เนื้อเรื่อง20

ผู้จัดทำคำนำกลอนสุนทรภู่ประวัติสุนทรภู่เนื้อเรื่องตัวละคร

 

เนื้อเรื่อง2 
เนื้อเรื่อง3 
เนื้อเรื่อง4 
เนื้อเรื่อง5 
เนื้อเรื่อง6 
เนื้อเรื่อง7 
เนื้อเรื่อง8 
เนื้อเรื่อง9 
เนื้อเรื่อง10 
เนื้อเรื่อง11 
เนื้อเรื่อง12 
เนื้อเรื่อง13 
เนื้อเรื่อง14 
เนื้อเรื่อง15 
เนื้อเรื่อง16 
เนื้อเรื่อง17 
เนื้อเรื่อง18 
เนื้อเรื่อง19 
เนื้อเรื่อง20 
เนื้อเรื่อง21 
เนื้อเรื่อง22 
เนื้อเรื่อง23 
เนื้อเรื่อง24 
เนื้อเรื่อง25 
เนื้อเรื่อง26 
เนื้อเรื่อง27 
เนื้อเรื่อง28 
เนื้อเรื่อง29 
เนื้อเรื่อง30 
เนื้อเรื่อง31 
เนื้อเรื่อง32 
เนื้อเรื่อง33 
เนื้อเรื่อง34 
เนื้อเรื่อง35 
เนื้อเรื่อง36 
เนื้อเรื่อง37 
เนื้อเรื่อง38 
เนื้อเรื่อง39 
เนื้อเรื่อง40 
เนื้อเรื่อง41 
เนื้อเรื่อง42 
เนื้อเรื่อง43 
เนื้อเรื่อง44 
เนื้อเรื่อง45 
เนื้อเรื่อง46 
เนื้อเรื่อง47 
เนื้อเรื่อง48 
เนื้อเรื่อง49 
เนื้อเรื่อง50 
เนื้อเรื่อง51 
เนื้อเรื่อง52 
เนื้อเรื่อง53 
เนื้อเรื่อง54 
เนื้อเรื่อง55 
เนื้อเรื่อง56 
เนื้อเรื่อง57 
เนื้อเรื่อง58 
เนื้อเรื่อง59 
เนื้อเรื่อง60 
เนื้อเรื่อง61 
เนื้อเรื่อง62 
เนื้อเรื่อง63 
เนื้อเรื่อง64 
เนื้อเรื่อง65 

 

 

พระอภัยมณีพบศรีสุวรรณกับสินสมุทร

     * ฝ่ายสุวรรณมาลีศรีสุวรรณ อยู่พร้อมกันที่ลำกำปั่นใหญ่
ฟังสำเนียงเสียงปี่พระอภัย ก็จำได้ด้วยเคยฟังแต่หลังมา
ทั้งถ้อยคำร่ำเรียกสำเหนียกแน่ เห็นเที่ยงแท้ภูวไนยให้ไปหา
สินสมุทรสุดคิดถึงบิดา จึงทูลว่าปี่นี้ไม่มีใคร
คือทรงฤทธิ์บิตุรงค์ของลูกรัก เห็นแน่นักพระองค์อย่าสงไสย
ข้าจะขอทูลลาอาสาไป แล้วจะได้รับมาเภตราเราฯ
     * สองกษัตริย์ตรัสว่าอย่าว้าวุ่น เขามีคุณพระบิดามากับเขา
ควรจะไปไต่ถามตามสำเนา จะด้นเดาดื้อไปนั้นไม่ดี
พวกฝรั่งลังกาจะว่าได้ ต้องขัดข้องหมองใจไม่พอที่
ฉวยขุกเข็ญเป็นศึกจะเสียที ด้วยพระพี่มิได้รู้อยู่ด้วยมัน
อาจจะไปให้พบภูวเรศร์ ถ้าแจ้งเหตุทุกข์ร้อนจะผ่อนผัน
พ่ออย่าไปใจเด็กยังดุดัน อยู่กับน้องป้องกันพระชนนี
สินสมุทรห้ามว่าอย่าเสด็จ เหมือนขามเข็ดของ้อไม่พอที่
หลานจะไปไต่ถามแต่โดยดี ถ้าย้ำยีจึงจักสู้ดูฝีมือ
พระไปเรือเมื่อไรจะไปถึง จะเหมือนหนึ่งฉันลงน้ำดำไปหรือ
แม้นพบปะพระบิดาจะหารือ ไม่ดึงดื้อดอกพระองค์อย่าสงกา
แล้วจัดแจงแต่งเครื่องสำหรับยุทธ เหน็บอาวุธคู่กายทั้งซ้ายขวา
กระโดดโผนโจนลงในคงคา แผลงศักดาดำดึ่งตะบึงไป ฯ
     * ฝ่ายโฉมยงองค์อรุณรัศมี คิดว่าพี่ตกน้ำร่ำร้องไห้
พระเจ้าป้ามาช่วยด้วยไวไว พระพี่ไม่ผุดรอดจะวอดวาย
