เนื้อเรื่อง3

 

ผู้จัดทำคำนำกลอนสุนทรภู่ประวัติสุนทรภู่เนื้อเรื่องตัวละคร

 

เนื้อเรื่อง2 
เนื้อเรื่อง3 
เนื้อเรื่อง4 
เนื้อเรื่อง5 
เนื้อเรื่อง6 
เนื้อเรื่อง7 
เนื้อเรื่อง8 
เนื้อเรื่อง9 
เนื้อเรื่อง10 
เนื้อเรื่อง11 
เนื้อเรื่อง12 
เนื้อเรื่อง13 
เนื้อเรื่อง14 
เนื้อเรื่อง15 
เนื้อเรื่อง16 
เนื้อเรื่อง17 
เนื้อเรื่อง18 
เนื้อเรื่อง19 
เนื้อเรื่อง20 
เนื้อเรื่อง21 
เนื้อเรื่อง22 
เนื้อเรื่อง23 
เนื้อเรื่อง24 
เนื้อเรื่อง25 
เนื้อเรื่อง26 
เนื้อเรื่อง27 
เนื้อเรื่อง28 
เนื้อเรื่อง29 
เนื้อเรื่อง30 
เนื้อเรื่อง31 
เนื้อเรื่อง32 
เนื้อเรื่อง33 
เนื้อเรื่อง34 
เนื้อเรื่อง35 
เนื้อเรื่อง36 
เนื้อเรื่อง37 
เนื้อเรื่อง38 
เนื้อเรื่อง39 
เนื้อเรื่อง40 
เนื้อเรื่อง41 
เนื้อเรื่อง42 
เนื้อเรื่อง43 
เนื้อเรื่อง44 
เนื้อเรื่อง45 
เนื้อเรื่อง46 
เนื้อเรื่อง47 
เนื้อเรื่อง48 
เนื้อเรื่อง49 
เนื้อเรื่อง50 
เนื้อเรื่อง51 
เนื้อเรื่อง52 
เนื้อเรื่อง53 
เนื้อเรื่อง54 
เนื้อเรื่อง55 
เนื้อเรื่อง56 
เนื้อเรื่อง57 
เนื้อเรื่อง58 
เนื้อเรื่อง59 
เนื้อเรื่อง60 
เนื้อเรื่อง61 
เนื้อเรื่อง62 
เนื้อเรื่อง63 
เนื้อเรื่อง64 
เนื้อเรื่อง65 

 

 

