หน้าแรกหน่วยที่ 1หน่วยที่ 2หน่วยที่ 3ผู้จัดทำ
   

หน้าแรก

หน่วยที่ 1 การแบ่งยุคสมัย
และวิธีการทางประวัติศาสตร์

     - การนับศักราช
     - การแบ่งยุคสมัยทาง
        ประวัติศาสตร์

     - หลักฐานทางประวัติศาสตร์
     - วิธีการทางประวัติศาสตร์
     - แบบฝึกหัดหน่วยที่ 1

หน่วยที่ 2 ความเป็นมาของ
ชนชาติไทย ก่อนสมัยสุโขทัย

     - ความเป็นมาของชนชาติ
       ไทย

     - การแบ่งยุคสมัยก่อน
        ประวัติศาสตร์

     - อาณาจักรโบราณก่อน
       สมัยสุโขทัย

     - แบบฝึกหัดหน่วยที่ 2

หน่วยที่ 3 ความเป็นมาของ
อาณาจักรสุโขทัย

     - ความเป็นมาของอาณาจักร
       สุโขทัย

     - ความเจริญด้านการเมือง
     - ความเจริญด้านเศรษฐกิจ
     - ความเจริญด้านสังคม
       วัฒนธรรม

     - ความสัมพันธ์กับ
       ต่างประเทศ

     - พระมหากษัตริย์สุโขทัย
     - การเสื่อมของอาณาจักร
       สุโขทัย

     - สุโขทัยในปัจจุบัน
     - แบบฝึกหัดหน่วยที่ 3

ผู้จัดทำ

พระมหากษัตริย์สุโขทัยที่สำคัญกับพระราชกรณียกิจ

                พระมหากษัตริย์สมัยสุโขทัยหลายพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นปึกแผ่นของอาณาจักร ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ราษฎรและอาณาจักรปรากฏหลักฐานอย่างเด่นชัด ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์

 

พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย
ที่มาภาพ  http://www.thaigoodview.com/files/u7309/246PX-_1.jpg

                พ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย หรือราชวงศ์พระร่วง              มีพระนามเดิมว่า พ่อขุนบางกลางหาว แห่งเมืองบางยาง พระองค์ทรงร่วมกับพระสหาย                 พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ช่วยกันรวบรวมคนไทยยึดเมืองสุโขทัยจากขอมสมาดโขลญลำพง        ซึ่งเข้าครอบครองเมืองสุโขทัยอยู่ขณะนั้นจนเป็นผลสำเร็จ และตั้งเมืองสุโขทัยเป็นราชธานี           พ่อขุนบางกลางหาว ทรงได้รับการสถาปนาจากพ่อขุนผาเมืองขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า       พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า  พระนางเสือง มีพระราชโอรสที่ครองราชย์       ต่อจากพระองค์อยู่ 2 พระองค์ คือ พ่อขุนบานเมือง และพ่อขุนรามคำแหง
พระราชกรณียกิจ
1.  ทรงก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย โดยพระองค์ทรงรวบรวมผู้คนยึดอำนาจจากขอม
เป็นผลสำเร็จ และทรงสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยเป็นราชธานี ทำให้คนไทยมีอิสรภาพ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจขอมต่อไป
2.  ทำศึกสงครามเพื่อป้องกันและขยายอาณาเขต ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดได้นำกองทัพเข้ามารุกรานเมืองตาก ซึ่งเป็นเมืองชายแดนของอาณาจักรสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้นำ
ไพร่พลออกต่อสู้กับกองทัพขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ที่เมืองตาก โดยมีพ่อขุนรามคำแหง
ตามเสด็จพระราชบิดาไปในการศึกครั้งนี้  การทำศึกครั้งนี้พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้ทรงทำยุทธหัตถีกับขุนสามชนปรากฏว่าช้างพระที่นั่งของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ตื่นหนีข้าศึก ขุนสามชนไล่ตามทัน พ่อขุนรามคำแหง จึงเข้าแก้ไขสถานการณ์ โดยการไสช้างพระที่นั่งของพระองค์เข้าช่วย              พระราชบิดา จนกระทั่งขุนสามชนหนีพ่ายไป  นับว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยชนะจากการทำยุทธหัตถีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติไทย
3.  พ่อขุนศรีอินทราทิตย์  ทรงส่งทูตไปลังกาพร้อมกับคณะทูตเมืองนครศรีธรรมราช  เพื่อขอพระพุทธสิหิงค์และอัญเชิญมาไว้สักการะที่อาณาจักรสุโขทัย

