คณะแพทยศาสตร์

 

จัดทำโดยระบบAdmissionsเธกเธซเธฒเธฅเธฑเธขเธฃเธฑเธเธšเธฒเธฅเธกเธซเธฒเธฅเธฑเธขเน€เธญเธเธŠเธ™

 

คณะครุศาสตร์ 
คณะจิตวิทยา 
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ 
คณะนิเทศศาสตร์  
คณะแพทยศาสตร์ 
คณะแพทยศาสตร์ (ต่อ) 
คณะพยาบาลศาสตร์ 
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬา ต่อ 
คณะครุศาสตร์ 
ประวิติคณะแพทยศาสตร์ จุฬา 
แผนที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

 

 ประวัติภาควิชาวิสัญญีวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แผนกวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เดิมเป็นหน่วยหนึ่งอยู่ในแผนกศัลยศาสตร์ มีวิสัญญีแพทย์ประจำอยู่ 11 คน แรกเริ่มที่ทำการของแผนกอยู่ในห้องผ่าตัด ในปีพ.ศ. 2508 ศาสตราจารย์นายแพทย์หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ได้คิดแยกหน่วยวิสัญญีวิทยาออกจากแผนกศัลยศาสตร์1 เพื่อให้เป็นมาตรฐานตามสากลนิยมที่ว่า "โรงพยาบาลชั้นหนึ่ง, มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการแพทย์ในประเทศที่เจริญแล้ว ย่อมต้องมีแผนกวิสัญญีวิทยาเป็นแผนกอิสระของตนเอง"2 มหาวิทยาลัยโดยคณะกรรมการมหาวิทยาลัยฝ่ายบริหารสภาการศึกษาแห่งชาติ ได้รับหลักการขออนุมัติแยกหน่วยวิชาวิสัญญีวิทยาออกจากแผนกศัลยศาสตร์ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการแยกแผนกวิสัญญีวิทยาของคณะแพทยศาสตร์ทั้ง 3 แห่งในขณะนั้น1 แผนกวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และแผนกวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงได้รับการสถาปนาขึ้น โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชกฤษฎีกา เพิ่มแผนกวิชาในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2508 ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นวัดถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา3
จากแผนกซึ่งมีวิสัญญีแพทย์ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย รวม 11 ท่าน ร่วมกับเจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล 4 ท่าน ปัจจุบันได้มีคณาจารย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ 21 ท่าน และจากสภากาชาดไทย 6 ท่าน รวมทั้งพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ รวม 77 ท่าน เป็นภาควิชาที่มีบุคลากรมากเป็นอันดับ 5 ในคณะแพทยศาสตร์ รองจากภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, ศัลยศาสตร์, กุมารเวชศาสตร์ และอายุรศาสตร์ ซึ่งเป็นภาควิชาหลักของคณะแพทยศาสตร์

ภาคจักษุวิทยาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เดิมมีฐานะเป็นเพียง"กองตรวจทางตา" ตั้งอยู่ที่ตึกผ่าตัดโดยรวมโรคทางหู คอ จมูกไว้
ในกองเดียวกัน มีนายแพทย์เอช แคมเบล ไฮเอ็ต ซึ่งสภากาชาดไทยได้ขอตัวมาเป็นที่ปรึกษาเป็นหัวหน้ากองดำเนินการ ในปีพ.ศ.2467
พันโท นายแพทย์หลวงประจักษ์เวชสิทธิ์ ( นายแพทย์หลุย คงถาวร )          กลับจากการศึกษาโรคทางตาจากโรงพยาบาลของอังกฤษ
ในประเทศอินเดีย    จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองตรวจทางตาอย่างเป็นทางการโดยมีหลวงจำรัสฤทธิแพทย์เป็นผู้ช่วยส่วน
นายแพทย์ไฮเอ็ตได้ลาออกจากราชการกลับประเทศอังกฤษในปี พ.ศ. 2494

ภาควิชาจักษุวิทยาได้มีการพัฒนาด้านการประกันคุณภาพการศึกษา (QA, Quality Assurance) พัฒนาคุณภาพการบริการ
(HA, Hospital Accreditation) ปรับปรุงแก้ไขหลักสูตร การเรียนการสอนในระดับปริญญาบัณฑิต และบัณฑิตศึกษา ตลอดจน
หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านทางจักษุวิทยา และหลักสูตรฝึกอบรมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในอนุสาขาต่างๆ รวมทั้ง ได้ให้การ
ฝึกอบรมแก่แพทย์จากประเทศใกล้เคียง ได้แก่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศกัมพูชา

       ปัจจุบันนี้ภาควิชาจักษุวิทยาได้เน้นที่จะพัฒนางานวิจัยของภาควิชา โดยมีนโยบายและแผนงานทางด้านการวิจัยอย่างชัดเจน มีกิจกรรมสนับสนุน
การวิจัยมากมาย เพื่อให้มีการเพิ่มผลงานวิจัยทั้งปริมาณและคุณภาพ มีการเผยแพร่ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ

       ปัจจุบันภาควิชาจักษุวิทยามีอาจารย์ประจำ 13 ท่าน และมีจักษุแพทย์สังกัดสภากาชาดไทย 1 ท่าน รวมเป็น 14 ท่าน