นางผีเสื้อลักพระอภัยมณี 

     * จะกล่าวถึงนางอสุรีผีเสื้อน้ำ อยู่ท้องถ้ำวังวลชลสาย
ได้เป็นใหญ่ในพวกปีศาจพราย สกนธ์กายโตใหญ่เท่าไอยรา
ตะวันเย็นขึ้นมาเล่นทะเลกว้าง เที่ยวอยู่กลางวารินกินมัจฉา
ฉวยฉนากลากฟัดกัดกุมภา เป็นภักษานางมาสำราญใน
แล้วเล่นน้ำดำโดดโลดทลึ่ง เสียงโผงผึงเผ่นโผนโจนไถล
เข้าใกล้ฝั่งวังวลข้างต้นไทร พอนางได้ยินเสียงสำเนียงดัง
วิเวกแว่ววังเวงด้วยเพลงปี่ ป่วนฤดีดาลดิ้นถวิลหวัง
เสนหาอาวรณ์อ่อนกำลัง เข้าเกยฝั่งหาดเทรายสบายใจ
แล้วลุกขึ้นท้าวแขนแหงนชะแง้ ชำเลืองแลหลากจิตต์คิดสงไสย
เห็นพระองค์ทรงโฉมประโลมใจ นั่งเป่าปี่อยู่ใต้พระไทรทอง
ทั้งทรวดทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้น เป็นหนุ่มแน่นน่าชมประสมสอง
ถ้าแม้นได้กับกูเป็นคู่ครอง จะตระกองกอดแอบไว้แนบเนื้อ
น้อยหรือแก้มซ้ายขวาก็น่าจูบ ช่างสมรูปนี่กระไรวิไลเหลือ
ทั้งลมปากเป่าปี่ไม่มีเครือ นางผีเสื้อตาดูทั้งหูฟัง
ยิ่งปั่นป่วนรวนเรเสน่ห์รัก สุดจะหักวิญญาเหมือนบ้าหลัง
อุตลุดผุดทะลึ่งขึ้นตึงตัง โดยกำลังโลดโผนกระโจนโจม
ชุลุมนหมุนกลมดังลมพัด กอดกระหวัดอุ้มองค์พระทรงโฉม
กลับกระโดดลงน้ำเสียงต้ำโครม กระทุ่มโถมถีบดำไปถ้ำทอง
ครั้งถึงแท่นแผ่นศิลาลาด แสนสวาทเปรมปรีดิ์ไม่มีสอง
ค่อยวางองค์ลงบนเตียงเคียงประคอง ทำกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยยินดี ฯ
     * แสนสงสารพระอภัยใจจะขาด กลัวอำนาจนางยักขินีศรี
สลบมิได้สมประดี อยู่บนที่แผ่นผาศิลาลายฯ
     * อสุรีผีเสื้อแสนสวาท เห็นภูวนาถนิ่งไปก็ใจหาย
เออพ่อคุณทูลหัวผัวข้าตาย ราพร้ายลูบต้องประคององค์
เห็นอุ่นอยู่รู้ว่าสลบหลับ ยังไม่ดับชนมชีพเป็นผุยผง
พ่อทูลหัวกลัวน้องนี้มั่นคง ด้วยรูปทรงอัปลักษณ์เป็นยักษ์มาร
จำจะแสร้งแปลงร่างเป็นนางมนุษย์ ให้ผาดผุดทรวดทรงส่งสัณฐาน
เห็นพระองค์ทรงโฉมประโลมลาน จะเกี้ยวพานรักใคร่ดังใจจง
แล้วอ่านเวทเพศยักษ์ก็สูญหาย สกนธ์กายดังกินนรนวลหงส์
เอาธารามาชะโลมพระโฉมยง เข้าแอบองค์นวดฟั้นคั้นประคอง ฯ
     * พระพลิกฟื้นตื่นสมประดีได้ ในฤไทยหมกมุ่นให้ขุ่นหมอง
แลเขม้นเห็นนางนวลลออง เคียงประคองอยู่บนแท่นแผ่นศิลา
นิ่งพินิจพิศดูรู้ว่ายักษ์ ด้วยแววจักษุหายทั้งซ้ายขวา
ยิ่งชิงชังคั่งแค้นแน่นอุรา จะใคร่ด่าให้ระยำด้วยคำพาล
แล้วคิดกลับดับเดือดให้เหือดหาย จึงอุบายวิงวอนด้วยอ่อนหวาน
นี่แน่นางอสุรีขินีมาร ไม่ต้องการที่จะแกล้งมาแปลงกาย
จะขอถามตามตรงจงประจักษ์ เจ้าเป็นยักษ์อยู่ในวนชลสาย
อันตัวเราเป็นมนุษย์บุรุษชาย เจ้าคิดร้ายลักพาเอามาใย
เข้าอิงแอบแนบข้างอยู่อย่างนี้ ฤาว่ามีข้อประสงค์ที่ตรงไหน
มนุษย์ยักษ์รักกันด้วยอื่นใด ผิดวิสัยที่จะอยู่เป็นคู่ควร ฯ
