หน้าแรกหน่วยที่ 1หน่วยที่ 2หน่วยที่ 3ผู้จัดทำ
   

หน้าแรก

หน่วยที่ 1 การแบ่งยุคสมัย
และวิธีการทางประวัติศาสตร์

     - การนับศักราช
     - การแบ่งยุคสมัยทาง
        ประวัติศาสตร์

     - หลักฐานทางประวัติศาสตร์
     - วิธีการทางประวัติศาสตร์
     - แบบฝึกหัดหน่วยที่ 1

หน่วยที่ 2 ความเป็นมาของ
ชนชาติไทย ก่อนสมัยสุโขทัย

     - ความเป็นมาของชนชาติ
       ไทย

     - การแบ่งยุคสมัยก่อน
        ประวัติศาสตร์

     - อาณาจักรโบราณก่อน
       สมัยสุโขทัย

     - แบบฝึกหัดหน่วยที่ 2

หน่วยที่ 3 ความเป็นมาของ
อาณาจักรสุโขทัย

     - ความเป็นมาของอาณาจักร
       สุโขทัย

     - ความเจริญด้านการเมือง
     - ความเจริญด้านเศรษฐกิจ
     - ความเจริญด้านสังคม
       วัฒนธรรม

     - ความสัมพันธ์กับ
       ต่างประเทศ

     - พระมหากษัตริย์สุโขทัย
     - การเสื่อมของอาณาจักร
       สุโขทัย

     - สุโขทัยในปัจจุบัน
     - แบบฝึกหัดหน่วยที่ 3

ผู้จัดทำ

สุโขทัยในปัจจุบัน

ตราประจำจังหวัดสุโขทัย
ที่มาภาพ  http://www.sema.go.th/files/Content/Social/k4/0030/sukhothai/jobimages/sukhothai/sklogo1.jpg

รูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงประทับบนพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ หมายถึง พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง ทรงนั่งบนพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ ปกครองไพร่ฟ้า
ข้าแผ่นดินให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุข และทรงบริหารราชอาณาจักรแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองที่สุดระยะหนึ่งในอดีต
คำขวัญประจำจังหวัด
มรดกโลกล้ำเลิศ                  กำเนิดลายสือไทย
เล่นไฟลอยกระทง              ดำรงพุทธศาสนา
งามตาผ้าตีนจก                    สังคโลกทองโบราณ
สักการะแม่ย่าพ่อขุน           รุ่งอรุณแห่งความสุข

พันธุ์ไม้มงคลประจำจังหวัด
 

ต้นมะค่าโมง
ที่มาภาพ  http://ipc5.dip.go.th/

ความเป็นมาของจังหวัดสุโขทัย
                จังหวัดสุโขทัย  เป็นที่ตั้งอาณาจักรแรกของชนชาติไทย  เมื่อ  700 ปีที่แล้ว  ร่องรอยอดีตแห่งความรุ่งเรืองเห็นได้จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย  ซึ่งเป็นที่รู้จักของ
ชาวไทยและชาวต่างประเทศ  ในฐานะเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม (UNESCO : ค.ศ.......)   ประวัติศาสตร์สุโขทัย   เริ่มเมื่อประมาณ พ.ศ. 1800  เมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถุม พระบิดาพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองสุโขทัยสิ้นพระชนม์   ขอมสมาดโขลญลำพงข้าหลวงจากเมืองพระนคร (นครธม) 
ได้เข้ายึดครองเมือง  พ่อขุนบางกลางหาวเจ้าเมืองบางยางและพ่อขุนผาเมือง  เจ้าเมืองราด 
รวมพลกันที่เมืองบางขลังและได้นำกองกำลังเข้ายึดเมืองคืน  สถาปนาเมืองสุโขทัยเป็นราชธานี  โดยมีพ่อขุนบางกลางหาวเป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองสุโขทัย ทรงพระนามว่า “พ่อขุน
ศรีอินทราทิตย์” 
ในหลักศิลาจารึกบอกถึงความรุ่งเรือง ของอาณาจักสุโขทัย สมัยพ่อขุนรามคำแหง
ว่ามีอาณาเขตกว้างขวางมาก ดังนี้
ทิศเหนือ                จดเมืองแพร่  น่าน และหลวงพระบาง
ทิศใต้                      จดเมืองนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันออก       จดเมืองเวียงจันทน์
ทิศตะวันตก          จดเมืองหงสาวดี
การปกครองบ้านเมืองเป็นระบบ “พ่อปกครองลูก” ประชาชนมีความเป็นอยู่ดี
มีสิทธิเสรีภาพ ดังคำจารึกที่ว่า “...ไพร่ฟ้าหน้าใส ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า…”
สมัยนั้นชาวสุโขทัยทำอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก  โดยอาศัยน้ำที่มีอยู่อย่างบริบูรณ์ ทำนา    ทำไร่ ทำสวน  มีการสร้างเขื่อนสำหรับกักน้ำไว้ใช้เมื่อหน้าแล้ง เรียกว่า ทำนบพระร่วงหรือสรีดภงส์  สุโขทัยเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตเครื่องถ้วยชามที่เรียกว่า “สังคโลก” ส่งขายยังต่างประเทศ หลักฐานที่สะท้อนให้เห็นความเจริญมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของสุโขทัย ได้แก่ สมบัติทางวัฒนธรรม          ที่ได้รับการบูรณะขึ้นเป็นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและมรดกโลกปัจจุบัน
ในพุทธศักราช 1890  กรุงศรีอยุธยามีอำนาจมากขึ้นและเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจแทนสุโขทัย แต่สุโขทัยก็ยังคงมีพระมหากษัตริย์ปกครองติดต่อกันมาอีก 2 พระองค์ จึงสิ้นราชวงศ์   พระร่วงและได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา  หลังจากที่กรุงศรีอยุธยา      เสียกรุงแก่พม่าครั้งที่ 2 แล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงมีพระราชดำริว่า เมืองสุโขทัยนั้นผู้คนไม่พอที่จะต่อสู้รักษาให้พ้นจากการรุกรานของข้าศึกได้  จึงโปรดฯให้ย้ายผู้คนมาตั้งเมืองใหม่ที่บ้านธานี(ท่าหนี) ทางฝั่งตะวันออกของลำน้ำยม  เมื่อ พ.ศ. 2336 ซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน  ต่อมาบ้านธานีจึงถูกยุบเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสวรรคโลก  เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นสุโขทัยธานี  เมื่อ 1 เมษายน 2475 จนถึง
พ.ศ. 2482  จึงได้ยกฐานะเป็นจังหวัดสุโขทัย มาจน  ทุกวันนี้

สภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดสุโขทัย
                จังหวัดสุโขทัย ตามเขตภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตเหนือสุด                   ของภาคกลางตอนบน

 ที่ตั้งและอาณาเขต
จังหวัดสุโขทัยตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 16 องศา 34 ลิปดา ถึง 17 องศา 46 ลิปดาเหนือ และเส้นลองจิจูดที่ 99 องศา 24 ลิปดา ถึง 100 องศา 01 ลิปดาตะวันออก จังหวัดสุโขทัยมีระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ตามเส้นทางหลวงของแผ่นดินประมาณ 440 กิโลเมตร โดยมีเนื้อที่ประมาณ  6,596.092  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ 4,122,557 ไร่  คิดเป็นร้อยละ  7.19  ของเนื้อที่ภาคกลาง

 อาณาเขตติดต่อ
จังหวัดสุโขทัย มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้
ทิศเหนือ  เขตอำเภอศรีสัชนาลัย                                    
ติดต่อกับอำเภอลับแล  จังหวัดอุตรดิตถ์อำเภอวังชิ้น  อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่
ทิศใต้  เขตอำเภอคีรีมาศและอำเภอกงไกรลาศ            
ติดต่อกับอำเภอพรานกระต่าย  จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันออก  เขตอำเภอกงไกรลาศและอำเภอศรีสำโรง         
ติดต่อกับอำเภอพรหมพิราม  จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศตะวันตก  เขตอำเภอบ้านด่านลานหอยและอำเภอทุ่งเสลี่ยม              
ติดต่อกับอำเภอเมืองตาก  อำเภอบ้านตาก  จังหวัดตาก และอำเภอเถิน  จังหวัดลำปาง

ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดสุโขทัย  เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ  มีเทือกเขาสูงชัน และ
ที่ราบสูงทางตอนเหนือ  และทางตะวันตกของจังหวัด  โดยแบ่งลักษณะภูมิประเทศได้  2  เขต  ดังนี้
1. เขตภูเขาและที่ราบสูง  บริเวณเทือกเขาจะอยู่บริเวณตอนเหนือของจังหวัดสุโขทัย  ได้แก่  บริเวณอำเภอศรีสัชนาลัย  และอำเภอทุ่งเสลี่ยม  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า  600 ฟุต
ขึ้นไป  โดยภูเขาสูง  จะทอดผ่านทางทิศตะวันตกที่มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดลำปาง และ
ทางตอนใต้ของอำเภอบ้านด่านลานหอย อำเภอเมืองและอำเภอคีรีมาศจะมีแนวเทือกเขาหลวง
เขาโป่งสะเดาและเขาประจักษ์
2. เขตที่ราบลุ่ม  พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสุโขทัย  เป็นที่ราบลุ่มจะอยู่บริเวณตอนกลางและบางส่วนทางใต้ของจังหวัด  และบริเวณลุ่มแม่น้ำยม  เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญ  นอกจากนั้นบริเวณที่ราบลุ่มด้านตะวันออก  เป็นเนินเขาเล็กๆ ที่เป็นลูกคลื่น  และลอนลาด
เป็นหย่อมๆ

ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดสุโขทัย  มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปตามอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ  แบ่งได้เป็น  3 ฤดู  ได้แก่        
 1.  ฤดูร้อน   เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม อากาศจะร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะเดือนเมษายน  เป็นเดือนที่ร้อนที่สุด
 2.  ฤดูฝน  เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม  เป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลจาก
ลมมรุสมตะวันตกเฉียงใต้  พัดปกคลุมประเทศไทย  ทำให้ฝนตก    เดือนที่ฝนตกมากที่สุด  ได้แก่    เดือนกันยายน โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนตกมากที่สุดจะอยู่ตอนบนของจังหวัด บริเวณอำเภอ             ศรีสัชนาลัย และอำเภอศรีนคร(ในปี พ.ศ. 2550 มีฝนตก 111 วัน ปริมาณน้ำฝนทีวัดได้ 1173.0 มิลลิเมตร)
3. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านทำให้อากาศหนาวเย็น  เดือนที่หนาวจัด  ได้แก่  เดือนธันวาคมและ เดือนมกราคม

การปกครองและประชากรของจังหวัดสุโขทัย
                ในปี พ.ศ. 2550 จังหวัดสุโขทัยแบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 9 อำเภอ 84 ตำบล 843 หมู่บ้าน โดยมีอำเภอต่าง ๆ ดังนี้
1. อำเภอเมืองสุโขทัย
2. อำเภอบ้านด่านลานหอย
3. อำเภอคีรีมาศ
4. อำเภอกงไกรลาศ
5. อำเภอศรีสัชนาลัย
6. อำเภอศรีสำโรง
7. อำเภอสวรรคโลก
8. อำเภอศรีนคร
9. อำเภอทุ่งเสลี่ยม
การปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลตำบล 15 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 73 แห่ง  จำนวนประชากรทั้งสิ้น 605,301 คน เป็นชาย 295,317 คน (คิดเป็นร้อยละ 48.8 ของประชากรทั้งหมด) เป็นหญิง 309,984 คน (คิดเป็น ร้อยละ 51.2 ของประชากรทั้งหมด) 1

ทรัพยากรธรรมชาติ
                จังหวัดสุโขทัย  เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติ  พื้นที่ดินเหมาะแก่การเพาะปลูก  มีป่าไม้ที่มีคุณค่า  มีแร่ธาตุที่สำคัญตลอดจนมีแหล่งท่องเที่ยว    ตามธรรมชาติที่สวยงาม

