วรรณคดีสมัยกรุงธนบุรี
Homeผู้จัดทำหลักการและเหตุผลวรรณคดีสมัยกรุงธนบุรีตัวละคร

 วรรณคดีสมัยกรุงธนบุรี

                 ระยะเวลาเพียง 15 ปี และเต็มไปด้วยสงครามนั้น ยอมที่จะหาเรื่องที่เป็นชิ้นเป็นอันได้โดยยาก มีวรรณคดีที่เกิดในสมัยนี้ 2-3 เรื่อง คือ ลิลิตเพชรมงกุฎ ของหลวงสรชิต (หน) ซึ่งต่อมาในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เป็นเจ้าพระยาพระคลัง โครงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี ของ นายสวน มหาดเล็ก คำฉันท์กฤษณาสอนน้อง ของพระภิกษุอิน เมืองนครศรีธรรมราช วรรณคดีที่สำคัญที่ควรนำมากล่าว คือ บทละครเรื่องรามเกียรติ์ อันเป็นพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

     เรื่องรามเกียรต์

    1 บ่อเกิด เรื่องรามเกียรติ์นั้นเดิมเป็นเรื่องของชาวอินเดีย เรียกตามภาษาของชนชาตินั้นว่า รามายณะ ชาวอินเดียโดยเฉพาะที่นับถือพระวิษณุ ถือว่า รามายณะนี้เป็นคัมภีร์สำคัญ เท่ากันเป็นคัมภีร์ศาสนา ใครได้อ่านถือว่าได้บุญ กุศลได้ขึ้นสวรรค์ เมื่อราวประมาณ พ.ศ. 1900 ชาวอินเดียตอนใต้ได้เข้ามาทำการค้าขาย และตั้งถิ่นฐานทางฝั่งตะวันออกแห่งมหาสมุทร พวกนี้จึงได้นำวัฒนธรรทของเจามาใช้ในหมู่เกาะใต้

     ผู้แต่งเรื่องรามายณะนี้ เป็นฤาษีชื่อ วาลมิกี ไดแต่งเรื่องนี้เมื่อประมาณ 2400 ปีเศษมาแล้ว ตามตำนานว่า พระวาลมิกีได้ฟังเรื่องพระรามายณะจากพระนารท ต่อมาพระวาลมิกีได้ไปที่ฝั่งแม่น้ำกับนางตมสา ซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำคงคา ได้เห็นนางนกกระเรียนตัวหนึ่ง ร้องคร่ำครวญถึงตัวผู้ ซึ่งถูกพรานยิงตาย พระวาลมิกีเห็นเช่นนั้นก็อุทานออกมาด้วยความสลดใจ เสียงที่อุทานมานั้นรู้จะอยู่ในคณะฉันท์ ใช้สำหรับขับได้ จึงได้นำทำนองนี้ซึ่งพบใหม่มาแต่งเรื่องรามายณะ และเรียกฉันท์นี้ว่า โศลก (โศก) เพราะฉัทน์นี้เกิดจากความสลดใจ

    เรื่องรามายณะนี้ เป็นเรื่องยาวประกอบด้วยฉันท์ถึง 24000 โศลก แบ่งออกเป็นตอนๆเรียกว่า กัณฑ์ รวมทั้งหมด 7 กัณฑ์ คือ พาล อโยธยากัณฑ์ อรัณยกัณฑ์ กีษกินธา กัณฑ์ สุนทรกัณฑ์ ยุกธ-กัณฑ์ และอุตตรกัณฑ์

    เรื่องรามเกียริ์มีบุคคงสำคัญในเรื่องคือ พระราม นางสีดา และทศกัณฐ์ นักปราชญ์บางท่าน เช่น ศาสตราจารย์ เดวิดส์ ว่าเป็นเรื่องที่มีมานานจาก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมานานกว่า 2400 ปี แต่เป็นเรื่องที่กระจัดกระจายอยู่ วาลมิกีได้รวบรวมขึ้นมาใหม่

                พระรามในประวัติศาสตร์ ในพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่องบ่อเกิดแห่งรามเกียรติ์ ไดกล่าวถึงประวัติของพระรามไว้ว่า