ทั้งสององค์ทรงพระสรวลทั้งโศกเศร้า นางเคียงเข้าเล้าโลมนางโฉมฉาย
พระพี่ดำน้ำไปดอกไม่ตาย อย่าวุ่นวายเลยมานั่งคอยฟังความ
ศรีสุวรรณนั้นไม่ไว้ใจฝรั่ง จึงตรัสสั่งนายทหารชาญสนาม
เร่งเตรียมเรือเพื่อสำหรับรับสงคราม ไว้สักสามสิบลำประจำการ
ออกแล่นลอยคอยดูอยู่ห่างห่าง ถ้าขัดขวางก็จะได้แก้ไขหลาน
อังกุหร่าบังคมค่อยก้มคลาน มาเตรียมการพร้อมพรั่งระวังไภย ฯ
     * ฝ่ายพระหน่อบดินทร์สินสมุทร ดำมาผุดกลางมหาชลาไหล
แลเห็นลำกำปั่นเป็นหลั่นไป ไม่มีใครดูแลแต่สักคน
แต่เสียงปี่ที่เป่ายังไม่หยุด สินสมุทรเพ่งพิศคิดฉงน
ค่อยแผงกายว่ายมาในสาชล ปีนขึ้นบนกำปั่นไม่ครั่นคร้าม
เห็นพวกพลกรนหลับระดับดาษ ดูเกลื่อนกลาดกลางเรืออยู่เหลือหลาม
ที่ตื่นอยู่รู้จักล้วนจีนจาม จึงโดดข้ามคนเหล่านั้นมาทันที
เห็นบิตุรงค์ทรงนั่งบัลลังก์อาสน์ เข้ากอดบาทบงกชบทศรี
ไม่ทันถามความโศกแสนทวี ทรงโศกีกลิ้งเกลือกลงเสือกกาย ฯ
     * จอมกษัตริย์ทัศนาเห็นลูกแก้ว เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ให้ใจหาย
พระชลไนยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพราย ประคองกายกอดแบไว้แนบองค์
สงสารบุตรสุดจะสอื้นอั้น ยังมิทันไต่ถามตามประสงค์
สุดกำลังจะประทังดำรงองค์ กรรแสงทรงโศกซบสลบไป ฯ
     * แขกฝรั่งทั้งนั้นก็ขวัญหาย เห็นเจ้านายนิ่งแน่เข้าแก้ไข
ไม่ฟื้นพระองค์สงสารแสนอาไลย ต่างร้องให้วุ่นวายฟายน้ำตาฯ
     * อุศเรนรู้สึกนึกอนาถ เห็นประหลาดลูกเล็กเด็กนักหนา
จึงถามพระอภัยว่าใครมา เขาทูลว่าพระโอรสยศไกร
จึงเรียกไพร่ในเรือให้รู้สึก อึกกระทึกในกำปั่นอยู่หวั่นไหว
ช่วยนวดฟั้นคั้นองค์พระอภัย ก็กลับได้สติฟื้นเหมือนตื่นนอน
ลืมพระเนตรเห็นบุตรกับอุศเรน หัศเกนพวกฝรั่งนั่งสลอน
สินสมุทรอภิวาทบาทบิดร สอื้นอ้อนทูลถามตามสงกา
เมื่อพลัดพรากยากเย็นเป็นไฉน ลูกมิได้รู้ความเที่ยวตามหา
ไฉนองค์ทรงฤทธิ์พระบิดา จึงได้มาเรือฝรั่งเป็นอย่างไร ฯ
     * พระฟังคำน้ำพระเนตรลงพรากพราก จะออกปากปิ้มว่าเลือดตาไหล
จึงเล่าความตามจริงทุกสิ่งไป จนถึงได้โดยสารมาพานพบ
อันพ่อนี้วิตกอกจะแยก ด้วยเรือแตกตายเป็นไม่เห็นศพ
แล้วตรัสถามลูกยาด้วยปรารภ นี่พ่อพบผู้ใดจึงได้มา ฯ
     * สินสมุทรได้ฟังรับสั่งถาม จึงตอบตามคำแขกแปลกภาษา
แม่ผีเสื้อเหลือใจไล่สกัด ลูกจึงพลัดไปกับเหล่านางสาวศรี
ได้พบแต่แม่สุวรรณมาลี ก็แยกหนีไปในน้ำแต่ลำพัง
ถึงเจ็ดวันบรรลุถึงเกาะใหญ่ ข้าอาไศรยแต่พอชื่นได้คืนหลัง
พอพบพวกโจรเรือหลงเชื่อฟัง จะเข้าฝั่งชลธารโดยสารมัน
มันคิดคดลดเลี้ยวเกี้ยวพระแม่ ลูกจึงแก้แค้นฆ่าให้อาสัญ