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัย
1.  ทรัพยากรดิน  จังหวัดสุโขทัย  มีสภาพดินที่เหมาะสมกับการทำการเกษตรกรรมโดยเฉพาะการทำนา  ทำไร่  และทำสวน  โดยมีกลุ่มดินนา  กลุ่มดินไร่  กลุ่มดินตื้น  และพื้นที่สูง  และภูเขาพื้นดินในกลุ่มดินตื้น  ส่วนดินในพื้นที่สูงและภูเขา  พื้นที่ดินไม่เหมาะในการเพาะปลูก  ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้เป็นป่าธรรมชาติ  มีการทำไร่เลื่อนลอยในบางท้องที่
2.  ทรัพยากรแร่ธาตุ  แร่ธาตุที่พบในจังหวัดสุโขทัย  มีหลายชนิด  ได้แก่  หินปูน  หินอ่อน
ดินขาว  แมงกานีส  แร่รัตนชาติ  ฟลูออไรด์  โดยเฉพาะหินอ่อนของจังหวัดสุโขทัย  มีคุณภาพดีที่สุดของประเทศไทยแห่งหนึ่ง  แหล่งแร่ที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัยมีอยู่แถบภูเขาทาง
ด้านตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณอำเภอศรีสัชนาลัย  และอำเภอทุ่งเสลี่ยม

หินอ่อนแร่ธาตุที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัย
ที่มาภาพ  สุโขทัยรุ่งอรุณแห่งความสุข   หนังสืออ่านเพิ่มเติม  สังคมศึกษา 2539
กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ.หน้า 143.

3.  ทรัพยากรน้ำ  แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัยส่วนใหญ่เป็นน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน (น้ำบาดาล) ที่สำคัญ ดังนี้
3.1  น้ำผิวดิน  ได้แก่  แม่น้ำยม  ห้วยแม่มอก  ห้วยแม่ลำพัน  และห้วยแม่ท่าแพ  โดยเฉพาะแม่น้ำยมเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดของจังหวัดสุโขทัย เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดสุโขทัย  ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำยม  ในการอุปโภค  บริโภค 
ทำการเกษตร  เนื่องจากแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำที่มีความลาดเทสูงในช่วงต้นน้ำ  ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำ  ในฤดูฝนจะมีน้ำมากเกินความต้องการทำให้น้ำไหลลงทางใต้รวดเร็ว  ทำให้เกิดน้ำท่วม  จนเป็นเหตุให้พื้นที่การเกษตรเสียหาย  ส่วนฤดูแล้งจะมีปริมาณน้ำน้อย  ทำให้ประชาชน  เดือดร้อน  มีน้ำไม่เพียงพอกับการทำการเกษตร  ปัจจุบันได้มีการทำการชลประทาน  สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง 
3.2  แหล่งน้ำบาดาล    แหล่งน้ำบาดาลของจังหวัดสุโขทัย   มีทั้งแหล่งน้ำบาดาลในหินร่วนและในหินแข็ง

4.  ทรัพยาการป่าไม้    นับว่าจังหวัดสุโขทัยเคยมีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์  เป็นป่าไม้ที่มีค่าหลายชนิด เช่น ไม้สัก ไม้เบญจพรรณ ไม้กระยาเลย ต่อมาเนื้อที่ ป่าไม้มีจำนวนลดลง            อย่างรวดเร็ว  โดยมีสาเหตุมาจากประชาชน  มีความต้องการใช้ที่ดินทำการเกษตรกรรมและ
มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  การก่อสร้าง  และค่านิยมของประชาชนในการใช้ไม้ประดับ
ตกแต่งบ้าน  ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้ประกาศกำหนดพื้นที่ป่าไม้ที่เหลือทั้งหมดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ

การประกอบอาชีพ
1. อาชีพเกษตรกรรม
                ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดสุโขทัย ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  มีทั้งการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ ดังนี้

               

Text Box: นาข้าวของ  จ.สุโขทัยText Box: การทำนาปีของเกษตรกร  จ.สุโขทัย

= การเพาะปลูก  พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัย  ได้แก่  ข้าวเจ้า  ถั่วเหลือง       ถั่วเขียว  อ้อย  ฝ้าย  และยังมีไม้ผลที่สำคัญ  เช่น  มะม่วง  กล้วยน้ำว้า  และส้มโอ


Text Box: ไร่อ้อยที่ อ.คิรีมาศText Box: ไร่ถั่วเหลืองที่ อ.สวรรคโลกText Box: ไร่ข้าวโพดที่ อ.สวรรคโลก

Text Box: ที่มาภาพ  สุโขทัยรุ่งอรุณแห่งความสุข  หนังสืออ่านเพิ่มเติม   สังคมศึกษา 2539  กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ.  หน้า  14  ,  133  ,  132  ,  60  ,  127.
= การเลี้ยงสัตว์   ในอดีตการเลี้ยงสัตว์ของประชากรจังหวัดสุโขทัยเป็นการเลี้ยงสัตว์      เพื่อการ ยังชีพ  และเลี้ยงไว้ใช้งาน  แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการเลี้ยงเพื่อการค้า  ได้แก่  โคนม  โคเนื้อ  ไก่  เป็ด  สุกร  นอกจากนี้ยังมีการจับปลาน้ำจืดในแหล่งธรรมชาติ  นำรายได้ให้แก่จังหวัดสุโขทัยเป็นจำนวนมาก
= การประมง  การประมงในจังหวัดสุโขทัยเป็นการประมงน้ำจืดตามแหล่งน้ำธรรมชาติ  และการเลี้ยงในบ่อเริ่มมีมากขึ้น  แต่ยังเป็นกิจการขนาดเล็ก  ปลาน้ำจืดที่จับได้  เช่น  ปลาดุก       ปลาช่อน  ปลาตะเพียน  ปลาสลิด และปลาสวาย

การประมงน้ำจืด
ที่มาภาพ  สุโขทัยรุ่งอรุณแห่งความสุข  หนังสืออ่านเพิ่มเติม   สังคมศึกษา 2539.  กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ.หน้า 142.