2. พ่อขุนรามคำแหง

 

พ่อขุนรามคำแหง กษัตริย์องค์ที่สามแห่งอาณาจักรสุโขทัย
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

                พ่อขุนรามคำแหงทรงเป็นพระราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และพระนางเสืองเสด็จขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพ่อขุนบานเมือง ซึ่งเป็นพระเชษฐา พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ                  มีความเข้มแข็งในการทำศึกสงคราม ตั้งแต่ครั้งที่ยังมิได้ขึ้นครองราชย์ โดยพระองค์ตามเสด็จ                พระราชบิดาไปในการทำสงคราม เพื่อขยายพระราชอาณาเขต พระองค์ทรงทำยุทธหัตถีกับ                  ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดจนได้รับชัยชนะ นับว่าเป็นการทำยุทธหัตถีครั้งแรกในประวัติศาสตร์                ของชาติไทย

พระราชกรณียกิจ
                1. ด้านการเมืองการปกครอง
                                1) พระองค์ทรงทำสงคราม เพื่อขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางกว่าสมัยใดๆ ดังปรากฏในจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 ได้กล่าวถึงเขตแดนของสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหง ไว้ดังนี้1

 

       2) ทรงใช้การปกครอง แบบปิตุราชาธิปไตยหรือพ่อปกครองลูก
การปกครองสุโขทัยในระยะแรก แต่ละเมืองมีความเป็นอิสระ มีความสัมพันธ์แบบเครือญาติ ไม่มีศูนย์กลางการปกครอง การขยายอำนาจทางการเมืองได้มาโดยการ                  ทำศึกสงคราม จนกระทั่งในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ราชอาณาจักรมีความยิ่งใหญ่กว้างขวาง พระองค์ทรงใช้หลักการปกครองแบบพ่อปกครองลูก ทรงใช้หลักทศพิธราชธรรมในการปกครองไพร่ฟ้า   ทำให้ประชาชนอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยพระองค์ทรงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับราษฎรเป็นไปอย่างใกล้ชิดดุจดั่งพ่อปกครองลูก
3) โปรดให้แขวนกระดิ่งไว้ที่ประตูพระราชวัง
พ่อขุนรามคำแหง ทรงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับราษฎร                อย่างใกล้ชิดดุจดั่งพ่อปกครองลูก ราษฎรคนใดมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ หรือมีทุกข์ร้อนก็สามารถ               สั่นกระดิ่งที่พ่อขุนรามคำแหงโปรดฯ ให้แขวนไว้ที่หน้าประตูพระราชวัง พระองค์จะเสด็จออกมารับฟังเรื่องร้องทุกข์ ตัดสินปัญหา และคดีความด้วยความเป็นธรรม

 

กระดิ่งร้องทุกข์ในสมัยพ่อขุนรามคำแหง
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

                                4) โปรดให้สร้างพระแท่นมนังคศิลาอาสน์
พ่อขุนรามคำแหงทรงสร้างพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ไว้ที่กลางดงตาล ภายในเขตกำแพงเมืองสุโขทัย ในวันธรรมดาพระองค์จะขึ้นประทับ เพื่อออกว่าราชการและในวันธรรมสวนะ(วันพระ) จะนิมนต์พระสงฆ์ผู้มีความรู้ธรรมะแตกฉาน เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาแก่ราษฎร

 

พระแท่นมนังคศิลาอาสน์
ที่มาภาพ  http://www.lib.ru.ac.th/pkimages/manungsila.jpg

5) ทรงใช้หลักการปกครองแบบกระจายอำนาจ
หลักการปกครองแบบกระจายอำนาจจากศูนย์กลางไปยังเมืองต่างๆในเขตราชอาณาจักร เนื่องจากในสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีอาณาเขตขยายออกไปอย่างกว้างขวางมาก พระองค์จึงทรงใช้การปกครองแบบกระจายอำนาจ เพื่อรักษาดินแดนไว้ ทรงแต่งตั้งให้ชนชั้นเจ้านาย และขุนนางไปปกครองเมืองลูกหลวง และเมืองพระยามหานคร โดยรับนโยบายจากส่วนกลาง รับมอบอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารกิจการภายในเมืองของตน
2. ด้านเศรษฐกิจ
                                1) โปรดให้สร้างทำนบสำหรับใช้ในการกักเก็บน้ำ เพื่อใช้ภายในตัวเมืองสุโขทัย และบริเวณใกล้เคียง ดังปรากฏในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ว่า สรีดภงส์มาจาก ภาษาสันสกฤต แปลว่า ทำนบ นับว่าเป็นเขื่อนแห่งแรกของประเทศไทยที่สร้างกั้นระหว่าง                           เขากิ่วอ้ายกับเขาพระบาทใหญ่ มีความกว้างประมาณ 10x14 เมตร และสูงประมาณ 10.50 เมตร                    ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีสภาพเดิมแต่ตื้นเขินกว่าเก่า

