ประเพณีทำบุญกลางบ้าน

 

 

ประเพณีสงกรานต์ประเพณีงานแห่พระบรมสารีริกธาตุวัดนางชีประเพณีถือศีลกินเจประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าประเพณีการแข่งเรือประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าวเปลือกประเพณีวิ่งควายประเพณีตราดรำลึกประเพณีสู่ขวัญข้าวประเพณีแห่ธงสงกรานต์ประเพณีทำบุญโคนไม้ประเพณีกวนข้าวทิพย์ประเพณีแห่ธงตะขาบประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็งประเพณีเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธรประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้งประเพณีถวายสลากภัตประเพณีสรงน้ำเจ้าพ่อพระปรงประเพณีพิธีรำโรงประเพณีกำฟ้าประเพณีตักบาตรดอกไม้ประเพณีตักบาตรเทโวประเพณีกองข้าวประเพณีคนตายตีฆ้องประเพณีทำบุญกลางบ้านประเพณีวันไหลประเพณีกวนข้าวทิพย์

 

 

 

ผู้จัดทำ 
ภาคเหนือ 
ภาคกลาง 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
ภาคใต้ 
ผู้จัดทำ 

 

        งานบุญกลางบ้านถือได้ว่ามีขึ้นพร้อมกับการตั้งถิ่นฐานของชุมชน การทำบุญ กลางบ้านเป็นงานบุญ ที่น่าสนใจและแตกต่างไปจากการทำบุญอื่น ๆ ซึ่งแทนที่ จะทำบุญกันที่วัด ที่อาคารหรือที่บ้าน แต่จะทำบุญ ณ บริเวณลานกว้างกลางหมู่บ้าน อันเป็นที่สาธารณะ หรือลานวัดร้าง หรือลานท้องนา โดยนำเอาความเชื่อถือ  เรื่องผีแลลโบราณเข้ามาผสมผสานกับพิธีทางพุทธศาสนา คือ มีการสวดมนต์เย็น (สวดพระปริตร) ในบริเวณพิธี  และในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นก็จะมีการสวดมนต์ทำบุญ เลี้ยงพระสงฆ์ สำหรับประเพณีทำบุญกลางบ้านอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีก็จะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีเทศลาลเมืองพนัสนิคมและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกันจัดงาน โดยมีประวัติความเป็นมา ดังนี้
           ตามความเชื่อและประเพณีดั้งเดิมการทำบุญกลางบ้านจะกระทำกันระหว่างเดือน 3 ถึงเดือน 6 โดยมีความเชื่อว่าบุคคลผู้ทำบุญเดือน 3 กลางเดือน จะเป็นผู้อยู่รอดปลอดภัย มีความอุดมสมบูรณ์เหลือกินเหลือใช้ ซึ่งประเพณีนี้ได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมานานนับร้อยปีแล้วการทำบุญกลางบ้าน เป็นการทำบุญตลอดจนบูชาและอุทิศส่วนกุศลให้แก่พระภูมิจ้าที่ เจ้ากรรมนายเวร ฯลฯ เพื่อขอความคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข และประสบความเจริญรุ่งเรื่องในหน้าที่การงาน ขับไล่สิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่มนมาให้หมดสิ้นไป โดยการสะเดาะเคราะห์ ขอหใฝนตกต้องตามฤดูกาลอันจะทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ (บางตำบลมีการแห่นางแมวขอฝน) ผลที่ได้รับจากการทำบุญกลางบ้านทางอ้อม คือ ความสามัคคี การไต่ถามสารทุกข์สุขดิบซึ่งกันและกัน มีปัญหาปรึกษาช่วยกันแก้ไขการทำบุญกลางบ้านมีขั้นตอนพิธี คือตอนเย็นนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป หรือกาจจะมากกว่านี้มาสวดมนต์เย็น หลังจากพระสวดจบ 1 บท