            พระรามเป็นโอรสองค์ที่ 1 แห่งท้าวทธรฐ กษัตริย์สุริยวงค์ ผู้ครองนครศรีอโยธยา แคว้นโกศล พราหมณ์มักนิยมว่า พระรามเป็นพระนารายณ์ อวตารปางที่ 7 และได้กำเนิดในไตรดายุค คือยุคที่ 2 แห่งโลกมนุษย์นี้ พระมารดาพระรามมีนามว่า นางเกาศัลยา (ซึ่งในรามเกียรติ์มีพระนามว่า “เกาสุริยา” มีอนุชา 3 องค์ คือ พระภรต โอรสนางไกเกยี (ซึ่งในรามเกียรติ์ของเราเรียกว่า “ไกยเกษี”) พระลักษณ์และพระศัตรุฆน์ โอรสนางสุมิตรา (ซึ่งในรามเกยีรติ์เราเรียกว่า “สมุทร”) พระรามได้มเหสีคือ นางสีดา เป็นบุตรท้าวศรีธวัช ซึ่งมักเรียกว่าท้าวชนก ผู้เป็นกษัตริย์สุริยวงค์ ครองนครมิถิลา แคว้นวิเทห พระรามมีโอรส 2 องค์ คือ พระกุศกับพระลพ พระรามได้ปราบท้าวรราพณสูร ผู้ครองนครลงกา แล้วกลับมาทรงราชย์ในพระนครศรีอโยธยา ครั้นเมื่อพระรามจะสิ้นพระชนม์ ได้แบ่งแคว้นโกศลออกเป็น 2 ภาค ให้พระกุศโอรสองค์โต ครองโกศล ตั้งนครหลวงขื่อ กุศะสถลี หรือ กุศาวดี พระลพครองอุตตรโกศล ตั้งนครหลวงชื่อ ศราวัสตี (สาวัตถี) หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า “ลพปุระ”

     2 รามายณะในประเทศไทย ตามหลักฐานที่พอจะอนุมานได้ ปรากกว่าเรื่องรามายณะได้เข้ามายังประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 900 ปีล่วงมาแล้ว เพราะที่ปราสาทหินเมืองพิมายมีภาพสลักศิลาเรื่องรามเกียรติ์ ส่วนในสมัยสุโขทันก็มีพูดถึงถ้ำพระราม ถ้ำสีดา ในจารึกของพ่อขุนรามคำแหง แต่เรื่องที่ปรากฏเป็นวรรณคดีนั้น เดินเราจะเคยมีหรือไม่ ไม่มีหลักฐานแน่ชัด มีคำฉันท์อยู่เรื่องหนึ่ง ชื่อ ราชาพิลาป คำฉันท์(นิราศสีดา) ผู้แต่งไม่ปรากฏนาม เป็นเรื่องที่แต่งสมัยสมเด็จพระนารยณ์มหาราช พรรณนาความคร่ำครวญของพระราม ตอนออกเดินทางเที่ยวตามหานางสีดา เรื่องนี้นับเป็นรามเกียรติ์เรื่องเดียวที่เกิดขึ้นก่อนรามเกียรติ์ฉบับพระเจ้ากรุงธนฯ และตกทอดมาจนถึงสมัยปัจจุบัน

     3 รามเกียรติ์ฉบับไทยได้มาจากไหน เรื่องรามายณะนั้น เราเรียกกันว่า รามเกียรติ์ จะเรียกกันมาแต่ครั้นใด สืบสวนไม่ได้ เรื่องรามเกียรติ์ฉบับเต็มคือ บทละครเรื่องรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่ถ้าเปรียบเทียบกับรามายณะของวาลมิกีแล้ว ก็มีความแตกต่างกันหลายแห่ง เช่นการดำเนินเรื่องตอนตั้นก็ไม่เหมือนกัน ฉบับพระราชนิพนธ์ ร.1 เริ่มขึ้นด้วยหิรันตยักษ์ม้วนแผ่นดิน ส่วนวาลมิกีนั้นเริ่มโดยกล่าวประวัติการแต่งรามายณะ แล้วจับเรื่องกล่าวถึงประวัติพระรามทีเดียว

                             พระรามอนุมานราชธน ไดให้ข้อสันนิษฐานที่มา รามเกียรติ์ ฉบับไทย ดังนี้

      “ที่ว่ารามเกียรติ์นั้นได้ฉบับมาจากไหน จะตอมยืนยันลงไปย่อมไม้ได้ เพราะไม่มีหลักฐานให้เห็นอยู่ได้ชัดเจน จึงต้องอาศัยอนุมานที่เหลืออยู่นั้นสืบต่อมา ให้เห็นได้แต่รางๆเท่านั้น แต่ต้องนำเอาเรื่องทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาพูด

            ประเทศสยามตอนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมทีเดียว แต่ในสมัยที่มีพงศาวดารแล้วเป็นอาณาจักรที่ชื่อว่า ทวาราวดี ประชาชนอินเดียที่มาตั้งภูมิลำเนาในแคว้นนี้ จะเป็นชาวอินเดียในแคว้นไหนก็ตามที แต่ปรากฏอยู่อย่างหนึ่งว่า เกี่ยวข้องกับแคว้นมคธ สมัยราชวงศ์คุปต์อยู่บ้าง ถ้าไม่ใช้ทางตรงก็ทางอ้อม คือผ่านมาทางแคว้นเบงกอล เข้าแคว้นยะไข่ อัสสัม และพม่า แล้วเข้าสู่สยาม เพราะพระพุทธรูปและอักษรจารึกที่ขุดได้ในประเทศนั้น ที่เป็นราชวงศ์คุปต์ก็มีอยู่มากเ