 

ทำนบพระร่วง หรือเขื่อนสรีดภงส์ เป็นเขื่อนดินกั้นน้ำระหว่างเขาพระบาทใหญ่และเขากิ่วอ้าย
ในสมัยโบราณ เมืองสุโขทัยใช้น้ำจากเขื่อนนี้
ที่มาภาพ นางมาลัยวรรณ  จันทร

            2) โปรดให้สร้างถนนพระร่วง พ่อขุนรามคำแหงโปรดให้สร้างถนนพระร่วง     จากเมืองสุโขทัยไปยังเมืองศรีสัชนาลัย เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร และจากเมืองสุโขทัยตลอดไปยังเมืองกำแพงเพชร เป็นระยะทาง 70 กิโลเมตร กว้างประมาณ 6  เมตร มีลักษณะเป็น   แนวพูนดินสูงประมาณ 0.50 - 1 เมตร ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 10 ปี นับว่า               ถนนพระร่วงมีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์การรบ การคมนาคมขนส่ง และการค้าขาย

 

ถนนพระร่วง จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยไปศรีสัชนาลั
ที่มาภาพ  สุโขทัยรุ่งอรุณแห่งความสุข . หน้า 102.

                                3) โปรดให้ตั้งเตาสำหรับเผาถ้วยชามเครื่องเคลือบที่เรียกว่า  เครื่องสังคโลก
ซึ่งในสมัยพ่อขุนรามคำแหงทรงได้รับวิทยาการมาจากประเทศจีน  เมื่อครั้งเสด็จปักกิ่ง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงงานขนาดใหญ่ขึ้นภายในกรุงสุโขทัย มีการฝึกสอนช่างฝีมือเพิ่มมากขึ้น และกิจการเครื่องปั้นดินเผาถ้วยชามสังคโลก มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีเตาเผาทั่วอาณาจักรสุโขทัยมากกว่า 200 เตา โดยที่เกาะน้อยมีจำนวนเตาเผามากที่สุดกว่า 100 เตา ด้วยที่ว่าเป็นแหล่งที่มีวัตถุดิบที่สามารถนำมาผลิตเครื่องปั้นดินเผาชั้นดี  นอกจากนั้นยังมีแหล่งผลิตที่กระจายอยู่ทั่วไป เช่น ที่ป่ายาง เมืองศรีสัชนาลัย ที่แม่โจน นอกเมืองสุโขทัย

 

เตาเผาเครื่องสังคโลก
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

4) ทรงส่งเสริมการค้าเป็นอย่างดี ด้วยการไม่เก็บภาษีผ่านด่านจากพ่อค้า แม่ค้าในกรุงสุโขทัย ทำให้การค้าดำเนินไปอย่างเสรี

                3. ด้านวัฒนธรรม
           1) ทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นสำหรับใช้เป็นภาษาประจำชาติ เมื่อพ.ศ. 1826 เรียกว่า ลายสือไทย สันนิษฐานว่า ดัดแปลงมาจาก อักษรขอมหวัด และมอญโบราณ เพื่อให้อ่านเขียน เรียนได้ง่ายขึ้น โดยพยัญชนะกับสระเรียงอยู่ในบรรทัดเดียวกัน สระของลายสือไทย จะอยู่หน้าพยัญชนะเกือบทั้งหมด วรรณยุกต์มีเพียง 2 รูป คือ เสียงเอกและเสียงโท เมื่อพระองค์           ทรงประดิษฐ์อักษรไทยแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้จารึกตัวอักษรลงบนหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญในการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย

 

หลักศิลาจารึก
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

           2) ทรงรับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์
พ่อขุนรามคำแหงทรงรับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมาประดิษฐานในกรุงสุโขทัย ทำให้พระพุทธศาสนาวางรากฐานมั่นคงในอาณาจักรสุโขทัย และ เผยแผ่สู่เมืองต่างๆ จนกลายเป็นศาสนาประจำชาติในเวลาต่อมา