ในชุมชนบางแห่ง เช่นที่วัดโบสถ์ วัดหลวง และบ้านสวนตาล จะมีการตีฆ้อง 3 ครั้ง แต่ในบางแห่งเป็นการสวดมนต์ธรรมดา ไม่มีการตีฆ้อง หลังเลิกสวดมนต์แล้ว บางแห่งแาจมีการละเล่น จะพวก หมดลำ ลิเกขี้เมา (ร้องกันเอง) รำวง บางแห่งก็ไม่มี เช้าวันรุ่งขี้นจึงนิมนต์พระสงฆืมาฉันเช้า โดยชาวบ้านจำนำข้าวหม้อแกงหม้อมารวมกันเพื่อตักแบ่งถวายพระ ในบางแห่งจะมีการเผาข้าวหลามถวายพระด้วย ส่วนอาหารนั้นสุดแต่ใครจะนำมา แต่ในบางสถานที่อาจตกลงกันว่า ใครจะทำอะไรบ้าง บางแห่งจะมีการทำกระทงด้วยใบตอง ใส่ลงไปในถาดกลาบกล้วยที่ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้กาบกล้วยตัดเป็นรูปคน หรือบางครั้งใช้ดินเหนียวปั้นเป็นรูปคนเท่าจำนวนคนในบานรวมไปถึงวัวควาย ไก่หรือสัตว์เลี้ยงอื่นด้วย ใส่เสื้อผ้าให้ด้วย (พบว่าการทำกระทงนี้นิยมทำกันในกลุ่มคนเชื้อสายลาว จากนั้นนำถาดนี้ไปวางไว้ทางทิศตะวันตก ของที่ใส่ในกระทงนั้นบางแห่งใส่ขิ้นพล่าปลายำ (ผักพล่าปลายำ) พริกแห้ง เกลือ หัวหอม ข้าวดำ ข้าวสาร บางแห่งไม่ใส่ข้าวขาว แล้วจุดธูปปักลงในกระทง บางแห่งจุดดอกเดียว บางแห่งก็สุดแล้วแต่จำนวนกระทงและใส่สตางค์ไปด้วย เมื่อพระฉันเสร็จแล้วก็จะนำน้ำมารูปละ 1 แก้ว ยืนเป็นวงกลม แล้วสวดมนต์กรวดน้ำราดลงไปในกระทง บางแห่งว่าอุทิศให้คนอยู่ บางแห่งว่าอุทิศให้คนตาย เสร็จแล้วชาวบ้านจะนำไปวางที่ทางสามแพร่งหรือโคกหลังเสร็จพิธีชาวบ้านจะมานั่นรับประทานอาหารร่วมกัน ไต่ถามความเป็นอยู่ ตลอดจนช่วยกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บางสถานที่เช่นที่ชุมชนบ้านหน้าพระธาตุมีความเชื่อว่าอาหารที่นำมาจะต้องรับประทานให้หมด หากเหลือจะต้องทิ้งไปไม่ให้นำกลับ แต่โดยส่วนใหญ่เมื่อรบประทานเหลือก็ตักแบ่งกันไป หลังจากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับบ้านการใส่บาตร จะทำที่วางบาตรไว้โดยใช้ผ้าหรือทำที่ใส่บาตรเฉพาะ โดยนำบาตรมาว่างเรียงกันไว้ ขณะที่พระวาดพาหุง 8 ทิศ ชาวบ้านเริ่มใส่บาตรได้ การทำบุญใส่บาตรจะทำในราวเดือน 3 หรือเดือน 6 โดยผู้เฒ่าผู้แก่ หรือชาวบ้านจะเป็นผู้ร่วมกันกำหนดวันทำบุญ โดยถือเอาวันว่างและสะดวก การที่กำหนดทำบุญในเดือน 3 กลางเดือน โบราณว่าเป็นวัน "กบไม่มีปากนาคไม่มีก้นขี้" หมายความว่า กบร้องที่ไหนคนก็จะตามเสียงร้องนั้นไปและไปจับมากิน พญานาคเมื่อกินอาหารแล้ว ไม่ถ่ายออกมาก็ไม่หิว อาหารก็จะเหลืออยู่ ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่ทำบุญในเดือน 3 กลางเดือน จะเป็นผู้อยู่รอดปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์เหลือกินเหลือใช้

จัดทำโดย

นางสาววิยะดา แก้วประเสริฐศรี นางสาวกิ่งดาว แก้วนารี นางสาววิมลนุช กิตติดำรงชัย

โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร

Copyright(c) 2006 Ms.Wiyada Kaewprasertsri Ms.Kingdao Kaewnaree Ms.Wimonnuch Kittidumrongchai. All rights reserved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2549

thaigoodview.com Version 13.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com