2. การพาณิชยกรรม   อาชีพพาณิชยกรรมส่วนใหญ่เป็นการประกอบธุรกิจซื้อขายสินค้าการเกษตร   เนื่องจากส่วนใหญ่ประชากรของจังหวัดประกอบอาชีพเกษตรกรรม แหล่งธุรกิจการค้าที่สำคัญมี 2 แหล่ง  คือ 
1. อำเภอเมืองสุโขทัย  เป็นแหล่งธุรกิจการค้าที่สำคัญของจังหวัด  รวมธุรกิจการค้าหลายๆ ประเภท
2. อำเภอสวรรคโลก  เป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าพืชไร่ที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัย  โดยรับซื้อสินค้าการเกษตรจากเกษตรกรในจังหวัดใกล้เคียง  นำไปขายต่อที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง
3. การอุตสาหกรรม อาชีพอุตสาหกรรมของประชากรจังหวัดสุโขทัยส่วนใหญ่เป็น
การอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเกษตร  ได้แก่  การทำเยื่อกระดาษสา  อัดผ้า  สกัดน้ำมันพืช                การเพาะเปลือกถั่ว
4. การบริการและการท่องเที่ยว อาชีพการบริการและการท่องเที่ยว  มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัดสุโขทัย  เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ  โดยมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์  โบราณคดี  วัฒนธรรมประเพณี  และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
= แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์  จังหวัดสุโขทัยมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์  ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย  นับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง  โดยอุทยานประวัติศาสตร์
ทั้งสองแห่งนี้ได้รับ  ยกย่องเป็นมรดกวัฒนธรรมของโลก  และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO - ยูเนสโก)             เมื่อปี พ.ศ.2534
= แหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดี  จังหวัดสุโขทัยมีแหล่งโบราณสถานที่สำคัญ  ได้แก่  แหล่งโบราณคดีวัดชมชื่น  อำเภอศรีสัชนาลัย  โดยเริ่มขุดค้นในปี  พ.ศ.2537  พบโครงกระดูกของมนุษย์สมัยทวารวดี  15  โครง  พร้อมเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ในยุคนั้น
= แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประเพณี  จังหวัดสุโขทัยมีงานประเพณีที่สำคัญมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง  ได้แก่  งานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ  งานสักการะ
พระแม่ย่า  งานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  งานประเพณีบวชช้าง
= แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  จังหวัดสุโขทัยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ  ได้แก่  อุทยานแห่งชาติรามคำแหงมหาราช  ที่มีสถานที่ท่องเที่ยว  เช่น  น้ำตกสายรุ้ง  ถ้ำเจ้าราม  สวนว่านสมุนไพร
= แหล่งท่องเที่ยวทางหัตถกรรม  จังหวัดสุโขทัยเป็นแหล่งที่มีงานหัตถกรรมที่งดงาม
มีชื่อเสียงจำนวนมาก  เช่น  การทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านทุ่งหลวง  อำเภอคีรีมาศ  การทอผ้าซิ่นตีนจก  อำเภอศรีสัชนาลัย  การทำเครื่องทองโบราณ  ตำบลท่าชัย  อำเภอศรีสัชนาลัย  การแกะสลักไม้           ตัวสัตว์  ตำบลเมืองเก่า  อำเภอเมืองสุโขทัย

 

การทำทองโบราณหรือทองศรีสัชนาลัย
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

การคมนาคมและขนส่ง
จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ในเขตเหนือสุดของภาคกลางตอนบน ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 440 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดิน ตามเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพมหานครถึงสถานีสวรรคโลก ระยะทางประมาณ 487 กิโลเมตรและตามเส้นทางการบินจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ถึงท่าอากาศยานสวรรคโลกระยะประมาณ 378 กิโลเมตร
จังหวัดสุโขทัยมีทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงจังหวัด ใช่เดินทางติดต่อภายในจังหวัดใกล้เคียง ได้สะดวกและได้ตลอดทุกฤดูกาล โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านสวรรคโลก – กำแพงเพชร เข้าสู่เส้นทางหมายเลข 101 ผ่านอำเภอพรานกระต่าย อำเภอคีรีมาศ ระยะทาง 440 กิโลเมตรหรือเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 12 (ถนนสิงหวัฒน์) ระยะทาง 427 กิโลเมตร

รถประจำทางแบบอย่างเฉพาะที่สุโขทัย
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร
เทศกาลงานประเพณีของจังหวัดสุโขทัย

1. งานประเพณีบวชพระแห่นาคด้วยช้างของชาวหาดเสี้ยว
                ประเพณีบวชพระแห่นาคด้วยขบวนช้างของชาวหาดเสี้ยวหรือชาวบ้านเรียกว่า  “บวชช้าง”      เป็นงานประเพณีอุปสมบทของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว  อำเภอศรีสัชนาลัย  จัดงานระหว่างวันที่ 7-8 เมษายนของทุกปี  วันที่ 7 เมษายน  เป็นวันแห่นาคถือว่าเป็นวันสำคัญของงาน                                        ส่วนวันที่ 8 เมษายน  เป็นวันอุปสมบท  ซึ่งเป็นการอุปสมบทหมู่  แห่ด้วยขบวนช้างประมาณ                    20-30  เชือก  การจัดงานมีตั้งแต่พิธีโกนหัว  อาบน้ำนาค  การแต่งตัวนาคและช้างอย่างสวยงาม     และมีขบวนแห่รอบหมู่บ้าน  ที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย

 

การแต่งตัวของนาคของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว
ที่มาภาพ  http://static.zooomr.comimages/6314935_cca81f1f52_o.jpg

 

ประเพณีแห่ช้างบวชนาคของชาวไทพวนหาดเสี้ยว
ที่มาภาพ  http://pcoc.moc.go.th/

 

2. งานประเพณีสรงน้ำโอยทาน   สงกรานต์ศรีสัชนาลัย
                งานประเพณีสรงน้ำโอยทาย  สงกรานต์ศรีสัชนาลัย  จัดขึ้นในวันสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10-12 เมษายนของทุกปี  บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย  อำเภอศรีสัชนาลัย  เพื่อเป็น                  การสืบทอดงานประเพณีที่เก่าแก่ของสุโขทัย  ดังหลักฐานที่ปรากฏในหลักฐานศิลาจารึกของ                    พ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่ว่า  “คนสุโขทัยนี้มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน” ภายในงานประกอบด้วย พิธีบวงสรวงพระเสื้อเมือง และกษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วง ขบวนแห่ช้าง                           ขบวนรถบุปผาชาติ เทพีสงกรานต์ การแสดงศิลปะพื้นบ้าน และแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน

 

ประเพณีสรงน้ำโอยทาน
ที่มาภาพ  http://variety.teenee.com/foodforbrain/img8/56112.jpg

 

3. งานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ
งานลอยกระทง  เผาเทียน  เล่นไฟ  เป็นงานประเพณีที่จังหวัดสุโขทัยจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี  ณ  บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ในวันขึ้น 15 ค่ำ  เดือน 12 ของทุกปี       และวันสุดท้ายของงาน  ภายในงานประกอบด้วยการลอยกระทงจุดประทีปโคมไฟ จุดตะไล               ไฟพะเนียง  การละเล่นพื้นบ้าน  ระบำโบราณคดีชุดสุโขทัย  ขบวนแห่ต่างๆ ที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของขาวสุโขทัยตามศิลาจารึก  นอกจากนี้ยังมีการแสดงแสง – เสียง ประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัย

 

งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัย
ที่มาภาพ  http://www.pochnews.com/UserFiles/wiradetimages aid=2163
ที่มาภาพ http://www.chaime.net/forum/attachment.php?/2009100310262366001.jpg

4. งานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
                งานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  จัดขึ้นระหว่างวันที่  15-17  มกราคม  ของทุกปี            ณ  บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช  อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  เพื่อเป็นการจารึกและเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ขจรขจายไปทั่ว  ภายในงานมีการทำบุญตักบาตร  พิธีทางศาสนา  ขบวนสักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  การบวงสรวง  การเล่นพลุ  มหรสพต่างๆ

 

ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดสุโขทัย
1. ผ้าทอหาดเสี้ยว
                การทอผ้าหาดเสี้ยว  ถือว่าเป็นผลงานด้านหัตถศิลป์  ที่แสดงถึงภูมิปัญญาอันเฉลียวฉลาดของประชากรจังหวัดสุโขทัย  ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษที่ส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลานของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว  อำเภอศรีสัชนาลัย  จังหวัดสุโขทัย  ซึ่งอพยพมาจากประเทศลาว  โดยชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวมีอาชีพหลัก  ได้แก่  การทำนา  และในยามว่างเว้นจากการทำนา    จะทอผ้าเป็นงานอดิเรก  โดยเฉพาะผ้าซิ่นตีนจก  ซึ่งชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว  ทอได้งดงามมาก   มีสีสันสวยงามและมีลวดลายที่หลากหลาย   เช่น ลายเครือน้อย ลายเครือกลาง ลายสี่ขอ              ลายแปดขอ  ฯลฯ  ในสมัยก่อนหญิงสาวชาวบ้าน ส่วนมากมักฝึกหัดทอผ้าซิ่นตีนจกไว้สำหรับนุ่งในงานเทศกาลต่างๆ  เช่น  งานทำบุญที่วัด  หากผู้ใดได้นุ่งผ้าซิ่นตีนจก  ถือว่าผู้นั้นมีหน้าตาในสังคม  เนื่องจากผ้าซิ่นตีนจกเป็นงานละเอียดประณีต  ต้องอาศัยความพยายามในการทอ  และต้องใช้ระยะเวลาในการทอยาวนานมาก 

ดังนั้น  ผ้าตีนจกจึงเป็นสัญลักษณ์ของความขยันหมั่นเพียร  ตลอดจนหญิงสาวที่นุ่งผ้า                  ตีนจกจะบอกถึงความเป็นสาวโดยสมบูรณ์ พร้อมที่จะแต่งงานมีครอบครัวเป็นแม่บ้านที่ดี

ผ้าทอหาดเสี้ยว  อ.ศรีสัชนาลัย  จ.สุโขทัย
ที่มาภาพ  นายกุลพัฒณ์  พานิช

ผ้าทอหาดเสี้ยว

สอยด้ายจกด้ายเป็นลายซิ่น
เป็นลายแผ่นดินถิ่นน้ำไหล
แม่น้ำยม แม่น้ำเย็น เป็นโยงใย
หาดเสี้ยวโพธิ์ไทรน้ำไซ้ซ้อน

เครือน้อย เครือกลางแล้วเครือใหญ่
ดอกมนสิบหกไหวเป็นวงอ่อน
สิบสองหน่วยตัดค่อยตัดตอน
น้ำอ่างออนซอนหลายสองท้อง

แปดขอสี่ขอค่อยคัดลาย
ต่อซิ่นตัดสายผ้าลายผ่อง
ซิ่นมุกซิ่นเข็นค่อยประคอง
ซิ่นน้ำอ่อยล่องละมุนลาย

ปักทุ่งปรุงท่าขึ้นเป็นถิ่น
แปลงดอยปั้นดินและปั้นด้าย
พ่องาม แม่งามทุกเพลางาย
หาดเสี้ยวหาดสายเสน่ห์เมือง

เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์  ประพันธ์
ที่มา ... หนังสือเขียนแผ่นดิน

2. เครื่องปั้นดินเผาบ้านทุ่งหลวง
เครื่องปั้นดินเผา  เป็นผลงานด้านหัตถศิลป์  และภูมิปัญญาท้องถิ่น  ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน  โดยได้มีการพัฒนามาจนเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยมาจนถึงทุกวันนี้  สุโขทัยในอดีตเคยมีชื่อเสียงในเรื่องของการทำเครื่องปั้นดินเผา  คือ การทำเครื่องสังคโลก 
ที่บริเวณเมืองสวรรคโลกและบริเวณริมแม่น้ำโจน  เมืองเก่าสุโขทัยบริเวณบ้านเกาะน้อย  อำเภอศรีสัชนาลัยได้  ขุดพบเตาเผาหลายร้อยเตานับว่าเครื่องปั้นดินเผาบริเวณดังกล่าวมีสีสันและมีความงดงามมาก  สันนิษฐานว่าคนไทยได้รับการถ่ายทอดวิธีการทำเครื่องปั้นดินเผามาจากคนจีน
ระยะต่อมา  การผลิตเครื่องสังคโลกในสมัยสุโขทัยได้ห่างหายไปพร้อมๆ กับการล่มสลายของอาณาจักรสุโขทัย  และยังคงปรากฏร่องรอยของโบราณวัตถุที่หลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้   ชื่นชม  คือการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านทุ่งหลวง  อำเภอคีรีมาศ  จังหวัดสุโขทัย  ซึ่งการทำเครื่องปั้นดินเผามีกรรมวิธีที่ละเอียด  ประณีต  จนกลายเป็นภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่สวยงาม         มีคุณค่าแก่การเก็บรักษา

เครื่องปั้นดินเผาบ้านทุ่งหลวง
ที่มาภาพ  สุโขทัยรุ่งอรุณแห่งความสุข  หนังสืออ่านเพิ่มเติม  สังคมศึกษา 2539  กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ.หน้า 39, 41.

