|
|
สถานที่ตั้ง คอคอดระหว่างทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้
ประเทศปานามา ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้
คลองปานามาเป็นคลองขุดตัดคอคอดระหว่างทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ในประเทศปานามาให้มีทางเดินเรือทางลัดจากมหาสมุทรอัตลันติคไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิกได้สะดวกและรวดเร็ว
ผู้เริ่มขุดคลองนี้คือ เฟอร์ดินัน เดอ ลสเซปส์ วิศกรผู้ขุดคลองสุเอซนั่นเองแต่เขาทำไปได้ไม่สำเร็จต้องล้มเลิกไป
รัฐบาลอเมริกันจึงเข้าดำเนินการรับช่วงต่อและขุดสำเร็จเมื่อ
พ.ศ. 2457 เป็นคลองยาว 50 3/4 ไมล์ มีส่วนกว้าง 300-400
ฟุต ลึก 35-40 ฟุต สิ้นเงินค่าสร้าง 700,000,000 ปอนด์
ช่วยย่นระยะทางในการต้องอ้อมแหลมสุดของอเมริกาถึง 6,700
ไมล์ แต่ที่แปลกไปกว่าคลองสุเอซก็คือ คลองนี้ขุดขึ้นไปบนที่สูง
ผ่านทะเลสาบหลายแห่ง จึงต้องทำประตูระบายน้ำไว้เป็นตอน
ๆ เพื่อยกระดับเรือให้สูงขึ้นจนเสมอระดับน้ำในทะเลสาบ
แล้วไปลงทางอีกด้านหนึ่งด้วยการลดระดับน้ำให้ต่ำลงไปจนเทียบเท่ากับระดับน้ำทะเล
จัดเป็นคลองเดินเรือนานาชนิดที่สำคัญมากคลองหนึ่ง ความเป็นมาของคลองปานามา ก่อนปี
ค.ศ. 1914 ถ้าใครอยากเดินทางจากนครนิวยอร์กไปยังนครซานฟรานซิสโก
เขาผู้นั้นต้องเดินทางรอนแรมทางเรือเดินสมุทรอ้อมทวีปอเมริกาใต้
เป็นระยะทางถึง 20,900 กิโลเมตร เชื่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกในบริเวณอเมริกากลาง
ซึ่งมีลักษณะเหมือนเอวกิ่วขอดระหว่างทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ได้สำเร็จแล้วก็จะสามารถย่นระยะทางและเวลาเดินทางไปอย่างมากมาย ในปี
ค.ศ. 1878 ฝรั่งเศสเป็นชาติแรกที่ตั้งใจจะลงมือปฏิบัติการให้ความฝันที่กล่าวถึงเป็นจริง
นักผจญภัยชาวฝรั่งเศสชื่อ ลูเซียน นะโปเลียน โบนาปาร์ต
ไวส์ ได้รับสัมปทานจากรับบาลโคลัมเบีย (ขณะนั้นปานามาเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศดคลัมเบีย)
ให้ขุดคลองซึ่งจะเชื่อมระหว่างสองมหาสมุทรในบริเวณปานามาเขาได้ขายสัมปทานต่อให้กับบริษัทฝรั่งเศสที่บริหารดดยนายเฟอร์ดินาน
เดอเลซเซป ซึ้งดำเนินการขุดคลองปานามาในทันที แต่ความพยายามก่อสร้างคลองของบริษัทฝรั่งเศสไม่สำเร็จ
ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกันคือ ประการแรก
เพื่อนร่วมงานและนักการเมืองที่สนับสนุนเขามีใจไม่ซื่อขโมยเอาเงินจำนวนมากไปจากบริษัท ประการที่สอง
บริษัทวางแผนจะสร้างคลองที่จะมีระดับน้ำในคลองอยู่ในระดับเดียวกับน้ำในมหาสมุทร
กล่าวคือไม่สร้างประตูกั้นน้ำ ซึ่งเป็นเรื่งยาก และฝรั่งเศสก็ไม่มีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมันพอที่จะดำเนินการดังกล่าว ประการสุดท้ายที่ดูจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ
โรคภัยไข้เจ็บในภูมิภาคเขตร้อนที่คนงานก่อสร้างคลองต้องเผชิญทั้งโรคไข้เหลืองและมาลาเรีย
คร่าชีวิตคนงานเป็นจำนวนมากและทำให้การก่อสร้างไม่คืบหน้าเท่าไหร่ ในที่สุด
บริษัทของนายเดอเลซเซปก็ล้มละลายต้องขายโครงการขุดคลองทอดตลาดไป
ประเทศที่เล็งเห็นความสำคัญของการขุดคลองนี้คือประเทศสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้เพราะระหว่างสงครามที่สหรัฐฯ ทำกับสเปนในปี ค.ศ.
