จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  

จัดทำโดยระบบAdmissionsเธกเธซเธฒเธฅเธฑเธขเธฃเธฑเธเธšเธฒเธฅเธกเธซเธฒเธฅเธฑเธขเน€เธญเธเธŠเธ™

 

คณะครุศาสตร์ 
คณะจิตวิทยา 
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ 
คณะนิเทศศาสตร์  
คณะแพทยศาสตร์ 
คณะแพทยศาสตร์ (ต่อ) 
คณะพยาบาลศาสตร์ 
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬา ต่อ 
คณะครุศาสตร์ 
ประวิติคณะแพทยศาสตร์ จุฬา 
แผนที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

 

 พระเกี้ยว

            จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ได้รับการสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จ  พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับยกย่อง     เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ สังคมศาสตร์ และ       มนุษยศาสตร์ และตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของ  กรุงเทพมหานคร

           ในอดีต ผู้ที่จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า   โปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นเกียรติยศ  และความภูมิใจของชาวจุฬาฯ อย่างสูงสุด

 ชื่อ   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (จุฬาฯ)
ชื่อ (อังกฤษ)  Chulalongkorn University (CU)
ก่อตั้ง  26 มีนาคม พ.ศ. 2459
ประเภทสถาบัน     รัฐ
อธิการบด      ศ. คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน
คำขวัญ  ความรู้คู้คุณธรรมเกียรติภูมิจุฬาฯ คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน
เพลงประจำสถาบัน เพลงพระราชนิพนธ์ มหาจุฬาลงกรณ์
ต้นไม้ประจำสถาบัน  ต้นจามจุรี
สีประจำสถาบัน   สีชมพู
ที่ตั้ง/วิทยาเขต   ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ประวัติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

             จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 และได้รับพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อเป็น    "โรงเรียนมหาดเล็ก" ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็น "โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" และได้ประดิษฐานขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

              ในช่วงเริ่มต้น คือ ระหว่าง พ.ศ. 2459 - 2465 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาระดับประกาศนียบัตร พร้อมกับเริ่มเตรียมการเรียนการสอนระดับปริญญา โดยขณะนั้น จัดการศึกษาเป็น 4 คณะ ได้แก่ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน) คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และในระหว่างปี พ.ศ. 2481 - 2490 เริ่มเน้นการเรียนการสอนอันเป็นพื้นฐานของวิชาชีพในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีการจัดเตรียมมหาวิทยาลัย คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้น

             ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2491 - 2503 มหาวิทยาลัยก็ได้ขยายการศึกษาไปยังสาขาต่างๆ ให้กว้างขวางขึ้นโดยเน้นการศึก ษาในระดับปริญญาตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2504 - ถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยได้ขยายการศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างกว้างขว้าง จน เป็น 18 คณะ 1 สำนักวิชา 3 วิทยาลัย 12 สถาบัน และ 3 สถาบันสมทบ พร้อมกับพัฒนาการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและงานบริการทางวิชาการแก่สังคม

ุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ได้รับการสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จ  พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับยกย่อง     เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ สังคมศาสตร์ และ       มนุษยศาสตร์ และตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของ  กรุงเทพมหานคร

           ในอดีต ผู้ที่จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า   โปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นเกียรติยศ  และความภูมิใจของชาวจุฬาฯ อย่างสูงสุด

 สัญลักษณ์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

                พระเกี้ยว เป็นพิจิตรเรขา (สัญลักษณ์) ประจำรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระเกี้ยวเป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

              จามจุรี เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจุฬาฯ มีความผูกพันกับชาวจุฬาฯ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัย ในวันที่ 15 มกราคม 2505 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนิน ณ จุฬาลงกรณ์มหา  วิทยาลัย พระราชทานต้นจามจุรีแก่มหาวิทยาลัย จำนวน 5 ต้น ซึ่งพระองค์ทรงนำมาจาก

                 เสื้อครุยพระราชทาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ใช้เสื้อครุย โดยสีพื้นของสำรด นั้นแบ่งออกเป็น 3 สี ได้แก่

พื้นสำรด "สีเหลือง" สำหรับฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชจักรีวงศ์

พื้นสำรด "สีดำ" สำหรับระดับบัณฑิตและมหาบัณฑิต เพื่อเป็นการถวายความเคารพแด่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระบรมราชสมภพในวันเสาร์

พื้นสำรด "สีแดงชาด" สำหรับระดับดุษฎีบัณฑิต เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระบรมราชสมภพในวันอังคาร

               เพลงพระราชนิพนธ์ มหาจุฬาลงกรณ์ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 11 ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 พระราชทานให้เป็นเพลงประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และทรงปลูกด้วยพระองค์เองและพระราชทานพระราชดำรัสว่า "จึงขอฝากต้นไม้ไว้ห้าต้นให้เป็นเครื่องเตือนใจตลอดกาล"

              สีชมพู เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล ได้เสนอว่าชื่อของมหาวิทยาลัย คือ พระปรมาภิไธยเดิมของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระบรมราชสมภพในวันอังคารและโปรดเกล้าฯ ให้ใช้สีชมพูเป็นสีประจำพระองค์ จึง สมควรอัญเชิญสีประจำพระองค์เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเกียรติและสิริมงคล

 

 

จัดทำโดย
 น.ส.กนิษฐา แซ่จิว น.ส.วรรณนภา เกตุทอง
 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร
 Copyright(c) 2006 Ms.KanithaSaejiw,Ms.Wannapa Kettong. All rights reserved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2549

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com