ที่เหลือตายนายไพร่พร้อมใจกัน ยกกำปั่นใหญ่ให้ได้ไคลคลา
เที่ยวไต่ถามตามองค์พระทรงเดช ทุกประเทศทางทะเลเที่ยวเร่หา
จนไปถึงรมจักรนัครา พบพระอาถามทักรู้จักกัน
จึงเกณฑ์คนพลรบสมทบทัพ เดี๋ยวนี้อามากับกระหม่อมฉัน
พอเสียงปี่ที่เป่าเป็นสำคัญ ก็หมายมั่นว่าพระองค์ไม่สงกา
ลูกรำลึกตรึกถึงพระผ่านเกล้า จึงดื้อเดาโดดน้ำดำมาหา
เชิญเสด็จภูวไนยไปเภตรา พระเจ้าอาก็ละห้อยคอยพระองค์ ฯ
     * พอรู้ว่าอนุชามาด้วยบุตร ยิ่งแสนสุดชื่นชมสมประสงค์
จึงตรัสบอกอุศเรนเจนณรงค์ นี่แหละองค์สินสมุทรบุตรข้าน้อย
เมื่อเรือแตกแบกนางมากลางน้ำ จึงได้กำปั้นใหญ่ไว้ใช้สอย
กับเรือน้องของข้ามาห้าร้อย เที่ยวแล่นลอยล่องหาในสาคร
เดชะบุญคุณพระมาปะพบ ไม่ต้องรบชิงช่วงดวงสมร
คงได้คู่สู่สมสยมพร อย่าทุกข์ร้อนเลยพระองค์จงสำราญ
เชิญไปรำกำปั้นของลูกรัก ให้เพบพักตรวรนุชสุดสงสาร
ประภาษพลางทางสุนทรสอนกุมาร ให้กราบกรานอุศเรนเจนณรงค์ ฯ
     * ฝ่ายลูกท้าวจ้าวลังกาหน้าเป็นเหม แสนเกษมสมจิตต์คิดประสงค์
เรียกกุมารหลานเลี้ยงมาเคียงองค์ พ่อแสนทรงฤทธิ์เลิศประเสริฐชาย
ช่วยชีวิตขนิษฐาของอาไว้ ให้คืนได้ดวงสวาทเหมือนมาดหมาย
ไม่ลืมคุณหลานขวัญจนวันตาย พลางแนบกายกอดจูบลูบกุมาร
เอาเครื่องทรงสำอางอย่างกษัตริย์ เพ็ชรรัตน์รจนามุกดาหาร
ทั้งเพ็ชรนิลจินดามาประทาน พระกุมารเมินหน้าแล้วว่าพลัน
อย่าว่าแต่แก้วแหวนแสนสมบัติ ถึงจะจัดเอาอะไรมาให้ฉัน
ไม่มุ่งมาดปรานาสาระพรรณ ข้ารักแต่แม่สุวรรณมาลี ฯ
     * พระอภัยสุริย์วงศ์ทรงพระสรวล แกล้งเสชวนอุศเรนอันเรือนศรี
อย่าตอบถ้อยถือความเลยตามที เชิญภูมีมาไปหาสุดาดวง ฯ
     * อุศเรนฟังว่าค่อยผาสุก เหมือนทิ้งทุกข์สักเท่าภูเขาหลวง
สั่งล้าต้าต้นหนคนทั้งปวง ตามกระทรวงซ้ายขวาสิบห้าลำ
ทั้งลำทรงธงทองเป็นสองแถว เลิศแล้ววายหลังคาเลขาขำ
ทัศเกนเจนปืนยืนประจำ เข้าเคียงลำกำปั่นใหญ่ดังใจจง
อุศเรนรื่นเริงบรรเทิงจิตต์ เข้าสถิตเตียงทองที่ห้องสรง
ไขสุหร่ายปรายลอองมาต้ององค์ แล้วสอดทรงสนับเพลาเนาวรัตน์
ฉลององค์ทรงสวมกรวมสลับ ดุมประดับแต่ล้วนเพ็ชรเจ็ดกะหรัด
ปั้นเหน่งเนื่องเฟื่องกระหนกกระหนาบรัด แล้วทรงทัดพระมหามาลาระบาย
แชมดอกไม้ไหวสว่างหางการะเวก เป็นอย่างเอกอวดผู้หญิงหยิ่งใจหาย
ธำมรงค์ทรงหัตถ์จำรัสพราย พระกรซ้ายเกี้ยวผ้าเช็ดหน้ากรอง
สอดเสน่าเหน็บตรีกระบี่ถือ สนับมือสอดใส่ไว้ทั้งสอง
ส่านจุหรี่สีกุหร่าชั้นหน้าทอง สอดฉลองพระบาทเพ็ชรเสด็จมา
ทหารปืนถือปืนยืนสองข้าง ตามเยี่ยงอย่างยศศักดิ์คอยรักษา
แล้วเชิญพระอภัยให้ไคลคลา มาเภตราลำใหญ่ดังใจปอง ฯ
     * ศรีสุวรรณนั้นมารับคำนับพี่ แต่สุวรรณมาลีหนีเข้าห้อง