1898 การเดินทางระหว่างฝั่งตะวันตกกับตะวันออกของสหรัฐฯ
กลายเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ขึ้นมา ถ้ามีคลองลัดย่นระยะทางการเดินทางของเรือรบและเรือขนส่งยุทธสัมภาระได้
ก็จะเป็นผลดีอย่างยิ่งในการป้องกันประเทศ รับบาลสหรัฐจึงได้หันมาให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ก่อนจะซื้อสัมปทานสหรัฐฯ
ก็ได้ไปเจรจากับรัฐบาลโคลัมเบียก่อนว่าหากสหรัฐฯลงทุนขุดคลองแล้วก็ขอให้ฝ่ายหลังยินยอมให้สหรัฐฯ
เช่าพื้นที่บริเวณนั้นเพื่อดำเนินการควบคุมการเข้าออกของเรือที่จะผ่านคลอง
แต่รัฐบาลโคลัมเบียก็มัวเกี่ยงงอนเรื่องราคาค่าเช่าที่
ไม่ยอมตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯง่าย ๆ พอดีขณะนั้น ชาวปานามาซึ่งกลัวว่าโคลัมเบียจะไม่แบ่งผลประโยช์ให้เท่าที่พวกตนควรจะได้ก็ได้ก่อการปฏิวัติขึ้นและประกาศตัวเป็นประเทศเอกราช
สหรัฐฯได้รับรองเอกราชของปานามาและยังได้ช่วยไม่ให้โคลัมเบียยกกองทหารเข้ามาปราบปรามชาวปานามาได้
ในที่สุดสหรัฐฯก็ได้ทำสัญญากันในปี ค.ศ.1903 โดยปานามายกกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นระยะทางกว้าง
10 กิโลเมตร ตลอดแนวทางที่สหรัฐฯ จะขุดคลองให้รัฐบาลสหรัฐฯเป็นผู้ดำเนินการบริหารเป็นสิทธิขาดตลอดไปโดยสหรัฐฯจะจ่ายเงินตอบแนให้ปานามาเป็นจำนวนเงิน
10 ล้านดอลลาร์และจะให้เป็นประจำทุกปี อีกปีละ 250,000
ดอลลาร์ เมื่อจบเรื่องทางการเมืองแล้ว
สหรัฐฯจึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างคลองปานามาในปี ค.ศ.1904
ก่อนอื่นหสรัฐฯได้ศึกษาความล้มเหลวของบริษัทฝรั่งเศสเสียก่อนและได้เริ่มลงมือปราบปรามโรคร้ายที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการก่อสร้างคลอง
พันเอก วิลเลียม ซี กอร์กัสได้รับมอบหมายให้ดำเนินการดังกล่าว
เขาเป็นหมอทหารที่มีชื่อเสียงมาจากการปราบปรามโรคร้ายในประเทศคิวบา กอร์กัสได้เริ่มรณรงค์ขจัดยุงชนิดหนึ่งซึ่งเป็นพาหะในการนำโรคไข้เหลืองและมาลาเรีย
โดยการขจัดหนองน้ำที่เป็นแหล่งเพาะพัมธุ์และขจัดพงหญ้าที่เป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของยุงเหล่านั้น
ตลอดจนกำจัดหนูซึ่งเป็นพาหะกาฬโรค เขาใช้เวลาในการกำจัดอยู่
10 ปี รัฐบาลสหรัฐฯได้ใช้เงินไปประมาณ 20 ล้านดอลลาร์เฉพาะในการปราบปรามโรคเหล่านี้ ใน
ค.ศ.1914 การดำเนินการก่อสร้างคลองนี้ก็ได้เริ่มขึ้น โดยสหรัฐฯตัดสินใจที่จะก่อสร้างคลองที่มีประตูกั้นน้ำเป็นระยะ
ๆ แทนที่จะเป็นคลองที่มีระดับน้ำเท่ากับระดับน้ำทะเล การขุดคลองปานามาเป็นเรื่องยากสหรัฐใช้คนงานถึง
43,400 คน เงินประมาณกว่า 380 ล้านดอลลาร์ ต้องสร้างประตูน้ำหลายประตู
และยังต้องขุดเข้าไปในภูเขา และสร้างเขื่อนกันน้ำด้วย ในเดือนสองหาคม
ค.ศ.1914 การก่อสร้างคลองปานามาจึงได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์
คลองซึ่งมีความยาว 80 กว่า กิโลเมตร สามารถย่นระยะการเดนทางระหว่างฝั่งทะเลด้านตะวันตกและตะวันออกของสหรัฐฯไปถึง
15,700 กิโลเมตร ภายหลังจากคลองได้มีการเปิดใช้งานเป็นเวลาหลายปี
รัฐบาลปานามาก็เริ่มแสดงความไม่พอใจว่าสนธิสัญญาที่ทำกับสหรัฐฯ
โดยมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและการบริหารงานบริเวณคลองให้สหรัฐฯ
เป็นสัญญาที่อยุติธรรมชาวปานามาได้ก่อการจราจลขึ่นในปี
ค.ศ. 1964 มีชาวปานามาเสียชีวิต 20 คน และชาวอเมริกัน
4 คน รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอยากจะรับความสะมพันธ์อันดีของตนกับประเทศในละตินอเมริกาเอาไว้
จึงได้ยอมทำสัญญาใหม่กับปานามาโดยยอมคืนกรรมสิทธิที่ดินบริเวณคลอง
ให้กับปานามาในปี ค.ศ.1979 นอกจากนั้นยังได้สัญญาว่าจะยอมมอบสิทธิในหารบริหารคลองปานามาให้กับรัฐบาลปานามาในปี
ค.ศ.1999 คลองปานามาเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญยิ่งยวดทั้งทางด้านการทหารและการค้า
เรือกว่า 13,500 ลำ ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำทุกปี 55% ของเรือดังกล่าววิ่งระหว่างฝั่งทะเลตะวันออกและฝั่งทะเลตะวันตกของสหรัฐฯ
สินค้าหนักกว่า 148 ล้านเมตริกตันผ่านเข้า-ออกคลองปานามาในทุก
ๆ ปี
|