                4. ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
1) ลังกา
ในสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีความสัมพันธ์กับลังกา ส่วนใหญ่เป็นไปในทางพระพุทธศาสนา โดยลัทธิลังกาวงศ์มาถือปฏิบัติ หลังจากได้ส่งทูตไปพร้อมกับทูตของนครศรีธรรมราชเพื่อขอพระพุทธสิหิงค์  จากลังกามาสักการบูชาที่สุโขทัย
2) มอญ
                                ในสมัยพ่อขุนราคำแหง อาณาจักรสุโขทัยได้หัวเมืองมอญมาเป็นเมืองขึ้น          เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของสุโขทัยก้าวหน้าขึ้น เพราะมีเมืองท่าสำหรับค้าขายกับต่างประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้การค้าเจริญก้าวหน้า เพราะเส้นทางออกสู่ทะเลค้าขายด้านหัวเมืองมอญ โดยมะกะโทมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับพ่อขุนรามคำแหงเมื่อครั้งเป็นพ่อค้าเร่เคยเดินทางเข้ามาค้าขายที่สุโขทัย ต่อมาได้เป็นราชบุตรเขยของพ่อขุนรามคำแหง และได้เปิดเส้นทางการค้าระหว่างสุโขทัยกับต่างประเทศโดยใช้หัวเมืองชายฝั่งทะเล มอญ เป็นเส้นทางการค้า    
3) จีน
                                พ่อขุนรามคำแหงติดต่อกับจีน ส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์ด้านการค้า ในระบบจิ้มก้องสมัยพระเจ้าหงวนสีโจ้วฮ่องเต้ (กุบไลข่าน)  แห่งราชวงศ์หงวน ได้ดำเนินนโยบายส่งทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีและส่งเครื่องราชบรรณาการให้แก่จีน  โดยความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอาณาจักรสุโขทัยกับจีน  จีนเป็นฝ่ายเริ่มต้นส่งคณะทูตเข้ามาคณะแรกในปี พ.ศ. 1825 แต่คณะทูตชุดนี้ยังไม่ได้มาถึงอาณาจักรสุโขทัย  พ่อขุนรามคำแหง  ทรงตัดสินพระทัยส่งราชทูตพร้อม
เครื่องราชบรรณาการไปถวายแก่พระเจ้าหงวนสีโจ๊ว  เพื่อเป็นการกระชับมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไป ได้แลกเปลี่ยนคณะทูตกันอีกหลายครั้ง  นอกจากนั้นอาณาจักสุโขทัย  ยังรับประโยชน์จากจีน
โดยการรับวิทยาการเรื่องเทคนิคการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบใหม่ คือการทำเครื่องสังคโลก ที่มีคุณภาพสามารถเป็นสินค้าส่งออก นำรายได้มาสู่อาณาจักรสุโขทัยเป็นจำนวนมาก
4) เมืองนครศรีธรรมราช
ในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ทรงนำพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์ จากเมืองนครศรีธรรมราชมาประดิษฐานที่กรุงสุโขทัย
5) อาณาจักรล้านนา
อาณาจักรสุโขทัยกับอาณาจักรล้านนา มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดมา โดยในสมัย      พ่อขุนรามคำแหง อาณาจักรล้านนามีบุคคลสำคัญ คือ พญามังราย (เจ้าเมืองเชียงราย) และ
พญางำเมือง เจ้าเมืองพะเยา ทั้งสามพระองค์ ทรงเป็นสหายสนิทกัน และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เมื่อครั้งพญามังรายสร้างราชธานีใหม่ มีชื่อว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ทั้งพ่อขุนรามคำแหง และพญางำเมืองได้ให้ความช่วยเหลือในการเลือกชัยภูมิ

 

พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ (พญางำเมือง พญามังราย และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช)
หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ (หลังเดิม)
แสดงเหตุการณ์ตอนที่สามกษัตริย์ปรึกษากันเรื่องการสร้างเมืองใหม่
ที่มาภาพ  http://www.thaimtb.com/webboard/184/92292-37.jpg

3. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท)
พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) พระมหากษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรสุโขทัย               ทรงเป็นพระราชโอรสของพญาเลอไท พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ดังนี้
1. ด้านการเมืองการปกครอง
หลังจากสิ้นสมัยของพ่อขุนรามคำแหง เป็นช่วงอาณาจักรสุโขทัยอ่อนแอ ไม่มีความเป็นปึกแผ่นเหมือนเมื่อครั้งในสมัยพ่อขุนรามคำแหง สภาพทางการเมืองทั้งภายในอาณาจักร และ               นอกอาณาจักรเกิดปัญหา ดังนั้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นให้เหมือนแต่ก่อน                  พระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงฟื้นฟูด้านการเมืองการปกครองตามแนวความคิดทางการเมืองแบบธรรมราชา อันเป็นคุณลักษณะของกษัตริย์ ซึ่งยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา    ที่เรียกว่า หลักทศพิธราชธรรม ควบคู่ไปกับการใช้กำลังทหาร

                2. ด้านวัฒนธรรมประเพณี
                                1) พระองค์ทรงให้การทนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดีด้วยความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์เจริญอย่างสูงสุด ดังจะเห็นว่าพระองค์          ทรงโปรดฯ ให้ส่งคนออกไปนิมนต์ พระสงฆ์จากลังกาเข้ามาเผยแผ่ศาสนาในกรุงสุโขทัย
2) พระองค์ทรงออกผนวช และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่ามะม่วง ก่อนเสด็จขึ้นครอง ราชสมบัติ
3) ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา คือ หนังสือไตรภูมิพระร่วง หรือเตภูมิกถา ซึ่งนับว่าเป็นวรรณกรรมเล่มแรกของไทยที่พระมหาธรรมราชาที่ 1          ทรงค้นคว้ามาจากคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาถึง 30 คัมภีร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ นรก สวรรค์ สั่งสอนให้รู้จักเกรงกลัวต่อบาป ทำแต่ความดี
4) ทรงโปรดฯ ให้สร้างวัดในเขตพระราชฐาน ได้แก่ วัดมหาธาตุที่สุโขทัย เป็นวัด ที่ใหญ่ที่สุดใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญทางศาสนา ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่

วัดป่ามะม่วง  ปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
เป็นวัดที่พระมหาธรรมราชาที่ 1(พญาลิไท)
เคยทรงผนวชและจำพรรษาอยู่ ก่อนที่จะเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

5) ทรงสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่งดงาม พระมหาธรรมราชาที่ 1 โปรดเกล้า     ให้สร้างพระพุทธรูป เพื่อให้ประชาชนสักการะ พระพุทธรูปที่สำคัญ ได้แก่ พระพุทธชินราช                           วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริด ปัจจุบันประดิษฐาน              ที่วัดสุทัศน์เทพวราราม พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

 

พระพุทธชินราช พระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก
ที่มาภาพ  http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=662591&stc=1&d=1249701195

 

พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริด ปัจจุบันประดิษฐานที่วัดสุทัศน์เทพวราราม
ที่มาภาพ  http://romphosai.com/forums/attachments/forum16/4501d1143361255-phrasrisakayamuni-jpg


       คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์  สำนักนายกรัฐมนตรี. (2521). ประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 (หลักที่ 1). หน้า 26.

         บังอร  ปิยะพันธุ์. (2538). ประวัติศาสตร์ไทย  การปกครอง สังคม เศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับต่างประเทศก่อนสมัยสุโขทัย จนถึง พ.ศ. 2475. หน้า 65.

       ศิริวรรณ  คุ้มโห้. ๗ มหาราช. หน้า 20 – 21 .

          บังอร  ปิยะพันธุ์. (2538). ประวัติศาสตร์ไทย  การปกครอง สังคม เศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับต่างประเทศก่อนสมัยสุโขทัย จนถึง พ.ศ. 2475. หน้า 75.

         ศิริวรรณ  คุ้มโห้. ๗ มหาราช. หน้า 9 -10 .

       บังอร  ปิยะพันธุ์. (2538). ประวัติศาสตร์ไทย  การปกครอง สังคม เศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับต่างประเทศก่อนสมัยสุโขทัย จนถึง พ.ศ. 2475. หน้า 82. 

          มาตยา  อิงคนารถและคณะ. (2546). ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ  – กรุงรัตนโกสินทร์. หน้า 40.

          สมคิด  ศรีสิงห์. (2525). ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของไทย. หน้า 35 – 36.

       ศิริวรรณ  คุ้มโห้. ๗ มหาราช. หน้า 11 – 20.

โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ บ้านไทยกู้ดวิว