู่เต็ม
3.  แกสตรูลา (GASTRULA) เซลล์จะเคลื่อนที่บุ๋มเข้าไปข้างในมีการม้วนตัว เพื่อทำให้เกิดชั้นของเนื้อเยื่อ (GERM LAYER) คือ ECTODERM MESODERM และ ENDODERM
4.  มอร์โฟเจเนซิส (MORPHOGENESIS) เซลล์จะจับกลุ่มสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะเพื่อเกิดเป็นรูปร่างแน่นอน
ข้อควรจำ
การจำแนกชนิดของไข่ตามปริมาณของไข่แดง
1.    ALECITHAL EGG เป็นไข่มีไม่มีไข่แดง ได้แก่ไข่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
2.    ISOLECITHAL EGG เป็นไข่ที่มีไข่แดง ได้แก่ไข่ของแม่นทะเล และดาวทะเล
3.    MORDERATELY TELOLECITHAL EGG ไข่ที่มีปริมาณของไข่แดงปานกลางได้แก่ไข่ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
4.    HEAVY TELOLECITHAL EGG ไข่ที่มีปริมาณของไข่แดงมากได้แก่ ไข่ของสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน ปลา หอย แมลง หมึก

ตัวอย่างข้อสอบ
      สัตว์พวกใดต่อไปนี้ มีไข่ชนิด TELOLECITHAL EGG
ก.    คางคก
ข.    ดาวทะเล
ค.    นกกระทา
ง.    แมลงทับ
ตอบ ค.

เมทามอร์โฟซิส (METAMORPHOSIS)
เป็นการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆ ในระยะที่มีการเจริญเติบโต ส่วนมากพบใน กบและแมลง ดังนี้
1.    เมทามอร์โฟซิสแบบสมบูรณ์ (COMPLETE METAMORPHOSIS) มีการเปลี่ยนแปลงครบ 4 ระยะ คือ ไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย พบใน ด้วง ยุง แมลงวัน แมลงหวี่ ผีเสื้อ
2.    เมทามอร์โฟซิสแบบไม่สมบูรณ์ (INCOMPLETE METAMORHOSIS) มีการเปลี่ยนแปลง 3 ระยะ คือไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย เช่น ตั๊กแตน จิ้งหรีด แมลงสาบ มวน แมลงปอ
3.   ไม่มีเมทามอร์โฟซิส(WITH OUT METAMORPHOSIS) ไม่มีเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆ เช่น ตัวสามง่าม แมลงหางดีด

ตัวอย่างข้อสอบ
แมลงชนิดใดที่มีการเจริญเติบโตชนิดเมตามอร์โฟซิสแบบสมบูรณ์
ก.    แมลงสาบ
ข.    ตั๊กแตน
ค.    แมลงปอ
ง.    ยุง
ตอบ ง.

การเจริญของเอมบริโอของคน
   ตัวอ่อนของคนจะมีรถ(PLACENTA) เป็นทางติดต่อกับแม่เพื่อรับอาหาร แลกเปลี่ยนก๊าซและขับถ่าย โดยมีสายสะดือ(UMBLICAL CORD) ติดต่อระหว่างเอ็มบริโอกับรก มีถุงน้ำคร่ำหุ้มอยู่โดยรอบ ในเอมบริโอมีอายุครบ 8 สัปดาห์ จะมีรูปร่างคล้ายเด็กอ่อน เราจะเรียกระยะนี้ว่า ฟีตัส (FETUS) และเมื่ออายุครบ 270-295 วันก็จะคลอดออกมา

ข้อควรจำ
      สภาวะบางประการที่มีผลต่อการเจริญของทารกในครรภ์
-     อาหารที่ได้รับต้องครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะ โปรตีน เพราะเกี่ยวข้องกับการเจริญของระบบประสาท
-     สารบางอย่าง เช่น ยากกล่อมประสาทพวกทาลิโดไมด์(THALIDOMIDE) การดื่มสุรา และการเจริญผิดปกติหรือแท้งได้
-     โรคบางอย่างเช่น ถ้าแม่เป็นหัดเยอรมัน ในระยะแรกๆของการตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกมีการเจริญเติบโตของหัวใจ เลนส์ตา หูส่วนใน และ สมองผิดปกติได้


จัดทำโดย
นายกรวิทย์ ออกผล นายคทาวัชร เสถียรปกิรณกรณ์ นายกิตติ นนท์งาม  นายนิติรัฐ ผสมทรัพย์ นายกฤษณะ จันทร
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
อาจารย์ที่ปรึกษา ม.เดชา ขันธจิตต์
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2547
โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ชลบุรี

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแตวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษา
e-mail:
webmaster@thaigoodview.com

Copyright(c) 2004 www.thaigoodview.com. All rights reserved.