 ประวัติความเป็นมาของภาควิชาศัลยศาสตร์โดยสังเขป

แผนกศัลยศาสตร์ได้ก่อตั้งมาพร้อมๆ กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในปี พ.ศ. 2457 สังกัดสภากาชาดไทย ขณะนั้นโรงพยาบาลมีตึกทำการอยู่เพียง 4 ตึก ในจำนวนนี้รวมตึกผ่าตัดด้วย 1 ตึก (ซึ่งปัจจุบันเป็นแผนกเวชระเบียน) แผนกศัลยศาสตร์ใช้ตึกนี้บริการผ่าตัดผู้ป่วยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงพยาบาล ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ได้มีการตั้งคณะแพทยศาสตร์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สังกัดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และได้เริ่มดำเนินการสอนนักศึกษาแพทย์มาตั้งแต่ปีนั้น

แผนกศัลยศาสตร์ต้องรับภาระในการสอนนักศึกษาแพทย์และให้บริการด้านการแพทย์แก่ประชาชน โดยมีฐานะเป็น ภาควิชาศัลยศาสตร์ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของภาควิชาฯ ในขณะนั้น มีแพทย์ประจำภาควิชารวม 7 คน ในช่วงนั้นภาควิชาศัลยศาสตร์มีเตียงรับผู้ป่วย 93 เตียง ห้องผ่าตัด 5 ห้อง และเตียงผ่าตัด 7 เตียง ได้บริการประชาชนในด้านรักษาพยาบาล และผ่าตัดโรคทางศัลยกรรมทั้งหมดโดยยังไม่แบ่งเป็นหน่วยสาขาวิชาต่าง ๆ นั่นคือศัลยแพทย์ทุกคนต้องทำทั้งศัลยกรรมทั่วไป และศัลยกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น ศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ กุมารศัลยกรรม รวมทั้งเป็นวิสัญญีแพทย์ด้วย
หลังจากนั้นภาควิชาศัลยศาสตร์มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

ภาควิชาศัลยศาสตร์ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่บริเวณชั้นล่างของตึกสิรินธรภายในบริเวณคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 02-2518932, 02-2564117, 02-2564568 โทรสาร 02-2564194

ภาควิชาศัลยศาสตร์เป็นหน่วยงานในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ แต่สายงานของภาควิชาฯ ยังมีความพิเศษไม่เหมือนหน่วยงานอื่น คือ ภาควิชาฯยังเป็น "ฝ่ายศัลยศาสตร์" ซึ่งหน่วยงานหนึ่งของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งสังกัดสภากาชาดไทย

ภาควิชาฯ มีหน่วยงานย่อยๆ ๑๐ หน่วย ดังต่อไปนี้

  1. ศัลยศาสตร์ทั่วไปสาย G1 (General Surgery)
  2. ศัลยศาสตร์ทั่วไปสาย G2 (General Surgery and Trauma)
  3. ศัลยศาสตร์ทั่วไปสาย G3 (General Surgery)
  4. ศัลยศาสตร์ทั่วไปสาย G4 (General Surgery)
  5. หน่วยศัลยศาสตร์หลอดเลือดและหัวใจ (Cardiothoracic Surgery)
  6. หน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectum)
  7. หน่วยกุมารศัลยศาสตร์ (Pediatric Surgery)
  8. หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง (Plastic and Reconstructive Surgery)
  9. หน่วยประสาทศัลยศาสตร์ (Neurosurgery)
  10. หน่วยศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ (Urosurgery)

ภาควิชาศัลยศาสตร์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ดังนั้นจึงดำเนินการโดยยึดถือปรัชญาและพันธกิจของคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นหลัก ในการเป็นสถาบันที่มีมาตรฐานสูงในการจัดการศึกษาทางแพทย์ ให้โอกาสในการศึกษาแก่ประชาชนโดยทัดเทียมกัน รวมถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ และมุ่งให้เกิดผลการดำเนินงานสนองตอบต่อปณิธาน พันธกิจ และวัตถุประสงค์ตามที่คณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้กำหนดไว้

 ชื่อหน่วยงานภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่ตั้งภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘๗๓ ถนนพระราม ๔ แขวงลุมพีนี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ ชั้น ๑๙  อาคาร อปร   โทรศัพท์ ๐-๒๒๕๒-๗๘๖๔,๐-๒๒๕๖-๔๐๐๐  โทรศัพท์ภายใน ๓๗๐๐   โทรสาร   ๐-๒๒๕๖-๔๒๙๒
โฮมเพจ
http://www.md.chula.ac.th/preventive

ประวัติและความเป็นมา ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม ได้แยกออกมาเป็นแผนวิชาจากแผนวิชาอายุรศาสตร์ตามประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ อันเนื่องมาจากข้อเสนอแนะภายหลังการประชุมการอบรมแพทยศาสตร์ศึกษาครั้งที่ ๒ ณ ศาลาสันติธรรม เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๗ ทั้งนี้แต่เดิมหน่ายวิชาเวชศาสตร์ป้องกันเป็นแขนงวิชาหนึ่งในแผนกวิชาอายุรศาสตร์ ซึ่งได้เริ่มจัดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๑ นับเป็นเวลา ๙ ปีก่อนจะแยกออกมาเป็นแผนกวิชา

จัดทำโดย
 น.ส.กนิษฐา แซ่จิว น.ส.วรรณนภา เกตุทอง
 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร
 Copyright(c) 2006 Ms.KanithaSaejiw,Ms.Wannapa Kettong. All rights reserved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2549

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com