|
ช า
ด
ก
หมายถึง อะไร ? คำว่า
ชาดก แปลว่า
ผู้เกิด คือ
เล่าถึงการที่พระพุทธเจ้าทรงเวียนว่ายตายเกิด
ถือเอากำเนิดในชาติต่างๆ ได้พบปะผจญกับเหตุการณ์ดีบ้างชั่วบ้าง
แต่ก็ได้พยายามทำความดีติดต่อกันมากบ้างน้อยบ้างตลอดมา
จนเป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย กล่าวอีกอย่างหนึ่ง จะถือว่า
เรื่องชาดกเป็นวิวัฒนาการแห่งการบำเพ็ญคุณงามความดี ของพระพุทธเจ้า
ตั้งแต่ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ก็ได้ ในอรรถกถาแสดงด้วยว่า
ผู้นั้นผู้นี้กลับชาติมาเกิดเป็นใครในสมัยพระพุทธเจ้า
แต่ในบาลีพระไตรปิฎกกล่าวถึงเพียงบางเรื่อง เพราะฉะนั้น
สาระสำคัญจึงอยู่ที่คุณงามความดีและอยู่ที่คติธรรมในนิทานนั้นๆ อนึ่ง เป็นที่ทราบกันว่าชาดกทั้งหมดมี 550 เรื่อง
แต่เท่าที่ได้ลองนับดูแล้วปรากฏว่า ในเล่มที่ 27 มี 525 เรื่อง, ในเล่มที่ 28 มี 22
เรื่อง รวมทั้งสิ้นจึงเป็น 547 เรื่อง ขาดไป 3 เรื่อง แต่การขาดไปนั้น
น่าจะเป็นด้วยในบางเรื่องมีนิทานซ้อนนิทาน และไม่ได้นับเรื่องซ้อนแยกออกไปก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่นับได้ จัดว่าใกล้เคียงมาก

พ ร
ะ
เ ว
ส
สั
น
ด
ร
ช
า
ด
ก
แสดงไว้ในหมวดขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก
พระไตรปิฎก เล่มที่ 28
เหตุเกิดของชาดกเรื่องนี้ มีดังนี้
สมัยหนึ่ง
พระพุทธเจ้าพร้อมพระสงฆ์สาวกจำนวนมากได้ เสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อแสดงธรรมโปรดพระญาติ
ข่าวทราบถึงพระเจ้าสุทโธทนะ
พระพุทธบิดา
และพระญาติต่างมีความยินดี
ได้ไปถวายการต้อนรับ
เมื่อพระญาติได้เห็นพระพุทธองค์ผู้มีรูปงาม
มีพระชนมายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับบุตรธิดาของตนก็ไม่ถวายความเคารพ คงมีแต่พระราชกุมารหนุ่ม ๆ
เท่านั้นที่ถวายความเคารพ
พระพุทธองค์เห็นเช่นนั้นจึงทรงแสดงบารมี
เข้าสู่ฌาณ
แล้วลอยขึ้นเหนือพระญาติ
พร้อมเปล่งพระฉัพพรรณรังสีรุ่งเรืองสว่างรอบพระองค์ เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก
พระเจ้าสุทโธทนะ
พระพุทธบิดาทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้นจึงยกพระหัตถ์ขึ้นถวายควมเคารพ และตรัสสรรเสริญพระพุทธองค์ว่า ในครั้งที่พระพุทธองค์ยังทรงพระเยาว์
ได้เชิญเสด็จพระพุทธองค์เข้าไปนมัสการชฎิลดาบส
ครั้งนั้นพระพุทธบิดาได้ทรงแสดงพระบารมีลอยขึ้นเหนือเศียรเกล้าของชฎิลดาบส
ครั้งนั้นพระพุทธบิดาก็ได้ถวายความเคารพไปแล้วครั้งหนึ่ง
ครั้งที่สองเมื่อพระพี่เลี้ยงได้เชิญเสด็จพระพุทธองค์ไปในพิธีวัปปมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ
ท้องสนามหลวง
โดยให้บรรทมอยู่ใต้ต้นไม้
ในครั้งนั้นแม้ตะวันบ่ายคล้อยไปแล้ว
แต่เงาไม้ไม่ได้คล้อยตามไปด้วย
กลับทำหน้าที่ประดุจร่มกั้นพระองค์ไว้ไม่ให้โดนแสงตะวัน พระพุทธบิดาได้ถวายความเคารพเป็นครั้งที่สอง และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ทำให้พระญาติทุกพระองค์ถวายความเคารพ ขณะนั้นก็บังเกิดฝนโบกขรพรรษ ซึ่งมีน้ำฝนสีแดงใสบริสุทธิ์ตกลงมา
หากพระญาติคนใดไม่ต้องการให้ฝนสีแดงถูกต้องกายก็จะเป็นไปดังปรารถนา
ความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้พระญาติต่างตรัสว่า เป็นด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า จากนั้นจึงกราบทูลลาพระพุทธเจ้ากลับเข้าพระราชวัง
ฝ่ายสงฆ์ได้ประชุมสัมมนากันถึงความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น พระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องจึงได้เสด็จไปยังที่ประชุม แล้วตรัสว่า
ฝนโขกขรพรรษนี้ได้เคยมีมาแล้วในอดีต
จากนั้นจึงตรัสชาดกเรื่องพระเวสสันดร |