     * อสุรีผีเสื้อสดับเสียง เพราะสำเนียงเสนาะในฤไทยหวน
ทำเสแสร้งใส่จริตกระบิดกระบวน ลมุนม้วนเมียงหมอบแล้วยอบตัว
อันน้องนี้ไร้คู่ที่สู่สม เป็นสาวพรหมจารีไม่มีผัว
ถึงเป็นยักษ์ยังไม่มีราคีมัว พระมากลัวผู้หญิงด้วยสิ่งใด
แม่เจ้าเอ๋ยคิดมาน่าหัวร่อ เห็นเขาง้อแล้วยิ่งว่าไม่ปราไสย
พลางแกล้งทำสะบัดสะบิ้งทิ้งสะไบ ร้อนเหมือนใจจะขาดประหลาดนัก
แล้วแกล้งทำสำออยพูดอ้อยอิ่ง เข้าแอบอิงเอนทับลงกับตัก
ยิ่งถอยหนีก็ยิ่งตามด้วยความรัก ยิ่งพลิกผลักก็ยิ่งแนบแอบอุราฯ
     * พระสุดแสนแค้นเคืองรำคาญจิตต์ มิได้คิดอีนังชังน้ำหน้า
ถีบจนพลัดจากแท่นแผ่นศิลา แล้วเดือดด่าว่าอีกาลีลาม
เขาเบือนเบื่อเหลือเกลียดขี้เกียจตอบ ขืนยังปลุกปลอบปล้ำอีส่ำสาม
ทำแสนแง่แสนงอนฉะอ้อนความ แพศยาบ้ากามกวนอารมณ์
ถึงมาดแม้นม้วยมุดสุดชีวาตม์ อย่าหมายมาดว่ากูจะสู่สม
สัญชาติยักษ์ไม่สมัครสมาคม แล้วทุดถ่มน้ำลายไม่ไยดีฯ
     * อีนางยักษ์กลับปลอบไม่ตอบโกรธ พระจงโปรดเกล้าน้องอย่าหมองศรี
ข้าหมายเหมือนภัสดาถึงด่าตี ก็ตามทีเถิดเมียไม่เสียใจ
จนผู้หญิงอิงแอบแนบถนอม กระไรหม่อมจะตั้งปึ่งไปถึงไหน
ช่างไม่คิดขวยเก้อเอออะไร ทำบ้าใบ้เบือนหนีไปทีเดียว
มาร่วมเรียงเคียงข้างอยู่อย่างนี้ ยังว่ามีน้ำใจจะไม่เกี่ยว
น่าอดสูผู้หญิงเสียจริงเจียว พลางกลมเกลียวกอดรัดกษัตราฯ
     * พระเหวี่ยงวัดขัดใจมิให้ต้อง จนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยสองพระหัตถา
มันดือ้ด้านทานทนพ้นปัญญา จึงแกล้งว่าวิงวอนให้อ่อนใจ
อะไรเจ้าเฝ้ากวนกันจู้จี้ ข้าจะหนีหน่ายนางไปข้างไหน
ขอพักนอนเสียสักหน่อยถอยออกไป สบายใจจึงค่อยมาพูดจากัน
แล้วเอนองค์ลงบนแท่นแสนระทด โศกกำสรดซบทรงกรรแสงศัลย์
โอ้สงสารป่านฉนี้ศรีสุวรรณ อยู่ด้วยกันหลัดหลัดมาพลัดพราย
พอตื่นขึ้นมายามเย็นไม่เห็นพี่ จะโศกีโหยหาน่าใจหาย
ได้แต่เห็นเจ้าพราหมณ์ทั้งสามนาย เขาผันผายลับตาจะอาวรณ์
นิจจาเอ๋ยเคยเห็นกันพี่น้อง มาท่องเที่ยวบุกเดินเหินสิงขร
อียักษ์ลักพี่ลงมาในสาคร จะทุกข์ร้อนว้าเหว่อยู่เอกา
พระนึกนึกแล้วสะอึกสะอื้นไห้ ชลเนตรหลั่งไหลทั้งซ้ายขวา
ซบพระพักตร์อยู่บนแท่นแผ่นศิลา ทรงโศกากำสรดระทดใจฯ
     * อีนางยักษ์ฟังสะอื้นค่อยชื่นจิตต์ สำคัญคิดแว่วว่าพระปราไสย
เข้าอิงแอบแนบองค์พระทรงไชย เห็นเธอไม่ผินผันจำนรรจา
คิดว่าหลับกลับปลุกขึ้นโลมลูบ ประจงจูบปรางซ้ายแล้วย้ายขวา
ค่อยยกหัตถ์ภูวนาถพาดอุรา ในกามาปั่นป่วนให้ยวนยี
เห็นทรงศักดิ์ผลักพลิกทำหยิกเย้า มาลูบคลำทำเขาแล้วเบือนหนี
จะกอดไว้ไม่วางเหมือนอย่างนี้ แค้นนักหนาฟ้าผี่เถอะดื้อดึงฯ
     * พระแค้นคำซ้ำด่าอีหน้าด้าน ใครจะร่านเหมือนเช่นนี้ไม่มีถึง