พระอภัยพี่ยาน้ำตานอง ขึ้นแท่นทองที่นั่งทั้งอุศเรน
เหล่าโยธีศรีสุวรรณกับสินสมุทร ถืออาวุธพร้อมพรั่งทั้งดั้งเขน
พลฝรั่งลังกาพวกหัสเกน ล้วนจัดเจนประจุปืนยืนระวัง ฯ
     * ศรีสุวรรณอัญชลีพระพี่เจ้า กำสรดเศร้าโศกคิดถึงความหลัง
จะกลั้นกลืนขืนใจก็ไม่ฟัง พระชลไนยน์ไหลหลั่งพรั่งพราย
พลางประณตบทเรศร์พระเชษฐา น้องนึกว่าสิ้นบุญจะสูญหาย
เที่ยวติดตามถามข่าวก็เปล่าดาย หากหลานชายชี้แจงจึงแจ้งใจ
แล้วทูลถึงสามพราหมณ์ตามมาด้วย เป็นเพื่อม้วยมรณาจะหาไหน
พลางตรัสเรียกลูกน้อยกลอยฤทัย ไปกราบไหว้ให้ชิดพระบิตุลา ฯ
     * สงสารองค์พระอภัยวิไลยโฉม ลูบประโลมหลานน้อยละห้อยหา
อุ้มขึ้นวางกลางตักพิศพักตรา พระชลนานองเนตรสังเวชใจ
จะเล่าความตามยากเมื่อจากน้อง ก็ขัดข้องเขาจะแจ้งแถลงไข
จึงว่าพี่นี้ก็แสนสลดใจ หมายว่าไม่พบญาติแล้วชาตินี้
หากกุศลหนหลังเราทั้งสอง ได้พบน้องนัดดามารศรี
ยังทุกข์หนึ่งถึงชนกชนนี จะร้ายดีมิได้รู้ถึงหูเลย
พระร่ำพลางต่างองค์ทรงกรรแสง โอ้เสียแรงเกิดมานิจจาเอ๋ย
ไม่เคยยากกรากกรำต้องจำเคย เมื่อไรเลยจะพร้อมวงศ์พงศ์ประยูร
พระพี่น้องสององค์สอื้นไห้ ด้วยอาไลยไกลญาติเพียงขาดสูญ
ทั้งลูกน้อยนัดดาก็อาดูร ต่างเพิ่มพูนโศกเศร้าไม่เบาบาง ฯ
     * อุศเรนร่ำปลอบให้ชอบจิตต์ เห็นวายคิดขุ่นข้องที่หมองหมาง
จึงปราไสยไต่ถามเนื้อความพลาง เดี๋ยวนี้นางนุชน้องอยู่ห้องใด
พระโปรดด้วยช่วยบอกโฉมเฉลา ให้นงเยาว์รู้แจ้งแถลงไข
ว่าพระชนนีนาถจะขาดใจ กรรแสงไห้โหยหาไม่ราวัน
จึงใช้ข้าพยายามตามแสวง พระก็แจ้งความจริงทุกสิ่งสรรพ์
ช่วยเล้าโลมโฉมสุดาวิลาวรรณ อย่าให้ขวัญเนตรหมางระคางใจ ฯ
     * สินสมุทรสุดเคืองชำเลืองค้อน แกล้งตัดรอนขวางความตามวิสัย
รำคาญหูจู้จี้นี่กระไร เขาร้องไห้ไม่ทันหายวายน้ำตา
ขืนจะเฝ้าเร้ารบพบผู้หญิง ขันจริงจริงใจฝรั่งชักหนักหนา
มิใช่การภารธุระพระบิดา แม่ของข้าข้าไม่ให้ใครไปเลย ฯ
     * พระอภัยได้ฟังสินสมุทร จึงว่าสุดเสนหาบิดาเอ๋ย
อย่าว้าวุ่นหุนหันเช่นนั้นเลย เหมือนทรามเชยช่วยธุระพระบิดา
อันองค์อุศเรนนี้อารีนัก เธอผูกรักซื่อตรงเหมือนวงศา
พ่อโดยสารท่านก็รับลงเรือมา จึงเห็นหน้าลูกน้อยกลอยฤไทย
ช่วยบอกความตามแต่แม่ของเจ้า น้ำใจเขาจะคิดเห็นเป็นไฉน
เธอเป็นคู่สู่ขออรไทย มิใช่ใครนอกนั้นจะกั้นทาง ฯ
     * สินสมุทรสุดแค้นให้แน่นจิตต์ ทั้งสุดคิดสาระพัดจะขัดขวาง
ลงจากแท่นแค้นใจร้องไห้พลาง มาหานางนั่งสอื้นกลืนน้ำตา ฯ
     * นางสวมสอดกอดองค์โอรสไว้ แล้วถามไต่ลูกน้อยละห้อยหา
เมื่อตะกี้ที่เขาตามบิดามา เขาพูดจาว่ากระไรไปหรือยัง ฯ