3. เครื่องทองโบราณ

   

การทำทองโบราณหรือทองศรีสัชนาลัย
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

            เครื่องทองโบราณหรือทองศรีสัชนาลัย   เป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ชื่อเสียงของชาวบ้านตำบลท่าชัยและตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ที่ได้มีการทำทองรูปพรรณเลียนแบบอย่างเครื่องทองสมัยโบราณได้อย่างสวยงาม  จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  เริ่มแรกทองโบราณเกิดขึ้นจากความคิดของช่างทอง  ตระกูลวงศ์ใหญ่  อยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย  มีอาชีพทำทองและรับซื้อของเก่าหรือวัตถุโบราณ  ต่อมาได้มีผู้นำสร้อยโบราณทำจากสัมฤทธิ์ที่ได้มาจากริมฝั่งแม่น้ำยมมาให้ดู  จึงเกิดความคิดว่าน่าจะทำสร้อยลายแบบนี้บ้าง  ด้วยการถักสานเป็นสร้อยสี่เสา  แต่ไม่สามารถถักร้อยตามแบบเดิมได้สำเร็จ  หลังจากนั้นจึงได้ใช้ทองคำมาถักสานในรูปแบบของทองโบราณ  แต่เนื้อทองทำเป็นเนื้อทองสมัยใหม่  เพียงแต่ลายเป็น            ลายโบราณ แต่มีชื่อเสียงเรียกว่า สร้อยสี่เสา  การทำทองโบราณที่ศรีสัชนาลัยจะใช้มือผลิตทุกขั้นตอน  โดยมีทั้งเครื่องประดับคอ เครื่องประดับแขน แหวนประดับนิ้ว เครื่องประดับเอว เครื่องประดับหู เครื่องประดับเท้าและเข็มกลัด  มีทั้งลายถัก ลูกประคำ  นับได้ว่าทองโบราณเป็นงานหัตถกรรมที่ทำรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการอย่างมาก  สร้างงานให้แก่ชุมชน  ชาวบ้านที่ว่างงานในเวลากลางวัน สามารถรับจ้างถักทองเป็นงานอดิเรก  ตลอดจนทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นดีขึ้น

สถานที่น่าสนใจและแหล่งท่องเที่ยว

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(เมืองเก่าสุโขทัย) ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย อยู่ห่างจากจังหวัดสุโขทัยไปทางจังหวัดตาก บนทางหลวงหมายเลข 12 (ถนนจรดวิถีถ่อง) ประมาณ 12  กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านการศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรมสมัยสุโขทัยและได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจาก องค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี พ.ศ. 2534 มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่งดังนี้

1. พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช  เป็นพระบรมรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ  มีขนาด  2  เท่าขององค์จริง  สูง  3  เมตร  พ่อขุนรามคำแหงมหาราชประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระแท่นมนังคศิลาบาตร  พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์  พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอนประชาชน  แท่นด้านซ้ายมีพานวางพระขรรค์ไว้ข้างๆ  ลักษณะพระพักตร์เหมือนอย่างพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนต้น  บริเวณด้านหลังมีแผ่นจำหลักจารึกเหตุการณ์เกี่ยวกับ            พระราชกรณียกิจของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  โดยพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช  สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช  2518  ประดิษฐานอยู่ริมถนนจรดวิถีถ่อง  ทางทิศเหนือของ           วัดมหาธาตุ

พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ที่มาภาพ นางมาลัยวรรณ  จันทร

2. วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุตั้งอยู่กลางเมือง  เป็นวัดใหญ่  และเป็นวัดที่สำคัญของกรุงสุโขทัย ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง  มีพระเจดีย์มหาธาตุทรงดอกบัวตูม  หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์  ศิลปะแบบสุโขทัยแท้  เป็นเจดีย์ประธานรายรอบด้วยเจดีย์  8  องค์  บนฐานเดียวกัน คือ  ปรางค์ศิลาแลงตั้งอยู่ที่ทิศทั้ง 4 และเจดีย์ทรงปราสาท    ก่อด้วยอิฐที่ได้รับอิทธิพลมาจากล้านนา  จากการสำรวจพบว่าบริเวณวัดมหาธาตุมีเจดีย์แบบต่างๆ มากกว่า  200  องค์  วิหาร  10  แห่ง  ซุ้มพระ (มณฑป) 8 ซุ้ม               พระอุโบสถ  1  แห่ง  ตระพัง  4  แห่ง  ด้านตะวันออกบนเจดีย์ประธานมีวิหารขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง  มีแท่นซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  คือ                พระศรีศากยมุนี  ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวราราม  กรุงเทพมหานคร  ที่ด้านเหนือและด้านใต้ของเจดีย์มหาธาตุ  มีพระพุทธรูปยืนภายในซุ้ม เรียกว่า  “พระอัฏฐารศ”

วัดมหาธาตุ
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

3. วัดศรีสวาย
                วัดศรีสวายตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดมหาธาตุ แต่เดิมวัดนี้เป็นเทวาลัยของศาสนาพราหมณ์ ภายหลังดัดแปลงเป็นวัดในพระพุทธศาสนา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัด คือ ปรางค์สามองค์  สันนิษฐานว่า แต่เดิมพวกขอมคงสร้างปรางค์นี้ไว้ก่อน สังเกตจากฐานล่วงที่ก่อด้วยศิลาแลง แต่ขอมสร้างไม่เสร็จ ต่อมาคนไทย จึงก่อองค์ปรางค์ด้วยอิฐ ขึ้นบนเหนือฐานจนสำเร็จ ส่วนวิหารด้านหน้าทางทิศใต้ มาก่อสร้างเพิ่มเติม เมื่อแปลงเป็นวัดในพระพุทธศาสนาแล้ว การก่อสร้างต่างยุคต่างสมัยเช่นนี้ สังเกตได้จากระดับพื้นของวิหารและปรางค์สามองค์มิได้อยู่ในระดับเดียวกัน

พระปรางค์สามองค์ วัดศรีสวาย ซึ่งสันนิษฐานว่าเดิมเป็นเทวสถานต่อมาดัดแปลงเป็นวัดในพระพุทธศาสนา
ที่มาภาพ นางมาลัยวรรณ  จันทร