น่าอดสูกูได้ทำไมมึง มาเคล้าคลึงโลมลูบจูบผู้ชาย
ทั้งเหม็นสาบเหม็นสางเหมือนอย่างศพ ไม่น่าคบน่ารักยักษ์ฉิบหาย
มายั่วเย้าเฝ้าเบียดเกลียดจะตาย ไม่มีอายมีเจ็บเท่าเล็บมือฯ
     * อีนางยักษ์ควักค้อนแล้วย้อนว่า ส่วนร่ำด่ากระนั้นได้เขาไม่ถือ
ทีขอจูบแต่พอถูกจมูกเครือ ยิ่งอึงอื้อบ่นว่าเป็นน่าชัง
เมื่ออยู่สองต่อสองในห้องหับ จะบังคับไม่ให้ใครกลุ้มใจมั่ง
ถึงขึ้งโกรธอย่างไรก็ไม่ฟัง พลางเข้านั่งแอบข้างไม่ห่างกายฯ
     * พระสุดแสนแค้น!เคืองรำคาญจิตต์ เป็นสุดคิดสุดที่จะหนีหาย
ให้อักอ่วนป่วนใจไม่สบาย มันกอดก่ายเซ้าซี้พิรี้พิไร
จะยั่งยืนขืนขัดตัดสวาท ไม่สังวาสเชยชิดพิสมัย
ก็จะสบักสบอมตรอมฤไทย ต้องแข็งใจกินเกลือด้วยเหลือทน
จึงบัญชาว่านี่แน่แม่นางยักษ์ จะร่วมรักกันก็เห็นไม่เป็นผล
อันเชื้อชาติอสุรินทร์ย่อมกินคน มาแปดปนเป็นมิตรเราคิดกลัว
ไปข้างหน้าถ้าเคืองน้ำใจเจ้า จะกินเราเสียไม่คิดว่าเป็นผัว
แม้นให้สัตย์ปฎิญาณสาบานตัว ให้หายกลัวแล้วจะอยู่เป็นคู่ครองฯ
     * อียักษ์ฟังดังได้ผ่านวิมานสวรรค์ เกษมสันต์นบนอบตอบสนอง
แม้นเคลือบแคลงแหนงในพระไทยปอง จงฟังน้องจะให้สัตย์ปฎิญาณ
แม้นโว้เว้เนระคุณพระทูลหัว อันเป็นผัวเพื่อนรักสมัครสมาน
ขอทุกเทพเทวัญจงบันดาล ประหารผลาญชีวาตม์ให้ขาดรอญ
จนสุดสิ้นดินฟ้าสุธาทวีป ไม่สิ้นชีพก็ไม่เสื่อมสโมสร
พอให้สัตย์เสร็จคำทำฉอ้อน ระทวยอ่อนเอนทับลงกับเพลาฯ
     * พระฟังคำจำจิตต์พิศวาส ฝืนอารมณ์สมพาสทั้งโศกเศร้า
การโลกีย์ดีชั่วย่อมมัวเมา เหมือนอดข้าวกินมันกันเสบียง
เกิดกุฬาคว้าว่าวปักเป้าติด กระแซะชิดขากบกระทบเหนียง
กุฬาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด
กุฬาโคลงไม่สู้คล่องกระพล่องกระแพล่ง ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด
จะแก้ไขก็ไม่หลุดสุดความคิด ประกบติดตกผางลงกลางดิน
สมพาสยักษ์รักร่วมภิรมย์สม ไม่สุดสิ้นสิ่งเสน่ห์ประเวณีฯ
     * นางผีเสื้อเมื่อได้ประสมสอง ดังจะล่องลอยฟ้าในราศี
ประคองปรนนิบัติเข้าพัดวี อยู่ข้างที่แผ่นผาศิลาลาย
ครั้นรุ่งรางนางไปในไพรสณฑ์ เที่ยวเก็บผลพฤษามาถวาย
จะนั่งนอนผ่อนตามความสบาย นิมิตรรูปร่างสำอางตาฯ

 รายชื่อผู้จัดทำ: นางสาววีรานันท์  สุไพบูลย์วัฒน, นางสาววันวิสา  กนกกาญจนากุล, นางสาวนารีรัตน์  อารีสวัสดิ์
โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

Copyright (c)2006 Weeranun  Supaibulwattana  Wanwisa  Kanokkanjanakul  Nareerat  Areesawasdi Allright reserved

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2549

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com