     * สินสมุทรพูจาประสาซื่อ นั่นแลคือตัวความมาตามหลัง
พระรักเขาชาวลังกาหรือว่าชัง อย่าปิดบังบอกความลูกตามจริง
เดี๋ยวนี้เล่าเขาจะรับไปอภิเษก เป็นองค์เอกอิศราพระยาหญิง
เห็นรูปร่างข้างเขาก็เพราพริ้ง จะต้องทิ้งลูกเสียแท้แล้วแม่คุณ ฯ
     * นางแกล้งว่าน่าเบื่อเหลือแล้วเจ้า อะไรเฝ้าโกรธเกรี้ยวทำเฉียวฉุน
ถึงสู่ขอก็มิใช่ได้เคยคุ้น จะมาวุ่นว่าขานรำคาญใจ
เดี๋ยวนี้เล่าเจ้าจะให้แม่ไปหรือ กลัวฝีมือเขากระมังนั่งร้องไห้
พระบิดาว่าขานประการใด อย่าร่ำไรเลยช่วยแปลให้แม่ฟัง ฯ
     * กุมารว่าพระแม่ไม่เห็นจิตต์ ประจามิตรมากน้อยไม่ถอยหลัง
แต่แค้นจิตต์พระบิดานี้น่าชัง รักฝรั่งนี่กระไรจะให้คืน
ให้ลูกยามาถามความพระแม่ ว่าตามแต่ประดิพัทธไม่ขัดขืน
พระมารดาอย่าฟังจงยั่งยืน ว่าไม่คืนไปลังกาจะว่าไร
ถึงฝรั่งคั่งแค้นแม้นจะรบ ไม่หลีกหลบเลยพระองค์อย่างสงไสย
จะสังหารผลาญชีวันให้บรรไลย ว่าแต่ใจของพระแม่จะแชเชือน ฯ
     * นางฟังความยามวิโยคยิ่งโศกซ้ำ ให้แค้นคำพระอภัยใครจะเหมือน
เสียแรงหวังตั้งจิตต์ไม่บิดเบือน มาแชเชือนเสียไม่รับให้อับอาย
แต่แรกเล่าเขาว่าผัวเป็นชั่วช้า จะเอาหน้าไว้ที่ไหนน่าใจหาย
มิขออยู่สู้สิ้นชีวาวาย พลางฟูมฟายชลนาแล้วพาที
กรรมของแม่แน่แล้วลูกแก้วเอ๋ย ไม่ควรเลยสาระพัดจะบัดสี
เขาเลื่องลืออึ้ออึงถึงเพียงนี้ ตายเสียดีกว่าอยู่รับอัปมาน
ช่างกระไรใจคอพระพ่อเจ้า พูดกับเราไว้แต่ก่อนล้วนอ่อนหวาน
เป็นน่าแค้นแสนเสียดายสายสังวาลย์ จะให้ทานเสียก็ดีไม่มีไภย
แล้วนางถอดธำมรงค์ของทรงยศ ให้โอรสร่ำว่าน้ำตาไหล
แหวนนี้เจ้าเอามาแต่ผู้ใด เอาไว้ให้ท่านเถิดพ่อจะขอลา
อัปยศอดสูอยู่ไม่รอด จะม้วยมอดเสียมิให้ใครเห็นหน้า
แล้วชักกฤชคิดจะตายวายชีวา พระลูกยาแย่งยุดนางฉุดชิง ฯ
     * กุมาราว่าดูเอาเจ้าแม่เอ๋ย กระไรเลยใจจิตต์ผิดผู้หญิง
ฉวยกระชากจากนางแล้วขว้างทิ้ง แค้นจริงจริงใจคอใช่พอดี
พระบิดาให้ถามดูตามชื่อ ควรแล้วหรือแม่จะตายให้อายผี
ถึงมาดแม้นแค้นบิดาไม่ปราณี ลูกยังมีแม่ก็ไม่อาไลยเลย ฯ
     * นางกอดบุตรสุดฝืนสอื้นไห้ เหลืออาไลยแล้วพ่อคุณของแม่เอ๋ย
เหมือนหญิงร้ายชายชังไม่หวังเชย จะแหงนเงยดมนุษย์ก็สุดอาย
ถึงม้วยแล้วแก้วตาอย่าปรารภ จะขอพบสุดสวาทเหมือนมาดหมาย
ขอให้พ่อก่อเกิดกับร่างกาย ได้กินสายกษิรามารดาเดียว
เจ้ารักแม่แม่ก็รู้อยู่ว่ารัก มิใช่จักลืมคุณทำฉุนเฉียว
แต่เหลืออายหลายสิ่งจริงจริงเจียว เป็นหญิงเดียวชายสองต้องหมองมัว
เม่อแรกเราเล่าบอกเขาออกอื้อ อ้างเอาชื่อพระบิดาว่าเป็นผัว
ครั้นคู่เก่าเขามารับก็กลับกลัว แกล้องออกตัวให้มาถามว่าตามใจ
