ปลาทองชูบุงกิง

 

ถิ่นกำเนิด 
สายพันธุ์ 
การเลี้ยงดู 
การเพาะพันธุ์ 

 

ปลาทองชูบุงกิง (SHUBUNKIN) มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษอยู่ด้วยกันหลายชื่อ อาทิเช่น SPECKLED GOLDFISH, HARLEQUIN GOLDFISH, VERMILION GOLDFISH และ RED BROCADE เป็นปลาที่เพิ่งเกิดขึ้นในต้นศตวรรษที่ 20 นี้ โดยนักเพาะพันธุ์ปลาทองจากนครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คือ นาย Kichigoro Akiyama โดยนำปลาทอง 3 ชนิด คือ ปลาทองพันธุ์ตาโปน 3 สี (5สี) (Calico Telescope Eye) มาผสมข้ามพันธุ์กับปลาทองพันธุ์วะกิง (Japanese Golden) ซึ่งมีหางเดี่ยว หรือหางซิว (Single Tial) ต่อมาก็นำมาผสมกับปลาทองพันธุ์ Scarlet Crucian (Hibuna) จากนั้นเขาก็ได้คัดเลือกลูกปลาขึ้นมาราว 14-15 ตัว จากจำนวนปลาทั้งสิ้น 2หมื่นกว่าฟอง ซึ่งลูกปลาที่เขาเพาะพันธุ์ขึ้นได้มีหางยาวมีเกล็ดบางใส และมีสีหลากหลายสีอยู่ในตัวเดียวกัน ซึ่งนาย Shinnosuke Matsubara ได้ขนานนามให้ปลาตัวนี้ว่า “Red Marked Calico” หรือ "Shubunkin"

ต่อมาลูกปลาทองชูบุงกิงได้เข้าไปแพร่หลายในประเทศอังกฤษในสมัยราชาภิเษกอวยพรเจ้ายอร์ชที่ 6 ในสมัยนั้นได้มีพ่อค้าปลาบางรายได้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า “Coronation Fish” หรือปลาราชาภิเษก ทั้งนี้เพราะปลาชนิดนี้มีจุดประขึ้นเป็นสีต่างๆ แต่ชื่อนี้ก็ใช้เพียงเพื่อผลประโยชน์ในเชิงการค้าเท่านั้น และในเวลาต่อมาปลาทองชนิดนี้ ก็ได้วิวัฒนาการจนได้ปลาทอง 2 สายพันธุ์ London Shubunkin และ Bristol Shubunkin ซึ่งปลาทองทั้ง 2 สายพันธุ์จะมีรูปร่างและสีสันที่เหมือนๆ กัน ต่างกันตรงที่ปลาทอง Bristol Shubunkin จะมีครีบและหางยื่นยาวและสูงกว่า แต่แบบ London Shubunkin ดูจะได้รับความนิยมมากว่าในประเทศอังกฤษ

ปลาทองชูบุงกิงเป็นปลาทองที่มีความแข็งแรงอดทนมากชนิดหนึ่ง มีเกล็ดบางใสแต่ไม่เงาแวววาวเหมือนปลาทองทั่วๆไป ลำตัวมีลักษณะคล้ายปลาทองสามัญแต่จะเพรียวกว่า มีครีบที่สมบรูณ์และยาวกว่า ปลายหางจะมนกลม เป็นปลาที่ว่ายน้ำได้รวดเร็วและต้องการพื้นที่ในที่เลี้ยงพอสมควร ปลาทองชนิดนี้เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดถัวเฉลี่ยราว 9 นิ้ว มีอายุยืนยาวราว 10-20 ปี จัดว่าเป็นปลาทองที่ค่อนข้างเลี้ยงง่าย สามารถเลี้ยงได้ในกลางแจ้งตลอดทั้งปี เป็นปลาที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี สามารถเลี้ยงได้ในที่ๆแม้มีอุณหภูมิต่ำ แต่ไม่ควรให้ปลาอยู่ในที่ๆ มีอุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาF เป็นระยะเวลานานๆ เพราะความเย็นอาจทำให้กระเพาะลมของปลาเกิดการผิดปกติ ปลาชนิดนี้มีด้วยกันหลากหลายสี อาทิเช่น สีแดง ขาว ส้ม ทอง น้ำตาล ดำ เหลือง ม่วงเข้ม น้ำเงิน เทา

สำหรับในบ้านเราปลาทองพันธุ์ชูบุงกิงมันรู้จักดีในนามของ ปลาทองหางซิว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเป็นที่แพร่หลายนัก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเป็นปลาทองที่รูปร่างธรรมดาๆ จึงทำให้ไม่ค่อยเป็นที่สนใจกันเท่าใด แต่ถ้าหากท่านนักเลี้ยงปลาได้รู้ถึงความยากเย็นกว่าที่จะได้ปลาทองพันธุ์นี้มา คิดว่าคงมีหลายๆท่านอาจจะหันมาสนใจปลาทองพันธุ์นี้กันบ้าง นอกจากนี้ปลาทองชนิดนี้ยังเป็นปลาที่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยงไว้ในบ่อหรือสระเล็กๆ เพราะเป็นปลาที่มีความอดทนและสามารถเลี้ยงในกลางแจ้งได้อีกด้วย

คราวนี้เราจะมาคุยกันถึงลักษณะของปลาทองพันธุ์ชูบุงกิงที่จัดว่าสวย ลักษณะสำคัญของปลาทองพันธุ์นี้คือหาง หางจะต้องเป็นแบบหางซิวและจะต้องยาว ปลาทองชนิดนี้หากมีหางยาวมากเท่าใดก็จะเป็นที่นิยมมากเท่านั้น สำหรับในด้านของสีสัน หากมีหลายสีก็จะเป็นที่นิยมกัน แต่ที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดจะต้องมี 5 สี เป็นจุดประทั่วทั้งตัว ปลาที่มีสีเหลืองมากว่าสีอื่นจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเลี้ยงกัน

 

 

 

 

จัดทำโดย
นางสาวเพชรรัตน์ วันมงคลชัย นางสาวปักษมล บุญยืน
โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร
Copyright(c) 2006 Miss Petcharat Wanmongkolchai Miss Paksamon Boonyuen. All rights reseved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2549

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com