ประเภท

 

Homeผู้จัดทำสอบก่อนเรียนที่มาลักษณะประเภทตัวอย่างสอบหลังเรียน

 

 

                     

ประเภทของเพลงพื้นบ้าน

        เพลงพื้นบ้านโดยทั่วไปนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด พอจะแยกประเภทได้ดังนี้ คือ
        แบ่งตามผู้เล่นได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1.      เพลงเด็ก
2.      เพลงผู้ใหญ่

1.      เพลงเด็ก   จำแนกย่อย ๆ ได้ 4 ประเภท ดังนี้
1.1     เพลงร้องเล่น เช่น โยกเยกเอย, ฝนตกแดดออก  นกกระจอกเข้ารัง
1.2     เพลงหยอกล้อ เช่น ผมจุก, ผมม้า, ผมเปีย, ผมแกละ
1.3     เพลงขู่ ปลอบ เช่น แม่ใครมา น้ำตาใครใหล, จันทร์เจ้าขา, แต่ช้าแต่ เขาแห่ยายมา
1.4     เพลงประกอบการเล่น เช่น จ้ำจี้มะเขือเปราะ, รี รี ข้าวสาร, มอญซ่อนผ้า

2.      เพลงผู้ใหญ่    แบ่งเป็น 6 ประเภท คือ
2.1     เพลงกล่อมเด็ก เช่น กาเหว่าเอย, พ่อเนื้อเย็น
2.2     เพลงปฏิพากย์ เช่น เพลงฉ่อย, เพลงรำวง ซึ่งเพลงปฏิพากย์นี้ต่อมาวิวัฒนาการมาเป็นเพลงลูกทุ่งนั่นเอง
2.3     เพลงประกอบการเล่น เช่น รำโทน (ต่อมาคือรำวง), ลูกช่วง, เข้าผี, มอญซ่อนผ้า
2.4     เพลงประกอบพิธี เช่น ทำขวัญนาค, แห่นาค, ทำขวัญจุก, แห่นางแมว
2.5     เพลงเกี่ยวกับอาชีพ
2.6     เพลงแข่งขัน ส่วนใหญ่คือปฏิพากย์

1.      เพลงเด็ก
การเล่น เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งในกลุ่มชน จะแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม และเมื่อมีการเล่นเกิดขึ้นก็มักมีบทเพลงประกอบการเล่นด้วย เพลงที่ร้องก็ง่าย ๆ สั้น ๆ สนุกสนาน เช่น รี รี ข้าวสาร, มอญซ่อนผ้า, จ้ำจี้มะเขือเปราะ , แมงมุมขยุ้มหลังคา

2.      เพลงผู้ใหญ่
เพลงผู้ใหญ่มีหลายประเภทดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น   นอกจากจะให้ความสนุกสนานบันเทิงใจแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีร่วมใจกันทำสิ่งต่าง ๆ ของสังคมไทย สภาพวิถีชีวิต       วัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ไว้อย่างน่าศึกษาอีกด้วย ด้านเพลงกล่อมเด็กจะเห็นความรักความผูกพันในครอบครัว ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตำนาน นิทาน ประวัติศาสตร์ ตลอดจนจินตนาการความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ เนื่องจากความหลากหลายในเพลงกล่อมเด็ก จึงเป็นเพลงที่มีคุณค่าแก่การรักษาไว้เป็นอย่างยิ่ง

        สรุปท้ายบท
        เพลงพื้นบ้านมีคุณค่าอย่างมากมายที่สำคัญคือให้ความบันเทิงสนุกสนาน มีน้ำใจ สามัคคี ในการทำงานช่วยเหลือกัน สะท้อนวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต การแต่งกาย ฯลฯ และเป็นการปลูกฝัง ฝึกเด็กให้ครบองค์สี่ คือ
1.      ส่งเสริมให้เด็กมีกำลังกายแข็งแรง
2.      ส่งเสริมให้เด็กมีมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีไหวพริบปฏิภาณดีในการแก้ปัญหา
3.      ส่งเสริมให้เด็กมีจิตใจงาม มีคุณธรรมประจำใจ
4.      รู้จักปฏิบัติตนต่อส่วนรวมในสังคม

       การปลูกฝังให้ประชาชนพลเมืองของประเทศ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้ง 4 ประการนี้ ต้องปูพื้นรากฐานกันตั้งแต่เยาว์วัย และค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย จึงจะซึมซาบจนกลายเป็นนิสัย สมัยนี้วิทยาศาสตร์เจริญขึ้น     ผลกระทบทางวิทยาศาสตร์ทำให้วิถีชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไปมาก ความเจริญทางวิทยาศาสตร์มีมากเพียงไร วัตถุนิยมก็ตามมา วัตถุนิยมเจริญขึ้น ความเจริญทางจิตใจก็น้อยลง    เป็นผลให้ความมั่นคงของประเทศได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วยอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงควรช่วยกันปลูกฝัง อนุรักษ์สืบสานให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

                                                                        

  

จัดทำโดย อาจารย์สำเนียง เรียนรัชตะ
โรงเรียนศึกษานารี แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
Copyright(c) 2004 Mrs. Sumneing Reinratchata. All rights reserved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2547

thaigoodview.com Version 12.0
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษา
e-mail:
webmaster@thaigoodview.com

Copyright(c) 2004 www.thaigoodview.com. All rights reserved.