จึงเจ็บจิตต์คิดแค้นแม้นจะอยู่ ก็อดสูเสียสัตยต้องตัดไษย
กรรแสงพลางทางสอื้นขืนอาไลย พระชลไนยน์ไหลซาบอาบพักตรา ฯ
     * สินสมุทรสุดแสนสงสารแม่ อุส่าห์แก้แทนบิดรชะอ้อนว่า
ที่จริงจิตต์บิตุเรศร์ของลูกยา ไม่รู้ว่าเราจะอ้างเอาอย่างนั้น
จึงให้ถามตามซื่ออย่างถือโทษ ถึงจะโกรธก็แต่ว่าอุส่าห์กลั้น
เขาไปแล้วลูกจะว่าสาระพัน แม่เชื่อฉันเถอะนะจ๋าอย่าเพ่อตาย
แหวนวงนี้ที่ท่านวานฉันมาให้ จงเก็บไว้ต่อว่าอย่าให้หาย
ถ้าที่นี้มิรับยังกลับกลาย จะทวงสายสังวาลย์เก่าของเรามา
ถึงงอนง้อก็ฉันไม่พันผูก อยู่แม่ลูกตามทีประสีประสา
สอพลอยพลางทางปรนมบังคมลา ลุกออกมากวักพระหัตถ์ตรัสเรียกน้อง
แม่อรุณรัศมีมานี่หน่อย แล้วจึงค่อยกระซิบสั่งกันทั้งสอง
ไปอยู่เป็นเพื่อป้าหนาแม่น้อง จะขัดข้องฆ่าชีวันให้บรรไลย ฯ
     * นางอรุณรัศมีฟังพี่เล่า ว่าแม่เจ้าเอ๋ยกรรมจะไฉน
ลูกตายจริงวิ่งมาหาป้าสะใภ้ บังคมไหว้วอนถามตามสงกา ฯ
     * สินสมุทรออกมานั่งบัลลังก์นอก แล้วแกล้งบอกตามจิตต์ประดิษฐ์ว่า
แม่สุวรรณมาลีมิอยากมา แล้วก็ว่าไม่รู้จักมิยักไป ฯ
     * อุศเรนเห็นทำนองจะข้องขัด ยิ่งกลุ้มกลัดกล่าวแกล้งแถลงไข
อาบน้ำร้อนก่อนเจ้าข้าเข้าใจ เมื่อไม่ให้แล้วก็ว่าสาระพัน
บิดาเจ้าเล่าก็รู้อยู่เต็มจิตต์ มิใช่คิดโหยกเหยกมาแษกสรรค์
ได้ขอสู่ผู้ใหญ่ท่านให้ปั่น นางสุวรรณมาลีนี้ของเรา
จึงต้องตามทรามสงวนนวลหงส์ ได้รับองค์พระอภัยมาให้เจ้า
เจ้าชอบแต่คืนองค์นางนงเยาว์ มาให้เราจึงจะต้องทำนองใน ฯ
     * สินสมุทรพูดจาประสาเด็ก ถึงเราเล็กก็ไม่ส่งอย่าสงไสย
รับบิดามาก็ช่างใครเป็นไร หรือข้าใช้สอยเจ้าให้เอามา
เราตามติดบิตุรงค์ก็คงพบ ไม่รักคบคนนอกพระศาสนา
เจ้าเลิกทัพกลับหลังไปลังกา จะได้หาเมียงามเอาตามใจ
ที่ตรงนี้มิได้คืนอย่าขืนแค่น ถึงจะแสนโศกาเลือดตาไหล
ก็ตายเปล่าเราไม่ยักให้ใครไป อย่ากวนใจจู้จี้ข้าขี้คร้าน ฯ
     * อุศเรนคั่งแค้นแสนพิโรธ แกล้งกลั้นโกรธตรัสประภาษด้วยอาจหาญ
ตัวของเจ้าเยาว์ยังกำลังพาล เหมือนหนึ่งหลานลามลวนไม่ควรเลย
อันเรากับพระอภัยได้ให้สัตย์ ไม่ข้องขัดกันทุกสิ่งจริงเจ้าเอ๋ย
จึงงอนง้อขอกันฉันคุ้นเคย อย่าเยาะเย้ยเลยเจ้าไม่เข้ายา
แล้วว่ากับพระอภัยวิไลยลักษณ์ น้องก็รักภูวเรศน์เหมือนเชษฐา
พระก็รู้อยู่กับใจแต่ไรมา จะเมตตาหรืออย่างไรอย่าได้พราง ฯ
     * พระฟังคำอ้ำอึ้งตลึงคิด จะเบือนบิดป้องปัดก็ขัดขวาง
สงสารลูกเจ้าลังกาจึงว่าพลาง เราเหมือนช้างงางอกไม่หลอกลวง
ถึงเลือดเนื้อเมื่อน้องต้องประสงค์ พี่ก็คงยอมให้มิได้หวง
แต่ลูกเต้าเขาไม่เหมือนคนทั้งปวง จะใช้ช่วงชิงให้ไปกระนั้น
