ประเพณี12เดือน
Homeผู้จัดทำสอบก่อนเรียนประวัติกำฟ้าสารทพวนใส่กระจาด

 

การย้ายถิ่นฐาน 
ประเพณี12เดือน 
ภาษาถิ่น 

ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น

            สิ่งที่คนไทยประพฤติปฎิบัติสืบต่อกันมาช้านาน ตามระเบียบแบบแผน หรือข้อกำหนดที่สังคมยอมรับ มีทั้งแนวปฎิบิติเกี่ยวกับศีลธรรมเรียกว่า จารีตประเพณี หรือเรื่องเกี่ยวกับประเพณีที่สังคมกำหนดเป็นระเบียบวิธีการ หรือไม่ได้กำหนดเป็นแบบแผนแต่รู้กันเองโดยปริยายว่า ควรปฎิบัติอย่างไร เรียกว่า ขนบประเพณี เช่น ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต ประเพณีเนื่องในเทศกาลต่าง ๆ เป็นต้น และอีกประการหนึ่งเป็นเรื่องธรรมสามัญ ถ้าไม่ปฎิบัติตามอาจได้รับการตำหนิจากสังคม เรียกว่า ธรรมเนียมประเพณี เช่น การแต่งกาย กิริยามารยาท การพูด เป็นต้น  การแต่งกาย ในอดีตสตรีนุ่งผ้าโจงกระเบน หรือผ้าถุง ห่มผ้าแถบ และมีการทอผ้าฝ้าย  ในสมัยอยุธยา กล่าวถึงการส่งส่วยว่า มีโสร่งไหมจำนวนไม่มาก เป็นผลผลิตของเมืองนครนายก ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ได้มีการเกณฑ์สิ่งของต่าง ๆ ในการพระเมรุ เช่น ผ้าขาว ป่านใย โดยเฉพาะผ้าขาวทางกรุงเทพ ฯ จ่ายเงินให้ด้วย แสดงว่าชาวบ้านมีการทอผ้าใช้กันมากในรัวเรือน และมีเหลือใช้จนนำไปจำหน่ายได้  ในปี พ.ศ.๒๔๔๑ พระยาสัจจา (สรวง ศรีเพ็ญ) ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องการแต่งกายของข้าราชการในสมัยนั้นว่า การแต่งกายของผู้ที่ทำราชการเวลานั้น เจ้าเมืองเวลามานั่งที่ศาลากลาง ปกตินุ่งผ้าโจงกระเบน ใส่เสื่อกุยเฮง สวมหมวก ใส่เกือกแตะ ถือไม้เท้าเล็ก ๆ ส่วนพนักงานอื่น ๆ นุ่งผ้าโจงกระเบน เสื่อชั้นในแขนสั้น ผ้าขาวม้าคาดพุง ไม่มีเกือก ชั้นเสมียนนุ่งกางเกงจีนโดยมากสีขาว บางทีนุ่งผ้าโจงกระเบน ส่วนสตรีที่มีฐานะมีการนุ่งห่มแบบสตรีเมืองหลวงคือ สวมเสื้อนุ่งโจงกระเบนมีผ้าสะไบพาด สวมถุงน่องรองเท้า และเครื่องประดับ การแต่งกายเพื่อประกอบพิธีกรรม  เช่น การบูชาเซ่นสรวง ผู้ประกอบพิธีทั้งชายหญิงจะนุ่งขาวห่มขาว ส่วนการทรงเจ้าหรือประเพณีเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผี เช่น นางทรง เล่นนาง ไหว้ผีฟ้า นิยมแต่งกายแบบไทย ห่มสไบเฉียงสีสดใส ถ้าเป็นงานมงคลรื่นเริงจะใส่สีสดใส ไม่นิยมสีดำหรือสีมอ ๆ ส่วนสีม่วงไม่นิยมใช้ในงานมงคล เพราะเป็นสีใกล้เคียงกับสีดำ

            ประเพณีในท้องถิ่น  ประเพณีที่ปฎิบัติกันมาในรอบปี ตั้งแต่เดือนอ้ายถึงเดือนสิบสอง ส่วนใหญ่เป็นประเพณีที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตทางเกษตรกรรม จากการสำรวจพบว่าในรอบปีมีถึง ๗๓ ประเพณี บางประเพณีถือปฎิบัติกันเฉพาะในกลุ่มชน ประเพณีส่วนสังคมของจังหวัดนครนายกมีตามลำดับดังนี้

                เดือนอ้าย  มีประเพณีเกี่ยวกับการเกี่ยวข้าว คือการลงแขกเกี่ยวข้าว

                เดือนยี่  มีประเพณีเกี่ยวกับการทำนา ลงแขกนวดข้าว ทำบุญลาน ก่อพระทรายข้าวเปลือก หรือสู่ขวัญข้าวเปลือก

                เดือนสาม  มีประเพณีสู่ขวัญข้าว สู่ขวัญควาย สู่ขวัญเกวียน บุญข้าวจี่  (ชาวลาวพวน)  บุญข้าวข้าวเกรียบ (ชาวลาวพวน) และมาฆบูชา

                เดือนสี่  มีประเพณีตรุษจีน

                เดือนห้า  มีประเพณีสงกรานต์ ก่อพระทราย อาบก่อนกา (ชาวลาวพวน)  ทำบุญกลางบ้าน ผีโรง (ชาวมอญ) แห่บั้งไฟ แห่นางแมว

                เดือนหก  มีประเพณีวิสาขบูชา เลี้ยงตาเจ้าบ้าน (ชาวมอญ)  สลากภัต เลี้ยงตาแฮะ

                เดือนเจ็ด  มีประเพณีแรกนาขวัญ บายศรี (ชาวลาวพวน)

                เดือนแปด  มีประเพณีเข้าพรรษา

                เดือนเก้า  มีประเพณีข้าวประดับดิน (ชาวลาวเวียง)  บุญข้าวห่อ (ชาวลาวพวน)  สารทพวน

                เดือนสิบ  มีประเพณีสารทลาว สารทไทย เทศน์คาถาพัน

                เดือนสิบเอ็ด  มีประเพณีทำขวัญข้าว (ตั้งท้อง)  กวนข้าวสับบิ ออกพรรษา แห่ข้าวพันก้อน ทอดกฐิน

                เดือนสิบสอง  มีประเพณีลอยกระทง เทศน์มหาชาติ ทานข้าวเม่า

                นอกจากนี้ไม่กำหนดเดือน เช่น การทำบุญวันพระ ไหว้แม่บันได ไหว้แม่เตาไฟ ไหว้โอ่งน้ำ และทอดผ้าป่า เป็นต้น ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น

 

 

 จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

 

จัดทำโดยนางฐิติรัตน์ พิมพ์ทนต์
โรงเรียนวัดหนองหอย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 1
Copy(C) 2007 Mrs.thitirud Pimton.All rights reserved.