4. วัดพระพายหลวง
                วัดพระพายหลวง เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ ก่อสร้างมาก่อนการตั้งเมืองสุโขทัย
มีความสำคัญรองจากวัดมหาธาตุ เพราะมีรูปแบบศิลปกรรมตั้งแต่ยุคเริ่มแรกกรุงสุโขทัย และ
มีการสร้างเพิ่มเติมในสมัยสุโขทัยตอนปลาย วัดพระพายหลวงจึงเป็นแหล่งรวมงานศิลปกรรมหลากยุคสมัย รอบวัดมีคูน้ำกว้างใหญ่โอบล้อม เรียกว่า “แม่โจน” มีปรางค์ศิลาแลงสามองค์เป็นประธาน ของวัด ปรางค์องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้หักพังเหลือแต่ฐาน เหลือองค์ด้านทิศเหนือเพียงองค์เดียว ประดับลายปูนปั้นสวยงาม สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นศิลปะขอมสมัยบายน ในพุทธศาสนานิกายมหายาน ต่อมาในสมัยสุโขทัยดัดแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท บริเวณหน้าปรางค์เป็นวิหารที่เหลือเพียงเสาศิลาแลงกลมใหญ่ ทางด้านตะวันออกของปรางค์สามองค์ เป็นมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปสี่อิริยาบถได้แก่ นั่ง นอน ยืนและเดิน
ซึ่งปัจจุบันปรักหักพังลงจนเกือบหมด

 

วัดพระพายหลวง
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

5. วัดสระศรี
                วัดสระศรีตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวัดมหาธาตุ เป็นวัดที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่ง  ตั้งอยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่ที่สุดชื่อว่า “ตระพังตระกวน” สิ่งสำคัญของวัดประกอบด้วยเจดีย์ทรงระฆังกลม วิหารและโบสถ์กลางน้ำ ปี พ.ศ. 2521 มีการตัดถนนจรดวิถีถ่องผ่านกลางวัด สร้างความเสียหายแก่โบราณสถานเป็นอย่างมาก กรมศิลปากรจึงได้ปรับปรุงทัศนียภาพใหม่ โดยขุดรื้อถนนออกไปแล้วสร้างถนนเลียบสระน้ำขึ้นแทน

เจดีย์ทรงกลมแบบลังกาวัดสระศรีตั้งอยู่บนเกาะกลางตระพังตระกวนในเมืองสุโขทัย
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

ภาพถ่ายทางอากาศวัดสระศรีกลางตระพังตะกวนซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ภายในเมืองสุโขทัย
ที่มาภาพ  3 เมืองประวัติศาสตร์รุ่งอรุณแห่งอารยธรรมไทย. หน้า 13.

6. วัดศรีชุม
                วัดศรีชุมตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  เป็นมณฑปขนาดใหญ่  ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่  หน้าตักกว้าง 11.3 เมตร  จารึกสมัยสุโขทัยเรียกว่า “พระอจนะ” ต่อมามีผู้เลื่อมใสศรัทธา สร้างมณฑปสี่เหลี่ยมขึ้นคลุม มณฑปนี้กว้าง 32 เมตร สูง 15 เมตร หลังคาพังหมดแล้ว คงเหลือเพียงพนังสี่ด้าน ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือหนามากถึง 3 เมตรและภายในผนังด้านซ้ายทำเป็นบันไดแคบ ๆ คล้ายอุโมงค์ สามารถเดินขึ้นไปถึงเบื้องหลังองค์พระและหลังคาได้

มณฑปประธานวัดศรีชุม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป
ปูนปั้นปางมารวิชัย ปรากฏเรียกในศิลาจารึกว่าพระอจนะ

ที่มาภาพ นางมาลัยวรรณ  จันทร

 

 

 

 

Text Box: พระอจนะในมณฑปประธานวัดศรีชุม  ที่มาภาพ  รุ่งอรุณแห่งความสุข   หนังสืออ่านเพิ่มเติม   สังคมศึกษา 2539   กรมวิชาการ   กระทรวงศึกษาธิการ.หน้า 93.   

7. วัดสะพานหิน
                วัดสะพานหินตัววัดตั้งอยู่ในเขตอารัญญิกบนเนินเขาสูงประมาณ 200 เมตร  ชื่อวัดมาจากทางเดินปูด้วยหินชนวนแผ่นบาง ๆ จากตีนเขาจนถึงบริเวณลานวัด ระยะทางประมาณ 300 เมตร  ตัววัดเหลือเพียงวิหารก่อด้วยอิฐ  มีเสาศิลาแลงสี่แถว  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางประทานอภัยขนาดใหญ่ สูง 12.5 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกเรียกว่า “พระอัฏฐารส” ระหว่างทางขึ้นเขาด้านซ้าย มีเจดีย์แบบดอกบัวตูมองค์เล็ก 1 องค์

พระอัฏฐารส  พระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ที่วัดสะพานหิน อำเภอเมืองสุโขทัย

บริเวณทางขึ้นวัดสะพานหิน
ที่มาภาพ  นายกุลพัฒณ์  พานิช

8. ศาลตาผาแดง
                ศาลตาผาแดง เป็นศาสนสถานตามคติศาสนาฮินดู ก่อด้วยศิลาแลง ส่วนยอดหักพังลงหมด  รูปแบบทางสถาปัตยกรรมและประติมากรรมศิลาที่เป็นรูปเคารพเป็นศิลปะสมัยนครวัด
(ราวพุทธศตวรรษที่ 17 – 18 ) จึงสันนิษฐานว่า เป็นโบราณสถานร่วมสมัยนครวัด  จึงเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเมืองสุโขทัยและเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงชุมชนอารยธรรมขอม  ที่นับถือศาสนาฮินดู  ซึ่งอยู่ในพื้นที่นี้เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 ตอนปลาย

ศาลตาผาแดง สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ลักษณะศิลปะขอมแบบมหายาน
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

