สังข์ทอง ๕

 

Homeเรื่องราวส่วนตัวบทนำไกรทองสังข์ทองมณีพิชัยคาวีไชยเชษฐ์สังข์ศิลป์ไชยบทสรุปสุดท้ายขอขอบคุณ
สังข์ทอง ๒ 
สังข์ทอง ๓ 
สังข์ทอง ๔ 
สังข์ทอง ๕ 
สังข์ทอง ๖ 
สังข์ทอง ๗ 

 

             นอกจากนี้แล้งวรรณคดีเรื่องสังข์ทองนี้อาจถือได้ว่าประกอบไปด้วยอารมณ์ของปุถุชนครบทุกอารมณ์  ทั้งรัก  โลภ  โกรธ  และหลง  ซึ่งปัญหาเหล่านี้นั้น  ทางพุทธศาสนาเรียกว่า  “ กิเลส ”  ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ต่าง ๆ  โดยอารมณ์หลักทั้งสี่นี้  ทำให้วรรณคดีเรื่องสังข์ทองสามารถดำเนินเรื่องไปได้ตั้งแต่ต้นจนจบ  ดังจะกล่าวต่อไปนี้ อารมณ์รักนี้เป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์อารมณ์หนึ่ง  ในวรรณคดีเรื่องสังข์ทองนี้ก็เช่นเดียวกัน  แต่ประกอบไปด้วยความรักในหลาย ๆ รูปแบบ  เช่น  ความรักระหว่างพ่อแม่กับลูก  ความรักระหว่างสามีกับภรรยา ฯลฯ  ดังจะยกมากล่าว

             ความรักระหว่างพ่อแม่กับลูก

             ในที่นี้  หมายถึงความรักระหว่างแม่กับลูกเป็นสำคัญ  นั่นคือ  ความรักระหว่างนางจันท์เทวีกับพระสังข์  และ  ความรักระหว่างนางพันธุรัตกับพระสังข์  ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์  ไม่มีความคาดหวังหรือความต้องการปรารถนาใด ๆ เข้ามาปะปน  นางจันท์เทวีรักพระสังข์ถึงแม้ว่าพระสังข์จะเป็นสาเหตุให้นางต้องพลัดพรากจากบ้านเมือง  และต้องมาอาศัยในป่าอยู่ด้วยความยากลำบาก  ส่วนนางพันธุรัตนั้น  ถึงแม้ว่าจะเป็นยักษ์และพระมารดาเลี้ยง  แต่ก็เฝ้าถนอมเลี้ยงดูอย่างดีเป็นระยะเวลาหลายปี  ถึงแม้ว่าในที่สุดพระสังข์พยายามหาทางหลบหนีจากนางแต่นางก็ไม่ได้โกรธเกลียด  แต่ยังมอบมหาจินดามนตร์ให้พระสังข์  เพื่อให้พระสังข์นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อีกด้วย  ดังบทประพันธ์ที่ว่า

นั่งอยู่ไยนั่นพ่อขวัญข้าว  

ขัดเคืองอะไรเล่าเจ้าจึงหนี

 มาเถิดทูนหัวอย่ากลัวตี 

ดูเอาเถิดซียังมิมา

นางร้องไห้ร่ำแล้วซ้ำเรียก 

ปีนตะกายตะเกียกขึ้นไปหา

.................................  

.......................................

ถึงไปก็ไม่ขัดอัธยา

เชิญลงมาหาแม่แต่สักน้อย

พอแม่ได้ชมโฉมเจ้า

ให้สบายบรรเทาที่เศร้าสร้อย

 แต่ร่ำร้องไห้หาเลือดตาย้อย 

อุตส่าห์สู้ติดต้อยห้อยตาม

 อย่านึกแหนงแคลงเลยว่าเป็นยักษ์ 

มาเถิดลูกรักอย่าเกรงขาม

 ถึงจะอยู่จะไปก็ให้งาม

เจ้าผู้ทรามรักร่วมชีวา    

                 ความรักระหว่างสามีกับภรรยา

                 ในที่นี้หมายถึง  เจ้าเงาะ ( พระสังข์ ) กับนางรจนา  ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นเสมือนคู่ทุกข์คู่คู่ยากซึ่งกันและกัน  เมื่อนางรจนาตัดสินใจที่จะเลือกเจ้าเงาะแล้ว  นางก็ยอมรับผลของการกระทำที่จะตามมา  นั่นคือ  ท้าวสามนต์ขับไล่ให้ออกมาอยู่กระท่อมปลายนา  ได้รับความลำบากเป็นอันมา  แต่นางก็ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้าเงาะให้อาศัยแต่เพียงลำพัง  นางรจนายอมร่วมลำบากไปกับเจ้าเงาะด้วย  ซึ่งอาจถึงได้ว่าเป็นความรักที่มีอุปสรรคแต่ยิ่งใหญ่พอสมควร  ดังบทประพันธ์ที่ว่า

เมื่อนั้น 

รจนาสาละวนลนควันไต

จับกระเหม่าใส่น้ำมันกันไร 

ถึงยากเย็นเข็ญใจมิให้รก

ทาแป้งแต่งตัวไม่มัวหมอง  

ผัดหน้านั่งมองส่องกระจก

นุ่งผ้าจัดกลีบจีบชายพก  

แล้วยกของมาให้ผัวกิน

จีบพลูใส่ซองรองลำดับ

เอามีดพับผ่าหมากจนปากบิ่น

เจ้าเงาะนอนถอนหนวดสวดสุบิน 

 เล่นลิ้นละลักยักลำนำ

 

 

จัดทำโดยครูชนัตตา ปุยงาม
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นนทบุรี เขตบางกรวย นนทบุรี
Copyright(c)2009 Ms.Chanatta Puingam. All rights reserved.

จำนวนผู้เข้าใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

thaigoodview.com ปีที่ 10
บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
e-mail: webmaster@thaigoodview.com