พี่ว่าเขาเขาก็ว่ามากระนี้ มิใช่พี่นี้จะแกล้งแสร้งเษกสรรค์
เพราะเหตุเขารักใคร่อาไลยกัน ค่อยผ่อนผันพูดจาอย่าราคี
แล้วตรัสบอกลูกน้อยกลอยสวาท เจ้าหน่อเนื้อเชื้อชาติดังราชสีห์
อันรักษาศีลสัตย์กัตเวที ย่อมเป็นที่สรรเสริญเจริญคน
ทรลักษณ์อักตัญญูตาเขา เทพเจ้าก็จะแช่งทุกแห่งหน
ให้ทุกข์ร้อนงอนหง่อทรพล พระเวทมนต์เสื่อมคลายทำลายยศ
เพราะบิดามาด้วยอุศเรนนี้ คุณเขามีมากล้นพ้นกำหนด
เจ้าทำผิดก็เหมือนพ่อทรยศ จงออมอดเอ็นดูพ่อแต่พองาม ฯ
     * สินสมุทรสุดจะคิดถึงบิตุเรศร์ ไม่สังเกตกลศึกให้นึกขาม
ศรีสุวรรณครั้นเห็นหลานจะเบาความ จึงตอบตามถ้อยคำพอนำทาง
จะถือโทษโกรธไปก็ไม่ชอบ ถึงจะมอบให้ก็คงจะขัดขวาง
ด้วยหญิงชายอายจิตต์คิดระคาง ที่ไหนนางจะยอมไปเหมือนใจจง
ถ้าแม้นพี่น้องนางมาด้วย จะได้ช่วยฝากฝังดังประสงค์
แต่ใจนางนฤมลนั้นจนใจ จะว่าใครขัดข้องก็ตรองดู ฯ
     * อุศเรนเจนจัดจึงตรัสตอบ พระว่าชอบหญิงกับชายอายอดสู
แต่เข้าหอพ่อแม่ให้เลี้ยงดู คงเป็นคู่แล้วยังไม่ใคร่จะยอม
อันนางนี้ที่จะให้ว่าไปด้วย ก็เขินขวยเพราะไม่เคยเชยถนอม
ถ้าแม้นให้ไปประโลมค่อยโน้มน้อม ก็คงยอมพระก็รู้อยู่แก่ใจ
     * ศรีสุวรรณชั้นเชิงฉลาดแหลม จึงเยื้อนแย้มยิ้มย่องสนองไข
จะโลมเล้าเยาวมาลย์ประการใด ตามแต่ใจจะถนัดไม่ขัดกัน
แม้นโฉมยงปลงใจจะไปด้วย จะได้ช่วยกันไปส่งลงกำปั่น
นี่และงามตามตรงเหมือนพงศ์พันธุ์ จะให้ฉันช่วยฉุดนั้นสุดใจ ฯ
     * อุศเรนฟังคำทำหัวเราะ พระพูดเพราะพร่ำว่าอัชฌาไสย
แต่เช่นนั้นนั่นก็เหมือนไม่ให้ไป พูดทำไมว่าจะช่วยให้ป่วยการ
อันนารีนี้เป็นของต้องประสงค์ หรือพระองค์เจตนาเร่งว่าขาน
จงโปรดว่ามาให้เสร็จสำเร็จการ อย่าหน่วงนานน้องจะได้ครรไลลา ฯ
     * ศรีสุวรรณกับพระพี่มีคำตอบ จึงว่าคิดผิดระบอบเป็นนักหนา
ถึงจะบอกออกเหมือนท่านจำนรรจา ใครจะมาว่ากับใครอย่างไรมี
นี่รักกันฉันจึงว่าประสาซื่อ ควรแล้วหรือพูดรังเกียจมาเสียดสี
เมื่อนึกแหนงแคลงความก็ตามที ฉันกับพี่ก็มิใช่ว่าได้นาง
สินสมุทรนั้นและเขาเป็นเจ้าของ ตามทำนองแต่ถนัดไม่ขัดขวาง
แล้วแสแสร้งแกล้งพูดกับพี่พลาง เมื่อความอย่างนี้จะโกรธโทษเอาใคร
ซึ่งคุณเขาเอามาด้วยก็ช่วยว่า จนลูกยาอนุยาตประสาทให้
เมื่อใจเขาเจ้าตัวไม่ยอมไป ก็จนใจอยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง ฯ
     * อุศเรนเหลือแค้นแน่นอุระ ว่าชิชะพูดเพราะช่างเหมาะเหมง
โดยจะว่าถ้าไม่ใช่คนกันเอง ก็จะเกรงกันทำไมมิใช่นาย
ซึ่งวอนว่าพระอภัยให้ช่วยขอ คิดว่าพ่อลูกกันเหมือนมั่นหมาย
เมื่อรักหญิงทิ้งสัตย์ตัดผู้ชาย ไม่เสียดายคำแล้วก็แล้วไป