9. ศาลพระแม่ย่า
ศาลพระแม่ย่า  ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย  ถนนนิกรเกษม  ริมแม่น้ำยม  เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสุโขทัย  ศาลนี้เป็นที่ประดิษฐานดวงพระวิญญาณของ                           พ่อขุนรามคำแหงมหาราชและเทวรูปพระแม่ย่า  ทำด้วยศิลาสลักแบบเทวรูป  พระพักตร์ยาว         พระหนุเสี้ยม  พระเกตุมาลายาว  ประดับเครื่องทรงแบบนางพญา  มีความสูง  1  เมตร  ศาลพระแม่ย่าสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  เพื่ออุทิศให้กับมารดาคือนางเสือง 
เหตุที่เรียกว่า  “พระแม่ย่า” นี้เพราะว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงเรียกมารดาว่า “พระแม่” และชาวเมืองสุโขทัยเคารพพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเสมอด้วยบิดา จึงเรียกพระมารดาของพระองค์ว่า                       “พระแม่ย่า”

           ศาลพระแม่ย่า                        รูปปั้นพระแม่ย่า
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

10. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
                ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย  บริเวณที่เรียกว่า “แก่งหลวง” ห่างจากตัวจังหวัดสุโขทัย 52 กิโลเมตร  เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองลูกหลวงที่สำคัญที่สุดของอาณาจักรสุโขทัย ตัวเมืองเก่าศรีสัชนาลัยตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำยม  ห่างจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัย ลงมาทางอำเภอสวรรคโลกประมาณ 11 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก(UNESCO) เช่นเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  โดยมีสถานที่น่าสนใจที่สำคัญดังนี้

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

11. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
                วัดพระศรีรัตนมหาธาตุหรือวัดบรมธาตุเมืองเชลียงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดพระปรางค์ ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยลงไปทางใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในวัดมีพระปรางค์องค์ใหญ่ก่อด้วยศิลาแลงฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 22.5 เมตร ด้านหน้าพระปรางค์มีบันได้ ขึ้นไปสู้ซุ้มประตูเข้าองค์พระปรางค์ ซึ่งมีพระปรางค์องค์เล็กตั้งอยู่กลางห้องเป็นที่ประดิษฐานพระบรม-สารีริกธาตุ  

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง
ที่มาภาพ  นางมาลัยวรรณ  จันทร

12. วัดช้างล้อม
วัดช้างล้อม ตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองศรีสัชนาลัย มีเจดีย์ทรงลังกาองค์ใหญ่ที่ฐานเจดีย์              มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนัง เจดีย์ประดับอยู่โดยรอบจำนวน 39 เชือก และช้างอยู่ตามมุมเจดีย์ จะมีซุ้มประดิษฐาน  พระพุทธรูปปางมารวิชัยทุกซุ้ม สันนิษฐานว่า  พ่อขุนรามคำแหงเป็นผู้สร้าง
วัดนี้

วัดช้างล้อม   
ที่มาภาพ นางมาลัยวรรณ  จันทร

13. วัดนางพญา
                วัดนางพญาเป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นวิหารขนาดเจ็ดห้อง ภายในวิหารตามเสาทุกด้านมีเทพพนมและลวดลายต่าง ๆ เจดีย์ของวัดก่อด้วยศิลาแลงสูงใหญ่ มีสภาพสมบูรณ์ ราบฐานเจดีย์ มีเสาโคมไฟ มีบันไดขึ้นไปบนเจดีย์

เจดีย์ประธานวัดนางพญา  อำเภอศรีสัชนาลัย
ที่มาภาพ  นายกุลพัฒณ์  พานิช 

14. วัดเจดีย์เจ็ดแถว
วัดเจดีย์เจ็ดแถว ตั้งอยู่ค่อนข้างกลางตัวเมืองตรงข้ามกับวัดช้างล้อม โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูม  อยู่ด้านหลังพระวิหารและเจดีย์รายแบบต่าง ๆ กัน 33 องค์ เจดีย์รายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถว มีรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลศิลปะจากที่ต่าง ๆ กันมากมาย เป็นศิลปะสุโขทัยแท้ก็มี  ศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัย  ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลา  ส่วนซุ้มโถงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้นและมีภาพจิตรกรรมใช้สีเอกรงค์ แต่ปัจจุบันลบเลือนหมดแล้ว

วัดเจดีย์เจ็ดแถว  อำเภอศรีสัชนาลัย
ที่มาภาพ นางมาลัยวรรณ  จันทร

       นายรอบรู้  สำนักพิมพ์สารคดี. สุโขทัย. หน้า 79 -81. 

         สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 10.

       นายรอบรู้  สำนักพิมพ์สารคดี. สุโขทัย. หน้า 79 -80. 

        สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 10 .

        สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 10 - 11

        สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 11.

        สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 11 .

        สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 11 .

        กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ .(2539) . สุโขทัย : รุ่งอรุณแห่งความสุข . หน้า 28-30.

        กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.(2539). สุโขทัย : รุ่งอรุณแห่งความสุข. หน้า 36.

        กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ . สุโขทัย : รุ่งอรุณแห่งความสุข . หน้า 18-20.

       นายรอบรู้  สำนักพิมพ์สารคดี. สุโขทัย. หน้า 78 -79.

       นายรอบรู้  สำนักพิมพ์สารคดี. สุโขทัย. หน้า 80. 

        นายรอบรู้  สำนักพิมพ์สารคดี. สุโขทัย. หน้า 79 – 81.

        สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 8.

        คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.(2542). วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และ                ภูมิปัญญาจังหวัดสุโขทัย. หน้า 14 – 15.

        คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.(2542). วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และ                ภูมิปัญญาจังหวัดสุโขทัย. หน้า 16 – 18

       สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 8 - 9. 

        ธวัชชัย  ปทุมล่องทอง. (2542). เกร็ดน่ารู้ประเทศไทย76จังหวัด . หน้า 53.

        ธวัชชัย  ปทุมล่องทอง. (2542). เกร็ดน่ารู้ประเทศไทย76จังหวัด . หน้า 54.

        ธวัชชัย  ปทุมล่องทอง. (2542). เกร็ดน่ารู้ประเทศไทย 76 จังหวัด . หน้า 54.

       สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2551). รายงานสถิติจังหวัด. หน้า 6.

       แหล่งเดิม. หน้า 7.

       กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.สุโขทัย : รุ่งอรุณแห่งความสุข.หน้า 127-128.

        สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย.(2551).รายงานสถิติจังหวัด.หน้า 7-8.

        กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.(2539). สุโขทัย : รุ่งอรุณ แห่งความสุข. หน้า  137. 

        คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.(2542). วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดสุโขทัย.หน้า 5-6.

โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ บ้านไทยกู้ดวิว