วัดขุนอินทประมูล

 

Homeน้ำตกอุทยานแห่งชาติถ้ำเขาและดอยต่างๆวัดเกาะหาดและแหลมต่างๆสถานที่แนะนำSpecial  ThanksDirector  By

 

วัดโพธิสมภรณ์ 
วัดมัชฌิมาวาส 
วัดบึงพระลานชัย 
วัดสระทอง 
วัดเสาธงทอง 
วัดไลย์ 
วัดเขาสมอคอน 
วัดเขาพระงาม 
วัดมหาธาตุวรวิหาร 
วัดใหญ่สุวรรณาราม 
วัดเขาตะเครา 
วัดกุฏิ 
วัดมหาสมณาราม 
วัดเกาะ 
วัดพระพุทธไสยาสน์ 
วัดกำแพงแลง 
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 
วัดป่าโมกวรวิหาร 
วัดไทรย์นิโคธาราม 
วัดไชโยวรวิหาร 
วัดขุนอินทประมูล 
วัดพระธาตุช่อแฮ 
วัดพระธาตุจอมแจ้ง 
วัดพระธาตุพระลอ 
วัดพระนอน 
วัดหลวง 
วัดพระธาตุแหลมลี่ 
วัดจอมสวรรค์ 
วัดพระธาตุปูแจ 
วัดสุทัศนเทพวราราม 
วัดชนะสงคราม 
วัดพระเชตุพนฯ 
วัดกัลยาณมิตร 
วัดระฆังโฆสิตาราม 
วัดเบญจมบพิตรฯ 
วัดปทุมคงคา 
วัดเทพศิรินทราวาส 
วัดมังกรกมลาวาศ 
วัดมหาพฤฒาราม 
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี 
วัดดุสิตาราม วรวิหาร 
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 
วัดชนะสงคราม 
วัดราชาธิวาส 
วัดอินทรวิหาร 
วัดบวรนิเวศวิหาร 
วัดทองนพคุณ 
วัดอัปสรสวรรค์ วรวิหาร 
วัดนางนอง วรวิหาร 
วัดนางชีโชติการาม 
วัดราชโอรสาราม 
วัดไทร 

 

  

 

              ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพลัด  อำเภอโพธิทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึง 50 เมตร  เดิมพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ มีวิหารสร้างคลุมอยู่ แต่ต่อมาเกิดไฟไหม้เสียหาย และเมื่อสร้าขึ้นมาใหม่ก็ถูกฟ้าผ่าไฟไหม้อีก  ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันจึงไม่มีการสร้างใหม่อีก คงเหลือแต่ร่องรอยเดิม ที่เหลือแต่เสาวิหารบางส่วนยังปรากฎอยู่ นอกจากวิหารแล้วยังมีซากอุโบสถ และเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม  ซึ่งสร้างอยู่บนเนินประทักษิณขนาดใหญ่

             ประวัติการสร้างพระพุทธไสยาสน์วัดขุนอินทประมูลมีว่า สมัยกรุงสุโขทัย ในรัชสมัยพระยาเลอไท พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินจากกรุงสุโขทัยโดยชลมารค  มานมัสการพระฤาษีสุกกะทันตะ ณ เขาสมอคอน ในเขตเมืองละโว้ โดยได้เสด็จมาทางลำน้ำยม แล้วเข้าสู่ลำน้ำปิง และแม่น้ำเจ้าพระยาตามลำดับ จากนั้นได้แยกเข้าแม่น้ำมหาศร เข้ามาถึงเขาสมอคอน อันเป็นที่อยู่ของพระฤาษีสุกกะทันตะ ผู้เป็นพระอาจารย์ของพระองค์ และของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  พระยาเลอไทยได้เข้านมัสการพระฤาษีสุกกะทันตะ แล้วประทับแรมอยู่ที่เขาสมอคอน เป็นเวลา 5 วัน จากนั้นได้เสด็จผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วล่องลงมาตามลำแม่น้ำน้อย และตามลำคลองบางพลับ เพื่อประพาสท้องทุ่ง เนื่องจากขณะนั้นเป็นห้วงเวลาน้ำเหนือบ่า  เมื่อถึงเวลาค่ำได้ทรงหยุดประทับแรม ณ โคกบ้านบางพลับ  ครั้นเวลายามสามได้เกิดศุภนิมิต เป็นลูกไฟดวงใหญ่ลอยขึ้นมาเหนือยอดไม้ แล้วหายไปในท้องฟ้าทางทิศตะวันออก  พระองค์ทอดพระเนตรเห็นศุภนิมิตนั้น แล้วก็ทรงปิติโสมนัส  จึงได้ทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระพุทธไสยาสน์ ขึ้นเป็นพุทธบูชา ด้วยคติว่า พระองค์ได้เสด็จมาบรรทมพักแรมอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น

             ในการสร้างพระพุทธไสยาสน์ดังกล่าว  ได้ทรงให้นายบ้านเกณฑ์แรงงาน จากบรรดาผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำน้อยทั้งหมด ได้ประมาณพันคนเศษมาช่วยกันสร้าง  โดยให้ขุดหลุมกว้าง 200 วา  แล้วนำท่อนซุงเป็นจำนวนมากมาวางขัดเป็นตาราง เพื่อใช้เป็นฐานราก แล้วให้ระดมกำลังกันทำอิฐเผา (ปัจจุบัน ยังมีโคกที่เรียกว่า โคกเผาอิฐ และตำบลบ้านทำอิฐอยู่ในเขตอำเภอโพธิทอง)  การสร้างพระพุทธไสยาสน์ ใช้เวลาถึง 5 เดือน จึงแล้วแสร็จ เมื่อ เดือน 5 พ.ศ. 1870  องค์พระยาว 20 วา  สูง 5 วา  ทรงขนามนามว่า พระพุทธไสยาสน์เลอไทนิมิต  ทรงมอบหมายให้นายบ้านเป็นผู้ดูแลพร้อมทั้งแต่งตั้งทาสวัดไว้ 5 คน  แล้วเสด็จกลับกรุงสุโขทัย

 

 จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2550

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com

จัดทำโดย   นางสาวปิยะพร บุพพัณชาตินานนท์  นางสาวสุธาสินี  เก่งทรัพย์สิน  นางสาวนันทพร  โรจนาประดับ  และนางสาวจีรณา  จันทโชติวรรณ
โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
Copyright(c) 2006 Ms.Piyaporn  Buppunchatnanon  Ms.Suthasinee  Kengsubsin  Ms.Nuntaporn  Rotchanapradub  Ms.Jeerana  Chanthachothiwan. All rights reserved.