แต่หากว่าถ้าฉันกับสินสมุทร สัประยุทธกันก็จิตต์จะคิดไฉน
จะช่วยฉันหรือว่าพระจะช่วยใคร ขอรู้ใจจงแถลงให้แจ้งการณ์ ฯ
     * พระอภัยใจอ่อนถอนสอื้น อุส่าห์กลืนชลนาน่าสงสาร
แล้วห้ามปรามตามใจอาไลยลาญ คุณของท่านเลิศลบภพไตร
แต่สุดที่พี่จะคิดให้มิดมืด เหมือนใจจืดเจ้าก็คงจะสงไสย
เพราะลูกเต้าเขาไม่ชั่วไม่กลัวใคร จึงจนใจจำนิ่งทุกสิ่งอัน
แม้นรบสู้ผู้ใดก็ไม่ช่วย จะอยู่ด้วยอนุชาประสาฉัน
ถ้าลูกยาฆ่าน้องจะป้องกัน แม้นท่านฟันลูกยาไม่ว่าไร
เป็นความจริงสิ่งสัตย์บรรทัดเที่ยง ไม่หลีกเลี่ยงเลยพระองค์อย่างสงไสย
แต่จะห้ามตามประสายังอาไลย จะชิงไชยสินสมุทรจงหยุดยั้ง
เขาเรี่ยวแรงแขงขันทั้งสันทัด สาระพัดจะศึกษาวิชาขลัง
ทั้งดุร้ายใจเหมือนเสือเหลือกำลัง ห้ามไม่ฟังเหมือนทุกคนเป็นจนใจ ฯ
     * อุศเรนเจนศึกไม่นึกพรั่น แกล้งสรวลสันต์เสียดแทงแถลงไข
พระเชษฐาว่าจริงทุกสิ่งไป คงจะได้เชยชมสมคเน
ฉวยรบพุ่งยุ่งยิ่งชิงไปได้ ก็อาไลยอยู่ด้วยนางจะห่างเห
สนิทแนบแยบคายชางถ่ายเท เขียนจรเข้ขึ้นไว้หลอกตะคอกคน
เราก็ชายหมายมาดว่าชาติเชื้อ ถึงปะเสือก็จะสู้ดูสักหน
ไม่รักวอนงอนง้อทรชน แล้วพาพลกลับมาเภตราพลัน
ถึงกองทัพยับยั้งนั่งเก้าอี้ สั่งให้ตีกลองสัญญาโกลาลั่น
ร้องเรียกเรือรบฝรั่งมาทั้งนั้น แล้วแบ่งปันเป็นพแนกแยกนาวา
กองละร้อยคอยรบสมทบทัพ เกณฑ์กำกับเกียกกายทั้งซ้ายขวา
ให้คอยล้อมพร้อมพรั่งดังสัญญา เห็นลมกล้าได้ทีตีประดัง
ให้พวกเรือเหนือลมนั้นสมทบ เข้ารุมรบลำใหญ่เหมือนใจหวัง
แม้นขึ้นได้ไฟจุดอย่าหยุดยั้ง แล้วกองหลังหนุนด้วยช่วยให้ทัน
แม้นพบชายนายทัพจงจับมัด มันขืนขัดจึงค่อยฆ่าให้อาสัญ
ถ้าลำไหนได้นางจะรางวัล ครองประจันตะประเทศเขตต์นคร ฯ
     * ฝ่ายฝรั่งพรั่งพร้อมต่างน้อมนบ ลงเรือรบเรียบร้อยลอยสลอน
ทั้งโยธากล้าหาญคอยราญรอน ใส่เสื้อซ้อนเกราะกระสันกันศัสตรา
ทหารปืนยืนมองตามช่องกราบ ศรกำซาบแซกรายทั้งซ้ายขวา
พร้อมทหารขานโห่เป็นโกลา ธงสัญญาโบกบอกให้ออกเรือ
กองละร้อยคอยรบไม่หลบหลีก ซักเป็นปีกกาไปทั้งใต้เหนือ
บ้างถือชุดจุดไฟไว้เป็นเชื้อ เข้าล้อมเรือลำใหญ่ระไวระวัง ฯ

 รายชื่อผู้จัดทำ: นางสาววีรานันท์  สุไพบูลย์วัฒน, นางสาววันวิสา  กนกกาญจนากุล, นางสาวนารีรัตน์  อารีสวัสดิ์
โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

Copyright (c)2006 Weeranun  Supaibulwattana  Wanwisa  Kanokkanjanakul  Nareerat  Areesawasdi Allright reserved

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2549

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com